Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 3 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ไม่ได้มีงบโฆษณาเยอะๆ หรือ Banner ใหญ่ๆ จาก Samsung แต่ Apple Inc ก็ไม่มีการจ้าง Blogger คนไทยเช่นกัน, ดังนั้น Blog นี้จึงเป็น iPhone 5S VS Galaxy Note 3 แบบ No Bias จริงๆ ไม่มีใครมารจ้างเขียน ~

แม้ว่า iPhone 5S & Galaxy Note 3 จะมี Spec แตกต่างกันแต่มันก็ต้องแข่งขันในแง่ของราคา

ผมได้บินไปลอง iPhone 5S ในงานเปิดตัวที่ Apple Store Ginza Japan

หลังจากนั้นก็แวะต่อเครื่อง, ลองเล่น Galaxy Note 3 ที่ Hong Kong

หลังจากคิดและตัดสินใจ, คำตอบในมือผมตอนนี้คือ “iPhone 5S”

ก่อนอื่นก็ต้องขอเล่าแบบตรงๆ, ว่า Blog ผมไม่ได้รับมือถือฟรีจาก Samsung หรือ Brand ใดๆ

[สังเกตว่า Blog ผมไม่ได้ไปงาน Event มือถือเปิดตัวในไทยมานานแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้อยู่ไทยด้วยละ]

มือถือทั้งหมดที่ Review ใน Blog นี้คือซื้อเองบ้าง, ไม่ก็ของเพื่อนๆ สมาชิกด้วยกัน

เพราะว่าผมต้องซื้อเครื่องใช้เอง, จึงต้องคิด พิจารณาอย่างดีที่สุด

และ Blog นี้ก็คือ “คำตอบ” ที่ผมมีให้ตัวเอง, ว่า ถ้าต้องจ่ายเงินซื้อด้วยเงินตัวเอง เพื่อใช้งานยาวๆ [และผมใช้แค่เครื่องเดียว] ผมจะเลือกมือถือรุ่นไหน ระหว่าง iPhone 5S หรือ Galaxy Note 3 ?

เช่นเคย, Comment ที่เห็นต่างอย่างสุภาพจะไม่โดนลบ

ส่วนเกรียน, ที่ Blog นี้มีนโยบายเดียวคือแบนตลอดชีพ เพราะผม Care สมาชิกดีๆ ท่านอื่นมากกว่าพวกคุณครับ :)

1. iPhone 5S รองรับ 4G LTE, แต่ Galaxy Note 3 เครื่องศูนย์ไทยตัดทิ้ง

หลายท่านอาจไม่ทราบว่าตอนนี้ 4G LTE ของ TrueMove H กำลังวางเครือข่ายเกือบจะเต็มพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว, ฝั่งตะวันออกนี่มาถึงแยกบางนา และคาดว่าต้นปีหน้า คงจะครบ 100%

โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายเงินค่า 4G เพิ่มจาก 3G, แต่ได้ Speed ระดับ 40 MBPS ใช้ฟรี o_O!!!

บางคนอาจคิดว่า “มี 4G ไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจำเป็น”

สมัยก่อนมี 3G, คนพวกนี้ก็คิดแบบนั้น…

แต่ในปัจจุบัน, ลองให้พวกเค้ากลับไปใช้ GPRS ทุกวันดู ก็ไม่รู้จะเอารึเปล่า :D

และที่จริง Galaxy Note 3 ในต่างประเทศก็รองรับ 4G ครับ แต่ในไทยถูกตัดทิ้ง [ที่ผมเล่นใน HK ก็มี 4G :)]

2. iPhone 5S ใช้ Material สมกับราคา 2 หมื่นบาท

iPhone 5S ยังคงใช้ Material แบบโลหะผสมกับกระจก ในขณะที่ Galaxy Note ใช้ Plastic ทั้งตัว, ฝาหลังที่อ้างว่าเป็นหนัง จริงๆ แล้วก็เป็น Faux Leather [ซึ่งก็คือ Plastic ที่ปั๊มขึ้นรูปให้คล้ายหนัง]  

ผมเป็นคนที่ให้ Value กับ Taste / Design และ Material มากกว่า Spec หรือตัวเลข CPU

iPhone 5S เป็น SmartPhone ที่แค่ผมจับพิ้นผิวมันก็รู้สึกดี

ให้สัมผัสแบบ Craftmanship

[นั่นก็เป็นเหตุผลนึงที่ผมมองข้าม iPhone 5C Plastic ไปเลยเหมือนกันครับ]

แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ iPhone 5S สีทอง, เครื่องของผมสีดำ :)

 

3. iPhone 5S ใช้งานมือเดียวได้ทุกคำสั่ง แต่ Galaxy Note 3 ทำไม่ได้

สองเดือนก่อนผมไปปีนยอดเขา Fuji ชั้น 10, ตอนนั้นใช้ Full HD Android จอใหญ่ 5 นิ้ว

และพบว่าเป็นอุปสรรคชีวิตมาก, เพราะผมต้องใช้มือนึงไต่หิน ในขณะที่ไม่สามารถใช้งาน Android จอ 5 นิ้วด้วยมือเดียวได้ เอาแค่การลากแถบ Notification จากด้านบนของ Galaxy Note 3 ก็ทำไม่ได้แล้ว o_O!!!

ตรงนี้คือ Fact, ว่าจอ 4 นิ้วของ iPhone 5S มันเล็กกว่าจอ 5.x นิ้วของ Galaxy Note 3 หรือ Android รุ่นใหม่ๆ

แต่สำหรับผมแล้ว, การใช้งานมือเดียวได้ในทุกสถานการณ์สำคัญกว่า

เวลาขึ้นรถไฟฟ้าก็ไม่อยากต้องหาเสาพิงเพื่อใช้งาน Facebook / Email / Line App แบบสองมือ

และจอของ Galaxy Note 3 ที่ใหญ่เกินไปจะเป็นปัญหามากเวลาถ่ายรูปตอนรีบๆ

4. iPhone 5S มีกล้องที่ดีที่สุด วัดแสง Auto ฉลาดที่สุด ถ่ายด้วยมือเดียวได้ง่ายที่สุด

 จากข้อ 3, ไม่ว่าสถานการณ์ไหน iPhone 5S ก็ถ่ายรูปได้ เพราะขนาดมันพอดีมือ ~

นอกจากนี้, The Wall Street Journal & National Geographic ก็ Confirm ซ้ำให้ด้วยครับว่า iPhone 5S เป็น “No.1” ในหลายๆ ด้าน รวมทั้งการใช้งานภาพถ่าย

ปัจจุบันนี้, ภาพใน Blog ทั้งหมดก็มาจากกล้อง iPhone 5S

นอกจากจะถ่ายมือเดียวได้สะดวกแล้ว, iPhone 5S ยังมีการวัดแสงแบบ Auto ทั้งหมด

ไม่มีการเข้า Settings ให้เราปรับ ISO / EV / White Balance ใดๆ ให้ยุ่งยาก จึงยิ่งไม่ต้องใช้ 2 มือ

เพราะบางสิ่งในชีวิตเราไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และมันไม่เคยรอให้เราเข้าคำสั่ง Settings ครับ :) 

 

5. iPhone 5S & iOS7 มี Apps ที่ดีกว่า Galaxy Note 3 & Android

 เอาแค่ที่ผมใช้, Instagram บน iOS7 ทั้งสวย ง่ายและ Stable กว่า Android มากครับ ตั้งแต่การใส่ปุ่ม Tag [#] มาบน Keyboard ด้านขวาเลย ไม่ต้องกด Shift ให้วุ่นวาย ซึ่งก็เพราะ iOS ทุกรุ่นใช้ Keyboard เหมือนกัน

ในขณะที่ Sony / Samsung / HTC / LG ใช้ Keyboard คนละแบบ, Instagram จึงเข้าไปกำหนดไม่ได้

อีก App คือ Nike Running, เพราะ Nike เป็น Partner ใหญ่ของ Apple Inc

ต่อด้วยการ Connect กับ Printer ของ Brother ตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา, มันไม่รู้จัก Galaxy S4 Zoom

ทั้งที่มันรู้จักทั้ง iPhone 5 ของคุณน้องสาวและ iPhone 4 รุ่นเก่าของคุณแม่ o_O!!!

เพราะ iPhone ออก Model ใหม่ต่อปีน้อย, ทุก App จึงพัฒนาให้ Compatible ได้ง่ายกว่านั่นเอง

นี่คือ Smart Life ใน Style ชีวิตจริง, สังเกตไหมครับว่าผ่านไป 5 ข้อแต่ผมไม่มีพูดถึง Spec / CPU Speed / RAM / Benchmark / Quad Core Snapdragon 800 หรือ Exynos อะไรแม้แต่คำเดียว… 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องรู้

ถ้าต้องพยายามทำความเข้าใจ, แปลว่าเค้าสร้างมาไม่ดีพอ

เหมือนรถที่ผมซื้อมาขับ, ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อรู้จักเครื่องยนต์ ต้องแต่งเบรคเองหรือติดตั้งพวงมาลัยใหม่ให้ขับนิ่งขึ้น

iPhone 5S คือคำตอบของผม, เหนือกว่า Galaxy Note 3 ในด้าน User Experience

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า iPhone 5S จะ “ดีที่สุด” สำหรับทุกๆ คน

ลองอ่าน “5 เหตุผลที่คุณจะไม่ซื้อ iPhone 5S” ใน Blog ที่แล้วประกอบอีกมุมหนึ่งก็ได้ :)

ต่อให้คิดไม่เหมือนกับผมก็จะไม่โดนลบ Comment, อันนี้ขอย้ำอีกที และเพราะว่า Blog นี้ไม่ได้มี Sponsor เป็น Brand มือถือ ก็เลยไม่มีหน้าที่จะต้องมา Convince ให้คนซื้อตามผมเพื่อกินเงินค่าหัว :)

Concept ของ Blog ผมคือ ถ้ารับ Sponsor มา ผมจะบอกตรงๆ ไม่มีโกหกหรือปกปิด ^^)

 

Update : แถมข้อ 6 อีกอย่างคือกล้อง iPhone 5S ดีกว่า Galaxy Note 3 ครับ

สามารถ CLick ภาพข้างล่างไปอ่าน iPhone 5S VS Galaxy Note 3 Camera review ได้

โดย Galaxy Note 3 เครื่องที่ผมใช้ทดสอบก็เป็นเครื่องศูนย์ไทย

แต่มาแบบ No Sponsor เช่นเคย ;)