Special : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัวและเพื่อธุรกิจ"

iPhone 6 [หรือ iPhone Air] เหนือกว่า Galaxy S5 แน่…

นี่คือความรู้สึกแรกที่แวบขึ้นมา, ในฐานะที่ผมใช้ Galaxy S4 DoCoMo อยู่

ที่จริง Spec ของ Galaxy S5 ที่เปิดตัวไปเมื่อวานก็ไม่ได้ผิดคาดเท่าไร, เพราะดูเหมือนว่า Galaxy S5 [และ Xperia Z2] จะมาถึงขีดจำกัดของ Android ที่มีมนุษย์เป็นตัวกำกับว่า “ขนาดจอต้องไม่เกิน 5.x นิ้ว”

Galaxy S5 จึงเหมือนเอา Galaxy S4 มาเพิ่มความเร็ว CPU / ความละเอียดกล้องและใส่ “Touch ID” เข้าไป

นี่คือสิ่งที่ iPhone 6 / iPhone Air เหนือกว่า…

หรือถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือ “iPhone 6 มีความแตกต่างจาก iPhone 5S มากกว่า” ครับ

ย้อนไปตอนที่ Galaxy S4 Failed, ผู้บริหาร Samsung ออกมายอมรับเองว่า

“When we moved to Galaxy S4 from Galaxy S3, it’s partly true that consumers couldn’t really feel much difference between the two products from the physical perspective”

“เหตุผลที่ Galaxy S4 ขายไม่ดีคือ มันดูเหมือน Galaxy S3 มากเกินไป”

แต่ผมกลับคิดว่า “Galaxy S5 เหมือนกับ Galaxy S4 ยิ่งกว่าอีก”

ความละเอียดจอของ Galaxy S5 ยังคงเท่าเดิมที่ Full HD, เพิ่มขนาดขึ้นมาจาก 5.0 นิ้วเป็น 5.1 นิ้ว…

กับกล้องเพิ่มจาก 13 MPixels ใน Galaxy S4 มาเป็น 16 MPixels ใน Galaxy S5

น่าสังเกตว่า RAM ของ Galaxy S5 ก็ยังอยู่ที่ 2GBRAM, เท่า Galaxy S4 [และน้อยกว่า Galaxy Note 3]

ส่วนเรื่อง 4G LTE นั้น, Galaxy S4 เครื่องศูนย์ไทยไม่รองรับก็จริง

แต่ Galaxy S4 DoCoMo ของผมและ Galaxy S4 ในตลาดโลกไม่ได้ตัด 4G ทิ้งเหมือนบ้านเราตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว – –

 อีกจุดที่ Galaxy S5 ต่างจาก Galaxy S4 ก็คือ “มันกันน้ำได้”

[อาจจะเพื่อส่งไปขายในตลาดญี่ปุ่น เพราะมือถือประเทศนี้กันน้ำได้ทุกรุ่น ?]

แต่ที่แน่ๆ คือ Galaxy S5 เหมือน Galaxy S4 Minor Change มากจริงๆ

ในขณะที่ iPhone 6 [หรือ iPhone Air] ซึ่งกำลังจะเปิดตัวในเดือน Sep – Oct 2014 นี้, จะต้องปรับ Spec ครั้งใหญ่ขึ้นมาจาก iPhone 5S ซึ่งก็น่าจะรวมทั้งขนาดจอภาพและ Design ใหม่หมด

นี่ไม่ได้จะชม iPhone 6 / iPhone Air หรอกนะครับ

แต่ในแง่หนึ่ง, มันแปลว่า iPhone 5S มันมาถึงขีดจำกัดของจอ 4.0 นิ้วแล้วเช่นกัน

ทว่าเพราะ iPhone 5S ในปัจจุบันมันจอเล็ก, การกระโดดไป iPhone 6 / iPhone Air จึงมี “Gap” ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าการที่ Galaxy S4 จะ Up ตัวเองขึ้นไปเป็น Galaxy S5

แต่ Galaxy S5 [& Xperia Z2] มันมาถึง Limit ที่จอ 5.0 – 5.2 นิ้วแล้วจริงๆ

และ Samsung ก็ยังมี “Galax Note 4” ที่จอ 5.7 – 6.0 นิ้วเปิดตัวปลายปีช่วงเดียวกับ iPhone 6 อีก

จะเพิ่มความละเอียดจอให้ Galaxy S5 เป็น 4K, สายตามนุษย์ก็แยกไม่ออกแล้ว

แถมอาจจะมีปัญหาไม่ Compatible กับ App เก่าๆ สมัยจอ Full HD

ดังนั้น Galaxy S5 จึงถูกจำกัดด้วย Factors หลายๆ ตัว

 ส่วนอื่นๆ ที่ Galaxy S5 ดูแตกต่างจาก Galaxy S4 เช่น S Health 3.0 / Kids Mode / Private Mode / Download Booster / Ultra Saving Mode ประหยัดไฟ ก็น่าจะ Upgrade ให้รุ่นเก่าได้ ?

ที่เห็นความต่างจริงก็น่าจะเป็นระบบอ่ายลายนิ้วมือ [Touch ID] ของ Galaxy S5

ซึ่งผมคิดว่าไม่จำเป็น

[คุณน้องสาวผมยังใช้ iPhone 5, เพราะคิดว่า iPhone 5S ไม่ได้เพิ่มอะไรมากนัก รอ iPhone 6 ดีกว่า :)]

ในอีกแง่หนึ่ง, มองได้เหมือนกันครับว่า ยุคสมัยของการแข่งอัด Spec บน Android จบลงแล้ว

สำหรับราคาเปิดตัว, Galaxy S4 ขายที่ 21900 บาท

 คาดว่าราคา Galaxy S5 เครื่องศูนย์ไทยและราคาในตลาดโลกก็ไม่น่าจะต่างกันนัก ~

นี่ละครับ สำหรับการเปิดตัว Galaxy S5 ในมุมมองของผม และก็เป็นการ VS Review ง่ายๆ กับ iPhone 6 [& iPhone Air] ในเชิงการตลาดและความคุ้มค่าของผู้บริโภค, แล้วท่านอื่นคิดกันอย่างไรบ้าง มา Share กัน :)