Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Wasabi อีกครั้ง ~ เวลาไป The Esplanade ทีไร ต้องมาลงที่ Wasabi ทุกทีไป :D

เพราะ Wasabi อยู่ชั้นบนครับ ไม่เหมือนพวก Ootoya / Fuji ที่อยู่ชั้นล่างรวมกับร้านอาหารอื่นๆ ถึงจะตรงมื้ออาหาร, คนใน Wasabi ก็ไม่มาก บรรยากาศก็ดี มองรอบห้องเป็นกระจกใส ~ เหมาะกับการไป Sweet สุดๆ ^^/

แต่เมื่อวานไม่ Sweet, เพราะทานกัน 5 คน เป็นสมาชิกจาก CookieCoffee x 3 และเพื่อนผมเองอีก 2 [บังคับให้เข้า CookieCoffee บ่อยๆ เหมือนกัน :P] ตอนแรกเห็นชุดเหมาๆ 5 คน 2xxx บาทด้วยแต่…

หารออกมาตกหัวละ 5xx – 6xx บาท ผมว่าแพงไปนิดเลยไม่สั่ง สุดท้าย…

 สั่งแบบแยกกันคนละชุด ~ บวกชาเขียวคนละแก้ว และหม้อไฟตรงกลาง เป็น Shabu Shabu ซุปน้ำเต้าหู้ [จืดมากๆ ใครชอบรสจัดๆ แนะนำให้สั่ง Sukiyaki ดีกว่า :)] กับ Tempura รวมจานใหญ่อีกหนึ่งจาน

หารออกมาหัวละ 500 อยู่ดี โอ้ ~ รู้งี้สั่งเจ้าชุดเหมาๆ ไปเลยดีกว่าแฮะ – -*

เพราะว่าเราไปกัน 5 คนก็เลยเปิดห้องญี่ปุ่นเล็กๆ จะได้ล้งเล้งกันได้แบบมิต้องเกรงใจผู้ใด ~

แต่การอยู่ในห้องเล็กๆ เนี่ย มันแย่ตรงพนักงานบางครั้งก็ไม่ค่อยเข้ามาเหมือนกัน = =

อาหารจานเด่นของ Wasabi ก็คือวาซาบิครับ เผ็ดสะใจ เอามาจิ้มปลาดิบก็ดีนะ ของผมเป็นชุดข้าวหน้าปลาดิบ [Chirashi] ขอบอกว่าปลาที่นี่ Ok เลย  สด เนื้อนุ่ม ไม่คาว ทานดิบได้คู่กับวาซาบิ :D

นอกจากชุด Chirashi ของผมแล้วก็มีข้าวปั้นปลาดิบแบบยิงไฟ [แล้วมันจะดิบยังไง – -?] กับชุด Bento ที่รวมทุกอย่าง [แอบแย่ง Takoyaki มาลูกนึง :D]

และชุดแซลมอนย่างหอมๆ

เพื่อนผมอีกคนเลียนแบบ, สั่ง Chirashi เหมือนกัน – -/

Tempura กรอบมาก แต่ไม่อมน้ำมัน ที่แปลกดีคือมีเห็ดเออรินจิชุบแป้งทอดใส่มาด้วย เหนียวหนึบๆ แบบกรุบๆ อร่อย ต้องให้ที่บ้านผมทำทานมั่งซะแล้ว ^^/

เมนูเด็ดอีกอย่างของ Wasabi ก็คือ Tempura นี่ละครับ เค้าจะกรุบกรอบแบบไม่อมน้ำมัน กุ้งก็เป็นกุ้งเลย ถ้าใครไม่ทานผักก็สั่งแต่กุ้งได้ ส่วน Shabu Shabu มีทั้งเนื้อและหมู ทำเองได้ สั่งเค้าทำมาก็ได้ เมื่อวานสั่งชุดเนื้อวัว, ผมทานได้แต่ผักกับเต้าหู้ :’)

  

 เรามาประชุมกันเรื่องทิศทางและอนาคตของ CookieCoffee

โดยถกประเด็นเรื่องในฐานะ Blog Diary ติงต๊องเราจะทำการใดดีเพื่อช่วยลดโลกร้อน !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟังดูดีมั้ยครับ… สร้างภาพจริงๆ ให้ตาย :D

จริงๆ คือผมมานั่งทำงานที่ Cafe Kaldi ข้างล่างนี่ละ แล้วตอนนี้ผมถือ HTC HD2 [รุ่นเด่นราคาดิ่ง 19xxx บาท] เป็นเครื่องส่วนตัว ก็มีหลายคนอยากมาดูว่า เอ… มันเป็นไงบ้างนะ คุ้มเงินไหม ตัวใหญ่สุดๆ จริงรึเปล่า ก็เลยนัดกันมาแล้วก็เลยทาน Wasabi ครับ

หึหึ ~ ทีแรกคุณ Mr. X แกกะจะเลี้ยงแหงๆ เห็นหยิบบิลไปเงียบๆ พร้อมหยิบบัตรเครดิต แต่พอดี Citibank ผมลด 10% สุดท้ายผมก็เลยได้จังหวะจ่ายแทน ~

คุณ Mr. X เค้าใจดีน่ะครับ นัดเจอกันทีไร ชอบขอเป็นเจ้ามือ บ่อยๆ ผมก็เกรงใจนา [ถึงปรกติจะไม่ค่อยเกรงใจคนก็ตาม อิอิ :P]

ใครที่แวะมา The Esplanade แล้วอยากทานอาหารญี่ปุ่นในแบบสงบๆ สบายๆ ไม่วุ่นวายแย่งกันกิน ต่อคิวยาวเหยียดสามโล, ผมว่าขึ้นมา Wasabi เลยดีกว่า ถ้าสั่งอาหารชุดคนละชุด ก็ไม่ได้แพงกว่าฟูจิ ชุดนึงๆ ราวๆ 150 – 230 บาท แล้วแต่อย่าง ถ้าพวกปลาดิบอาจแพงกว่าพวกของทอดๆ

แถม, ถ้าอยากซดกาแฟในสไตล์ญี่ปุ่น ก็ลงไปที่ Cafe Kaldi ได้ ร้านนี้สุดโปรดผม ^^)

วันหลัง ชาว CookieCoffee คนไหนอยากนัดเจอผมก็ได้นา เผื่อจะมีมือถืออะไรใหม่ๆ ไปแชร์ลองเล่นกัน นั่งทานข้าวทานกาแฟก็ได้ครับ ตามพวกห้างติด BTS – MRT นี่ Ok เลย

หรืออาจเป็นวันไหนที่ผมออกไปประชุม + คุยงานข้างนอกอยู่แล้วก็หาที่เหมาะๆ ลงตัวกัน

ภาพทั้งหมดของ Wasabi ถ่ายด้วย HTC HD2 เครื่องประจำตัวผม ยกเว้นภาพ Cafe Kaldi ถ่ายด้วย HTC Smart [Brew] ครับ ^^)

 

Comments are closed.