Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

ดูเหมือนว่าแนวคิดของ Google Inc & Android นับวันจะยิ่งตรงกันข้ามกับ Apple Inc & iOS

ล่าสุด, หลังจากที่ Google Inc เปิดตัว “Android Go” ไปเมื่อกลางปี 2017, ก็ถึงเวลาเริ่มผลิตเครื่องจริง

โดยแนวคิดของ Android Go ก็ชัดเจนมา, ว่ามันออกแบบมาเพื่อให้รันบน Hardware ที่ Spec ต่ำมากๆ ได้

ดังข่าวจาก XDA Dev ที่ว่า “The goal of Android Go is to deliver an optimized version of Android that runs on low end devices, which will allow smartphone OEMs to use less expensive hardware”

และในที่สุด, ผู้ผลิตมือถือชื่อ MicroMax แห่ง India ก็พร้อมแล้วสำหรับการขายมือถือรุ่นใหม่ในราคาพันเดียว !

micromax-low-end-android-30-usd-iphone-advert-meme-joke-can-afford-spec-china

Google VS Apple : Android VS iOS 

“Micromax will be launching a 2000 RS [30 USD] Android Go smartphone in Jan 2018”

[ส่วน Ad โฆษณาในภาพแรกนั่นนานแล้วแต่เป็น Ad ที่ผมชอบมาก, ด้วยการเล่นคำว่า “i Can Afford This Phone”]

ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงมายาวนานว่า “แนวคิด” ของใครที่ถูกต้อง, ระหว่าง Apple VS Google

แต่ดูเหมือนยิ่งวันจะยิ่ง “ชัด”

เพราะ Tim Cook เลือกที่จะ Focus ตลาดลูกค้าระดับบน, ด้วย iPhone X ที่เปิดราคาทะลุเพดาน 1000 USD

ในขณะที่ Smartphone ฝั่ง Android มีแต่จะถูกลงเรื่อยๆ, ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะมันเป็น “ระบบเปิด” จึงมีผู้ผลิตหลายรายแข่งกันและสิ่งที่ตามมาแน่นอนก็คือ “สงครามราคา” อย่าง MicroMax แห่ง India ที่กด Spec ลงมาจนเหลือแค่พันบาทถ้วนๆ !

 iphone-x-64-256-price-apple-store-japan-how-to-preorder-buy-apple-store-pickup-sold-out

แต่เหตุผลที่ทำให้ Google มีแนวทางต่างจาก Apple อย่างหนึ่งก็คือ Google เน้นขยายฐานผู้ใช้บริการ Google Service เช่น Google Maps & Gmail มากกว่า, ยิ่งผลิตตัวเครื่องราคาต่ำได้เท่าไรก็ยิ่งมีผู้ใช้งาน Google Service มากขึ้นเท่านั้น

แต่ก็เช่นกัน, นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม Google Inc จึงรวยเอาๆ

ในขณะที่ผู้ผลิตบางรายยิ่งผลิตยิ่งขาดทุน…

เพราะสุดท้าย, Google คือผู้ที่ “Win” ในระยะยาว

ส่วนผู้ผลิต Hardware ต้องแข่งกันอย่างโหดเหี้ยมสุดๆ ในสนามสงครามราคา

ยิ่งเน้นขายรุ่นถูกเท่าไรก็ยิ่งไม่เหลือกำไร, เรียกว่าผลิตขายไปล้านเครื่องก็เหนื่อยฟรีเพราะแทบไม่มี Margin

ในแง่ธุรกิจอาจไม่มีใครถูกใครผิดที่แท้จริง, มีก็แค่ใครรวยและใครเจ๊งบ้างเท่านั้นเอง