web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

iPhone X Th Review ในมุมมองของคนใช้ iPhone 8 Plus !

iPhone X Review ของเมืองนอกที่แปลไทยลงใน Pantip ก็มีเยอะแล้วและผมก็เพิ่งสรุป “10 ข้อเสียใน iPhone X” ลง Blog เมื่อวานจึงยิ่งไม่รู้ว่าจะเขียน iPhone X Review เพิ่มอีกทำไม, แต่เผอิญว่าก่อนหน้านี้ผมใช้ iPhone 8 Plus เป็นเครื่องหลัก…

คู่กับ The Essential Phone PH1, สุดยอดจอไร้ขอบของ Andy Rubin [ผู้ก่อตั้ง Android ที่แยกออกมาเปิดบริษัทเอง]

ที่น่าสนใจคือทั้ง Essential PH1 และ iPhone 8 เปิดราคาเท่ากันแค่ 699 USD, ในขณะที่ iPhone X ซัดไป 999 USD !

เลยอยากจะมา Short Note ลง Blog ไว้, ในมุมมองของคนที่เคยใช้ “สุดยอดมือถือ” สองรุ่นนี้มา

ว่าเมื่อเทียบกับ iPhone X 64GB ที่ราคา 999 USD [เครื่องศูนย์ไทยเปิดที่ 40500 บาท], มันคุ้มค่าน่าซื้อแค่ไหน ?

iphone-x-thai-review-home-screen-face-id-edgeless-display-ios11-cookie-blogger-cheapest

ในฐานะที่ไม่ชอบ iPhone Plus Series เลย !

1. จะเห็นผมบ่นประจำทุกครั้งเวลาบินมาหิ้ว iPhone รุ่นใหม่ที่เมืองนอกว่า “อยากได้ iPhone 4.7 นิ้วมากกว่า” แต่ก็ไม่ทราบว่าทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับ Apple Store, สุดท้ายจะต้องได้ iPhone Plus Series จอใหญ่ 5.5 นิ้วกลับมาทุกทีไป…

2. ปีนี้ก็เช่นกัน, จริงๆ อยากได้ iPhone 8 สีดำแต่ Apple Store Shibuya มีของเหลือแค่ iPhone 8 Plus สีทอง​ !

3. เหตุผลที่ผมไม่ชอบ iPhone Plus Series [รวมทั้ง Galaxy S8 Plus / XPeria Premium] ก็ตรงที่มัน “ใหญ่เกินจะใช้งานมือเดียว” และเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับคนที่ชอบเที่ยวรอบโลกแบบ “แบกเป้ Backpack” ซึ่งบางครั้งมือข้างหนึ่งมันไม่ว่าง

4. iPhone X คือ “Solution” ขั้นสุดยอด, เครื่องเล็กพอๆ กับ iPhone 8 แต่จอใหญ่เท่า iPhone 8 Plus !

5. จอ iPhone 8 Plus อยู่ที่ 5.5 นิ้วในขณะที่จอ iPhone X คือ 5.8 นิ้ว, แต่ใช้งานจริงก็ใกล้เคียงกัน

iphone-x-thai-review-dual-camera-vertical-cookie-blogger-vs-iphone-8-plus

iphone-x-8-plus-new-colour-gold-review-back-japan-dual-camera-apple-store-biccamera

6. เรื่อง Material ผมว่าสูสี, เพราะด้านหลังของ iPhone X ใช้กระจกแบบเดียวกับ iPhone 8 Plus

7. แต่เผลอๆ กล้องคู่แนวตั้งของ iPhone X จะนูนออกมากว่า iPhone 8 Plus ด้วยซ้ำ…

8. เวลาวาง iPhone X บนโต๊ะเรียบๆ มันก็จะก๊อกแก๊กๆ [แก้ได้ด้วยการใส่ Case, Tim Cook ได้เงินไปอีก]

8. เรื่อง Design ก็นานาจิตตังแต่ส่วนตัวผมชอบมือถือที่ดู “เหลี่ยม” และ “ผิวด้าน [แบบ iPhone 7 Matte Black]” แต่ iPhone X มันทั้ง “มน” และ “เงาวาว” โดยเฉพาะเครื่องสีขาว [Silver], รวมๆ แล้วผมเลยชอบ The Essential Phone PH1 ที่สุด

9. แต่ก็ต้องยอมรับว่า iPhone X สวยโฉดโดดเด่นกว่า iPhone 8 แบบฟ้ากับเหว

10. ซึ่งก็แน่นอน, เพราะ Tim Cook เล่นใช้ Design เดิมติดกันมาตั้งสี่ปีมันก็ต้องมีเบื่อบ้างละนะ

11. ยิ่งช่วงนี้เครื่องศูนย์ไทยยังไม่มา, ถือ iPhone X ไปไหนมีแต่คนทักด้วยความอิจฉา !

12. ในส่วนของจอที่ “แหว่ง” ไปนั้น, ฝรั่งเขาเรียกว่า “iPhone X Notch” ที่แปลว่า “รอยบาก”

iphone-x-thai-review-ios11-notch-cookie-blogger-vs-iphone-8-plus

 essential-phone-ph1-review-cut-price-200-usd-sale-vs-iphone-x-pure-android-app

13. และเรียก “ขอบข้าง” สองด้านที่แสดงพวกเสาสัญญาณว่า “Shoulder” ที่แปลว่า “ไหล่ [เข้าใจเปรียบเทียบจริง]”

14. การใช้งานห้านาทีแรก, รู้สึก “รำคาญ” ขั้นสุด !

15. ส่วนตัวผมว่ามันดู “ขัดๆ ตา” มากกว่ากล้องหน้าใน The Essential Phone PH1 เสียอีก

16. คงเพราะ “iPhone X Notch” มันใหญ่และกว้าง, เพื่อให้ Tim Cook สามารถติดตั้ง Parts เพิ่มเติมได้ทั้ง Front Camera & Sensor สำหรับการใช้งาน Face ID [ระบบ Unlock เครื่องด้วยใบหน้าที่มาแทน Touch ID แบบเก่าที่ใช้ลายนิ้วมือ]

17. แต่ผ่านไปห้านาทีก็เริ่ม “ชิน”, คงเพราะเอาจริงๆ ตัว iPhone X Notch ก็ไม่ได้รบกวนการทำงานใดๆ

18. แม้บางครั้งเราจะเห็นพื้นที่บาง Apps มัน “แหว่ง” ไปแต่มันคือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้หรือไม่ก็พื้นที่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา

19. ดัง Facebook App ในภาพล่าง, ทั้งบน iPhone X และบน The Essential Phone PH1

iphone-x-thai-review-facebook-notch-app-blogger-vs-iphone-8-plus

essential-phone-ph1-review-cut-price-200-usd-sale-vs-iphone-x-king-bhumibol-facebook

20. แต่ก็ไม่กล้า Confirm เหมือนกันว่ามันจะ Okay แบบนี้ทุก Apps หรือไม่ ?

21. โดยเฉพาะในส่วนของ Games, บางครั้งก็แสดงผลเพี้ยนและการ “ไร้ขอบ” จนถึงด้านล่างสุดของเครื่องก็ทำให้บางทีต้อง “เอื้อมนิ้ว” ลงมา Touch ด้านล่างนิดๆ และมีโอกาสที่ iPhone X จะ “พลิก” หลุดมือหรืออาจไม่มี “ที่พักนิ้ว” เวลาเล่น Games นานๆ

22. แต่ผมไม่เล่น Game [รอดตัวไป]

23. ผลที่ตามมาอีกอย่างจาก “จอไร้ขอบ” ก็คือ Tim Cook ตัดปุ่ม Home ทิ้ง !

24. สิบนาทีแรกของการใช้งานจริง, หาวิธีกลับมาหน้า Home และวิธีสลับ App แบบ Multitasking ไม่เจอ…

[ต้องปรับนิสัยมาเป็นการปัดซ้ายปัดขวาแทน, ซึ่งผมว่ามันเริ่ม “ยาก” กว่าที่ควรในความเป็น iOS]

25. ทีแรกก็ไม่รู้ทำไม, แต่ Android อย่าง The Essential Phone PH1 กลับใช้งานได้ง่ายกว่าแบบงงๆ !

iphone-x-thai-review-facebook-notch-app-blogger-vs-iphone-8-plus-home-button

essential-phone-ph1-review-cut-price-200-usd-sale-vs-iphone-x-unbox-macbook-japan

26. พอมาเล่นเทียบกันอย่างตั้งใจก็เลย Get

27. การที่ Android มีปุ่มเสมือนสามอย่างด้านล่าง [Back / Home / Multitasking] ลอยขึ้นมาบนหน้าจอทำให้การ Control เครื่องง่ายกว่า iPhone X, นึกถึงสมัยที่เปลี่ยนให้คุณแม่หันมาใช้ iPhone ช่วงแรกๆ ก็เพราะมันมีปุ่ม Home

28. ตอนนั้นจำได้, ผมบอกคุณแม่ซึ่งอายุ 70 ปีว่า “ถ้าเผลอไปเข้าหน้าไหนแล้วงงๆ ให้กดปุ่ม Home ลูกเดียว !”

29. Interface แบบ “นิ้วล้วนๆ” ของ iPhone X ช่างเข้าใจยากถึงยากมาก, ทดสอบด้วยการให้เด็กและคนชราลองดูก็รู้

[ส่วนท่านใดที่มั่นใจว่ายังไม่แก่ก็กรุณาปรับตัวให้ชินเพราะ Tim Cook จะใช้ Interface แบบนี้ไปอีกนานแน่]

30. แต่เรื่อง Speed & Performance และความ Stable, ผมว่า iOS ยังเหนือกว่า Android หลายขุม

31. และ iPhone X ก็ใช้ Hardware ชุดเดียวกับ iPhone 8 Plus, ซึ่งผล Benchmark ก็ทิ้ง Galaxy Note 8 ขาดลอย

iphone-8-edition-pro-plus-review-geekbenchmark-won-all-android-galaxy-s8-plus-compare-spec-ios11

 geek-benchmark-review-iphone-x-8-plus-vs-macbook-galaxy-note-8-s8-tom

geek-benchmark-review-iphone-x-8-plus-vs-macbook-galaxy-note-8-s8-real-life-video-edit

32. กล้องถ่ายภาพของ iPhone X VS iPhone 8 Plus ก็เช่นกัน, สังเกตจากสองภาพล่างที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการและ “รอยบาก [Notch]” ใน iPhone X ก็ไม่ได้ถูกบังหรือมี Feature ใหม่ใดๆ, ดัง Review ของ MacWorld UK ที่ว่า…

“When it comes to the cameras, there is not a big difference between the iPhone X & iPhone 8 Plus”

33. Hardware กล้องของ iPhone X VS iPhone 8 Plus ก็ตัวเดียวกันนั่นแลฯ [a ƒ/1.8 aperture wide angle and ƒ/2.4 aperture telephoto camera, The iPhone X and iPhone 8 Plus also have an optical zoom]

34. ยกเว้นก็แค่กล้องหน้า, ที่ iPhone X เพิ่ม Face ID และ TrueDepth Portrait Selfie เข้ามา

35. สรุปเรื่องกล้อง, ประหยัดงบไปอีก 300 USD ด้วยการซื้อ iPhone 8 Plus แทนที่จะเป็น iPhone X

36. และกล้อง iPhone 8 Plus ก็ได้รับการการันตีว่าเป็น “The Best”, ลองดูตัวอย่างภาพถ่ายใน Blog เก่าๆ ก็ได้

iphone-x-thai-review-notch-face-id-vs-iphone-8-plus-camera

iphone-x-vs-8-plus-japan-review-unbox-different-compare-7-thai-app-camera

37. แต่อีกนิด, ส่วนตัวผมว่า iPhone X มันใช้งานมือเดียวถนัดกว่า iPhone 8 Plus ก็เลยเก็บภาพได้ดีกว่าในบางโอกาสเพราะเราไม่ต้อง “ประคองเครื่อง” นิ่งๆ ด้วยมือเดียวแบบยากๆ หรือใช้อีกมือมา Touch ปุ่ม Shutter ที่อาจทำให้เครื่องสั่น

38. และ Face ID ก็มหัศจรรย์ขั้นเทพ…

39. แค่เรายกเครื่องขึ้นมา, iPhone X ก็ Unlocked ตัวเองในบัดดลฯ !

40. ในชีวิตปรกติ, ผมว่าไม่น่ามีโอกาสที่ใครคนอื่นจะสามารถ Unlocked เครื่องเราด้วย Face ID ได้

[เห็นเมืองนอกเจอปัญหา “ฝาแฝดสามารถใช้ Face ID ของอีกคนได้”, แต่ผมก็ว่าปล่อยเขาไปเถอะ]

41. แต่ก็เช่นกัน, คงต้องอาศัยความคุ้นชินและการปรับตัวสำหรับคนที่จะเปลี่ยนจาก Touch ID มาเป็น Face ID

42. การ Setup ระบบ Face ID ก็ง่าย, คล้ายๆ กับ Touch ID ที่เปลี่ยนจากลายนิ้วมือมาเป็นใบหน้านั่นแลฯ

iphone-x-thai-review-unlock-notch-face-id-vs-iphone-8-plus-home-button

43. ในส่วนของข้อเสียและปัญหาของ Face ID, ที่เมืองนอกก็มีรายงานกันหลาย Cases เช่น Scan ไม่ผ่านในที่ที่แสงน้อยหรือแสงจ้าเกินไป / ฝาแฝดสามารถใช้ Face ID แทนกันได้ / การใส่ผ้าโพกหัวแบบ Muslim อาจทำให้ Scan ไม่ผ่าน

44. แต่รวมๆ ผมว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่, เป็นแค่ Drama เอาไว้ให้ OS อื่นที่ยังไม่มี Face ID ใช้โจมตีไปวันๆ มากกว่า

45. สำหรับ Battery, iPhone X ทำได้ดีไม่มากไม่น้อยพอๆ กับ iPhone 8 [ฝรั่งใช้คำว่า “Good but Not Great”]

46. แต่ iPhone 8 Plus ทำคะแนนด้าน Battery ได้ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้มี iPhone มา

47. ก็เป็นอีกเหตุผลที่ดีที่จะประหยัดงบลงไป 300 USD เพื่อซื้อ iPhone 8 Plus แทนที่จะเป็น iPhone X

48. ยกเว้นใครที่บินมาซื้อถึงญี่ปุ่นเพราะประเทศนี้เขาขาย iPhone X ราคาถูกที่สุดในโลก [เท่า iPhone 8 Plus ไทย !]

49. จบท้ายด้วยโฆษณา, มาสัมมนา “How to be Blogger 2018” กันดีกว่าเอย (#´ー´)旦

iphone-x-thai-review-notch-vs-iphone-8-plus-safari-blogger-how-to-be-seminar