Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 3 ใบ ! > "Click"

--------------------------

“Apple revealed repairing an iPhone X display will cost 279 USD while other damage will be charged at 549 USD, This is massively more than similar repairs for an iPhone 8 or iPhone 8 Plus

เทียบเป็นเงินไทย, ราคาซ่อมจอ iPhone X ก็อยู่ที่ 9300 บาท

ส่วนการซ่อมเนื่องจากปัญหาอื่นๆ ก็เพิ่มอีกหน่อย, ที่ 18300 บาท !

ส่งผลให้นอกจาก iPhone X จะเป็น “iPhone ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์” แล้ว,

ก็ยังเป็น “iPhone ที่ค่าซ่อมแพงที่สุด” ด้วย !

now-ready-for-shipping-real-unbox-iphone-x-review-silver-white-leak-dual-camera-new

เทียบราคาค่าซ่อม iPhone X กับ iPhone รุ่นก่อนๆ 

ค่าซ่อมจอ iPhone 6S / iPhone 7 และ iPhone 8 เท่ากันที่ 149 USD [4900 บาท], แน่นอนว่าค่าซ่อมจอ iPhone 6S Plus / iPhone 7 Plus และ iPhone 8 Plus ก็เท่ากันที่ 169 USD [5600 บาท] ซึ่งก็ถือว่า “แพงพอสมควร” แล้ว

แต่จริงๆ เรื่องนี้ก็ “เข้าใจได้” เพราะ Smartphone ยุคหลังๆ มักจะหาทาง “ใช้พื้นที่ให้คุ้มสุดๆ”

บางรุ่นแทบจะรวมเอา Parts สารพัดมาอัดไว้บน Mainboard หรือผนึกเป็นชิ้นเดียว

เพื่อ “ย่อส่วน” ให้เครื่องมีขนาดเล็กลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้, ส่งผลให้เวลา Part พังหนึ่งชิ้น…

ต้อง “เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด” หรือไม่ก็ “เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ลูกค้าไปเลย”

โดยเฉพาะมือถือที่เป็น “จอไร้ขอบ” อย่าง The Essentail Phone PH1 ที่ผมใช้ก็ไม่มีนโยบายซ่อมเช่นกัน

essential-phone-ph1-review-cut-price-200-usd-sale-vs-iphone-x-pure-android-app

พอมาคิดๆ ดูในแง่นี้, ก็ถือว่า Android หลายเจ้าค่อนข้าง Fair ดีตรงที่มี “ประกันจอแตก” ให้ลูกค้าสามเดือนหกเดือนเพราะมั่นใจได้เลยว่าถ้าเราทำ “มือถือจอไร้ขอบ” ตกลงพื้นละก็รับรองได้ว่า “ไม่เหลือซาก [หรือจริงๆ ก็คือ “เหลือแต่ซาก…”]

ใครเป็นคนซุ่มซ่าม, เตรียมเงินสี่หมื่นซื้อ iPhone X แล้วก็อย่าลืมเผื่ออีกสองหมื่นสำหรับซ่อมด้วยนะครับ (#´ー´)旦