Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

Update 25 Oct 2017 : Zuckerberg ขยับตัวอีกครั้งและทำให้ Fanpage มียอดคนเห็นลดลงอีก 60 – 80% !

The Guardian UK รายงานข่าวว่า “Facebook moving non promoted posts out of news feed” และ “New system could Destroy smaller publishers if implemented after journalists report drop in organic reach”

เมื่อ Zuckerberg ทดสอบระบบใหม่ครั้งใหญ่ [Major Change]

ด้วยการแยก Post ของบรรดา Fanpage [ที่ไม่ยอมจ่ายเงินซื้อ Ad] ออกไปจาก Timeline อย่างชัดเจน

 แม้ตอนนี้จะเป็นแค่ “ขั้นทดสอบ” แต่ใครที่ฝากชีวิตและอนาคตไว้กับ Zuckerberg คงต้องคิดหนักขึ้นอีกในปี 2018…

essential-phone-ph1-review-cut-price-200-usd-sale-vs-iphone-x-pure-android-app

ตั้งแต่บรรทัดนี้ลงไปคือเนื้อหาเดิม

Blog นี้ยังคงเขียนที่ Tokyo, ผมได้รับเชิญมาดูงานด้าน Online Marketing สายท่องเที่ยวและได้แลกเปลี่ยนมุมมองการทำตลาดบน Social Networks กับ Bloggers & Influencers หลายๆ คนจึงอยากจะ Share ไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับใครในปี 2018

การสนทนาครั้งนี้เริ่มจาก Study สั้นๆ ของเมืองนอกที่ว่า

“New Study Finds Facebook Page Reach Has Declined 20% in 2017”

จากเดิมที่ยอดคนเห็น Facebook Fanpage ก็น้อยอยู่แล้ว, แต่มันยังลดลงไปอีก 20% ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา !

Brand ใหญ่อาจไม่มีปัญหา

แต่สำหรับคนขายของรายเล็กๆ หรือใครที่อยากจะเปิด Fanpage ใหม่ปีหน้าคงต้องคิดหนัก

iphone-8-plus-vs-x-camera-dual-review-japan-haneda-sendai-zunda-saryo-macbook

Zuckerberg จะไม่ปล่อยให้เราใช้พื้นที่ของเขาหากินได้ง่ายๆ อีกต่อไป

คือสิ่งที่ผมพูดไว้ในสัมมนา “How to be Blogger” รอบล่าสุด

กับคำถามที่ว่า “เขียน Blog หรือทำ Facebook ดีกว่าในปี 2018 ?”

ข้อดีอย่างหนึ่งของการเขียน Blog และการทำ Website ก็คือ “มันเป็นพื้นที่ของเรา” ในขณะที่การขายของบน Facebook [Fanpage] มันเหมือนกับ “เราไปเช่าพื้นที่ของเขา” ซึ่ง Zuckerberg อาจปรับกฏเกณฑ์ใหม่เมื่อไรก็ได้โดยไม่สนใครทั้งนั้น !

จาก Graph อันบน, ยอดคนเห็น [Reach] ของทุก Fanpage ลดลงอย่างหนักตั้งแต่ต้นปี 2017

โดยเฉพาะ Post ไหนที่ลง “Link” ออกไปยัง Website อื่นจะลดหนักมาก

[เพราะ Zuckerberg ก็ไม่อยากให้คนหนีออกจาก Facebook นั่นเอง]

facebook-reach-marketing-in-2018-engagement-how-to-sell-online-for-brand-new-startup

แม้ Video จะเป็นทางออกที่ดีแต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ในชีวิตจริง

Graph ด้านล่างแสดงให้เห็นว่า “ถ้าเป็น Video ละก็ยังพอมีคนเห็นเยอะกว่านิดหน่อย”

แต่ว่ากันตรงๆ, คนที่มาฟังสัมมนา How to be Blogger ของผมส่วนใหญ่คือคนวัยสามสิบห้าขึ้นไป

ซึ่งไม่ค่อยคุ้นเคยกับ Video

แปลว่า “ถ้าอยากให้คนเห็นสินค้าหรือ Brand ธุรกิจ SMEs ของเราก็ต้องหัดทำ Content แบบใหม่” ซึ่งก็อาจต้องจ้างคนมาตัดต่อ Video Clip หรือไม่ก็ลงเรียนเพิ่มและก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปีหน้า [2019], Zuckerberg จะปรับเงื่อนไขอะไรอีกไหม ?

บาง Fanpage ที่เน้นความเฮฮาแล้วขายโฆษณา, อาจยัง “พอไหว”

แต่ Fanpage ที่เน้นขายสินค้าจะทำ Video อย่างไรให้คนอยากดูซ้ำๆ ไปพร้อมกับเพิ่มยอดขายได้ในเวลาเดียวกัน ?

how-to-iphone-7-plus-red-black-change-plate-front-video-review-ios11-7s-8-limited-edition

ถ้าอยากให้คนเห็นเยอะๆ ก็จ่ายเงินมาสิ !

มาดูงานที่ Tokyo รอบนี้, ผมเรียก Uber มา Airport และเจอคนขับเป็น “คุณพ่อ” ที่มีลูกชายเปิดร้านขาย Ramen อยู่แถว RCA [ที่รู้ก็เพราะว่าเบาะหน้ามี Logo ของร้านติดเอาไว้เลยลองทักดู] แต่สุดท้ายร้านก็ต้องปิดตัวไปทั้งที่ “ขายดี”

ปัญหาคือ “ค่าเช่าที่มันแพง” จนถึงขั้น “ขายได้เท่าไรก็ต้องจ่ายให้เจ้าของตึกหมด”

คล้ายกัน, วันนี้ Zuckerberg รู้ตัวแล้วว่า “Facebook มีผู้อ่านมหาศาล” ถึงขั้นที่ “เรียกค่าโฆษณาเท่าไรก็ต้องจ่าย”

ยิ่งถ้า 3 ร้านขายของเหมือนกัน, มันก็ต้องแข่งขันด้วยทำเลหรือไม่ก็การติดป้ายใหญ่ๆ เพื่อโฆษณา

เพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก, ลองคิดดูดีๆ ว่าเรา “ขายของแทบตายเพื่อจ่ายให้ Facebook” อยู่รึไม่…

และ Facebook ก็ใช้วิธีคล้ายๆ กับ​ “การประมูล”, ทั้ง 3 ร้านต้องอัดเงินขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อแย่งชิง Reach ของลูกค้ามา

haneda-airport-tokyo-best-ramen-tsukemen-sharin-rokurinsha-review-menu-iphone-8-plus

มันเป็นคำพูดที่ดูเท่เวลา Guru ด้าน Online สักคน [ซึ่งไม่เคยลงมือทำธุรกิจจริงๆ] พูดว่า​ “สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่ Content เยี่ยมๆ สักอัน” แต่ในมุมมองของผมที่ตอนนี้มีรายได้จากทั้ง Blog จากทั้งเปิดสัมมนาและจากทั้งธุรกิจส่วนตัวกลับคิดว่า…

Facebook ไม่ใช่สวรรค์ของนักขุดทองมือใหม่อีกต่อไปแล้ว