Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

จะเรียกว่าตามรอย Facebook ก็ไม่ตรงเท่าไรแต่ก็เป็นการร่วมแสดงทิศทางของ Social Media ในปีหน้าอย่างชัดเจน

“Snapchat is tweaking how it operates to separate what you and your friends share on the site and what media organizations share [In short, they are separating the Social from Media]”

หลังจากที่ Zuckerberg เริ่มทดสอบ “The New Explore Feed Experiment“, ด้วยการแยก Post ทั้งหมดของ Fanpage ออกจาก Post ของเพื่อน [ยกเว้น Post ที่ “จ่ายเงินซื้อโฆษณา” เท่านั้นที่ยังสามารถขึ้นมาบน Timeline ได้]

และ SnapChat เองก็กำลังดำเนินนโยบายคล้ายกัน, แต่ไม่ “แอบๆ ทำ” แบบ Facebook อีกต่อไป

follow-facebook-fanpage-snapchat-separate-brand-post-from-friend-explore-feed-money

ทิศทางของ Social Media ในปี 2018

“When you open SnapChat you will still see your camera so you can quickly snap and share a photo but your friends content will appear on the left, while the right side will be the discovery platform

where publishers push out their content made specifically for Snapchat”

คล้ายกับการทดลองใหม่ของ Zuckerberg ที่แยก Post ของ Fanpages ทั้งหมดออกไปในอีกหน้า, เรียกว่า “Explore”

แปลว่าใครที่เปิดร้านขายสินค้าบน Facebook จะไม่ถูกเห็นอีกต่อไป, แม้แต่กับคนที่กด Liked ไว้ก็ตาม…

นโยบายใหม่ที่ว่านี้ของ Facebook ถูกใช้งานจริงแล้วใน 6 ประเทศทั่วโลก, และกำลังส่งผลกระทบอย่างหนัก

เพราะบาง Fanpage มียอดคนเห็น [Organic Reach] ลดลงถึง 80%, บางรายขั้นที่ยอดคนเห็นเป็น “ศูนย์” เลยทันที

facebook-test-october-2017-cut-reach-big-major-payment-advert-timeline

สำหรับคนค้าขายคือตาย : แล้วมันดีสำหรับ User ทั่วไปจริงๆ หรือ ?

ผมลอง Googling หาข้อมูลของ The New Explore Feed Experiment จาก 6 ประเทศที่ทดสอบดู, ทีแรกเห็นหลายคน “สมน้ำหน้า” พวก Fanpage กันใหญ่ว่า “จากนี้ไปจะได้ไม่ต้องเห็นโฆษณาแล้ว” แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งอาจ “ตรงกันข้าม”

เพราะปัจจุบัน, เราเห็น Post บน Timeline อยู่สามแบบคือ

1. Post ของเพื่อน

2. Post ของ Fanpages ที่เราไปกด Like เพราะเต็มใจอยากเห็นหรืออยากตามข่าวสารใหม่ๆ

3. Post โฆษณาที่ Zuckerberg สรรหามาโดยคิดว่าน่าจะตรงกับความชอบหรือ Life Style เรา

แต่ในปีหน้า, บน Timelines ของทุกคนอาจเหลือแค่ข้อ 1 กับข้อ 3 [หรือข้อ 3 อาจเยอะขึ้นเพราะข้อ 2 หายไป ?]

mark-zuckerberg-graduate-speech-facebook-inc-success-how-to-red-victory-post

ว่ากันตามตรง, ความคิดที่ว่า “Zuckerberg คงอยากปรับปรุงระบบใหม่เพื่อให้ Users สะดวกสบายหรือมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น” นั้นได้หายไปจากสมองผมนานแล้วและเราก็ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ใดๆ ไม่ว่าธุรกิจของเราจะพังพินาศแค่ไหน

ใครที่ยังมั่นใจจะฝากชีวิตไว้บน Zuckerberg ปีหน้า, ผมว่าเตรียมตะปูตอกฝาโลงไว้ด้วยเลยก็ดี