Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

เมื่อเดือนที่แล้ว, ผมกับเพื่อนๆ บน FB รวมเงินกันซื้อข้าวสารอาหารแห้งไปแบ่งปันให้ครอบครัวเด็กยากไร้ในชุมชนแออัดหลายแห่งและก็มีโอกาสได้คุยกับหน่วยงานอาสาฯ ที่เผชิญหน้ากับ Covid 19 [แต่ละท่านมาด้วยใจจริงๆ ต้องขอแสดงความนับถือไว้ ณ ที่นี้]

และก็เป็นเดือนที่แล้วเช่นกัน, ที่คุณพี่สาวผมซื้อของเล่นชิ้นหนึ่งมาจากญี่ปุ่น

มันคือ “Automated Parking” ของ Tomica Japan !

และญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น, ความ Amazing ของมันคือ “ทำงานได้จริง” เหมือนระบบ “ที่จอดรถอัตโนมัติ” ตาม Condo ใหม่ๆ และตามห้างใหญ่ๆ อย่าง The Emquartier

แค่เอารถของเล่นวิ่งขึ้นรางด้านล่างแล้วกดคันโยก, ระบบ Lift และสายพานก็จะพารถหมุนขึ้นไปยังช่องจอดซ้ายขวาของแต่ละชั้น !

ย้ำว่านี่คือ “ของเล่น” สำหรับเด็กสามขวบ !

ได้ทั้งความตื่นตาตื่นใจ, ได้เรียนรู้ทั้งระบบกลไกการทำงานเชิงวิศวกรรม

[และได้ความ Amazing ว่า “เด็กญี่ปุ่นมันเล่นของแบบนี้เลยเหรอวะ ?”, ซึ่งก็ไม่แปลกว่าทำไมประเทศชาติมันถึงได้พัฒนา…]

Covid 19 Lockdown, มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน

แต่เอาจริงๆ, อย่างส่วนตัวผมมันก็แค่เงินใน Port ลดลงนิดหน่อย

อาจมีหงุดหงิดบ้างที่อดบิน, จากเดิมที่ไม่ค่อยอยู่เมืองไทย

และแผนแลกไมล์ที่ตั้งใจจะให้ลูกคุณพี่สาวได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกก่อน 3 ขวบเพื่อไปเยี่ยมคุณน้องสาวที่เป็นล่ามอยู่ Tokyo ก็ต้องพับ Project

ที่กังวลจริงๆ ก็คือตัวเด็กที่ตอนนี้ควรจะได้ไปโรงเรียน, ได้มีเพื่อนวัยเดียวกันและได้พบเจอกับผู้ใหญ่หลากหลาย

กลับต้องมานั่งเรียนรู้ทุกอย่างผ่าน Online

แต่ที่บ้านก็ยังมีของเล่นดีๆ มากมาย, มีสวนให้วิ่งออกกำลังและมีอาหารเต็มตู้เย็น

ตัดกลับไปอีกครอบครัว, ตอนลงพื้นที่ชุมชนแออัด

หนึ่งบ้านอยู่รวมกันสี่ห้าคนพ่อแม่ลูก, คำว่า “หนึ่งบ้าน” ก็คือ “หนึ่งห้อง”

ทุกเช้าพ่อต้องออกไปทำงานกรรมกร, ถ้าวันไหนไม่ไปก็แปลว่าอีกสี่ชีวิตไม่มีกิน

แม้จะเสี่ยงติดเชื้อก็ต้องทำเพราะรัฐฯ สั่ง Lockdown แต่ไม่มีการจ่ายเงินเยียวยา

ส่วนแม่ก็ต้องอยู่ห้องคอยดูแลลูกๆ, อ่านหนังสือให้ฟังบ้างสอนเขียนสอนภาษาเท่าที่ปัญญาจะพอมี

ที่แย่กว่านั้นคือ “บ้านไม่มีห้องน้ำ”

ทั้งชุมชนใช้ “พื้นที่ส่วนกลาง” เพื่อการขับถ่าย

กระจายเชื้อโรคอีกไม่รู้เท่าไร

ติดหนึ่งคนก็คือ “ติดทุกหลัง”

แต่จะไปสั่งให้เขาแยกห้องนอนอย่างไร, ในเมื่อแค่ห้องน้ำจะใช้ยังไม่มี ?!?

นี่คือ​ “เรื่องจริง”

ที่รัฐฯ และคนมีเงินอาจไม่เข้าใจ

[สมัยก่อนตอนที่พ่อผมเป็น Messenger ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ, เราก็นอนกองๆ รวมกันสี่ห้าคนบนเสื่อน้ำมันเหมือนกัน…]

บางบ้านต้องออกไปทำงานทั้งพ่อทั้งแม่, ลูกสองคนก็คือถูกขังเอาไว้ในห้อง

และอีกสภาวะหนึ่งที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ที่ทางจิตอาสาเล่าให้ผมฟังก็คือการใช้กำลังซึ่งเกิดจาก “ความเครียดความกดดัน” ในครอบครัว

ผมมีบ้านมีสวนมีรถ, เมื่อ Week ก่อนขับหนีไปเตะน้ำทะเล & Trade หุ้นประชุม Online สบายใจอยู่ริมชายหาดแล้วค่อยกลับ

แต่คงไม่ใช่ทุกครอบครัวที่ทำแบบนั้นได้

ในสภาพที่ Covid 19 เลวร้ายลงทุกวัน, ใครยังพอมีกำลังก็แบ่งปันกัน

แน่นอนว่ามันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีในระยะยาว, แต่อย่างน้อยก็ในช่วงสั้นๆ พากันผ่านสถานการณ์นี้ไป

แต่พอมองแล้วก็อดสงสารเด็กๆ ที่ต้องโตขึ้นมาในช่วงเวลาแบบนี้ไม่ได้

ตอน Covid 19 เข้าไทยมาใหม่ๆ, ผมจำได้ว่ามี Ad โฆษณานมเสริมพัฒนาตัวหนึ่งที่ Slogan ฟังแล้วเจ็บปวดลึกๆ

“แม้โลกตอนนี้จะน่ากังวลแต่ก็เป็นโอกาสดีที่แม่จะได้อยู่บ้านดูลูกๆ เติบโตขึ้นมามีหัวใจแบบที่แม่ภูมิใจ”

แต่คงไม่ใช่แม่ทุกคนที่มีสิทธิจะภาคภูมิใจ…