Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

ขอเล่าตรงๆ จากคนใกล้ตัว, ใครไม่สะดวกใจจะอ่านกรุณาข้าม Blog นี้ไป

พอดีช่วงนี้ผมปรับ Keynote สำหรับบรรยาย “How to be Blogger” ใหม่, จึงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองของ Online Marketing ในปีนี้กับ Guru จากหลายสายและแน่นอนว่า “การลดยอดคนเห็นของ Zuckerberg” คือ Topic ใหญ่

จริงๆ เรื่อง “ยอด Like ไม่สำคัญอีกต่อไป !” นี่, เราได้ยินมาสักพักแต่อาจยังไม่เห็นภาพเท่าไร

Case Study หนึ่งที่ “สะดุดใจ” ผมมาก, มาจาก Agency ที่ดูแล Facebook Fanpage ของโรงแรมห้าดาวแถวสุขุมวิท

และ “Game” ที่เขาเล่นบน Fanpage เพื่อแจก Vouchers ทาน Sunday Brunch มูลค่าหลายพันบาทเมื่อปีที่แล้ว

mark-zuckerberg-ceo-facebook-online-marketing-shopping-like-algorithm-social-network-blogger

รูป Profile ของคนที่มาเล่น Game มีผลต่อการได้รางวัลไหม ?

คืออะไรที่ผมอยากรู้ [มาก] มานานแล้วเพราะบางทีที่ผมเห็น Friend บน Facebook กด Share การเล่น Game แจก Buffet ของหลายๆ โรงแรมขึ้นมา, บางครั้งผมก็กดเข้าไปดูและสังเกตว่าช่วงไหนที่โรงแรมห้าดาวเล่น Game แจกของฟรี….

มันจะกลายเป็น Fanpage ที่รวมเด็กแวนซ์เข้าด้วยกัน

ดูจากชื่อผู้ Comment ก็รู้, มักเขียนด้วยภาษาไทยประหลาดๆ ที่ผมอ่านไม่ออก

และรูป Profile แต่ละคนก็มักจะแนวเดียวกัน, คือยืนถอดเสื้อ [จะได้เห็นรอยสัก] ข้างๆ มอ’ไซค์ที่แต่งเยอะๆ

ผมเลยถาม Agency ด้วยความสงสัยว่า “ถ้าสุ่มรางวัลแล้วได้เด็กแวนซ์, จะยังเชิญไปทาน Sunday Brunch อยู่ไหม ?”

คำตอบที่ได้คือ…

starbucks-reserved-experience-misspell-name-gaysorn-plaza-vertu-hotelscombined

“ตัดชื่อทิ้งเงียบๆ”

อย่างที่เขียนไว้, ว่าถ้าใครไม่สะดวกใจก็ให้ข้าม Blog นี้ไป

แต่ก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้เท่าไรเพราะเหตุผลที่ทาง Agency ยกขึ้นมาก็คือ

“เราคงโดนลูกค้า [ในที่นี้คือโรงแรมที่จ้าง Agency ดูแล Facebook] ด่าเละถ้าส่งผู้โชคดีที่เป็นเด็กแวนซ์ไปให้เขา” และ “อาจโดนลูกค้าสงสัยด้วยว่าเราดูแล Fanpage อย่างไรถึงมีแต่เด็กแวนซ์เข้ามา” ซึ่งก็แน่นอนว่า “คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ Target ของโรงแรม”

ว่ากันตรงๆ, แม้มันจะออกโกงนิดๆ หรือ Discrimination หน่อยๆ แต่ถ้าผมเป็น Agency ก็คงไม่อยากโดนลูกค้าด่า

และต่อให้แจก Vouchers 10000 บาทสามใบให้เด็กแวนซ์ไปทาน, โอกาสที่พวกเขาจะกลับมาเป็นลูกค้าซ้ำก็แทบไม่มี

เท่ากับว่าโรงแรมต้องเสีย “โอกาส” มูลค่าสามหมื่นบาทฟรีๆ, แทนที่จะส่งรางวัลไปให้ Target Group ตัวจริง

the-gate-kaminarimon-hotel-review-asakusa-tokyo-skytree-sensoji-japan-maps-echire-butter-buffet

ปัญหาคือ “เล่น Game กี่ครั้งก็ได้แต่เด็กแวนซ์”

[กว่าจะเข้าประเด็น], นี่คือสิ่งที่ Agency นี้ “บ่น” ให้ฟังเพิ่มเติมเพราะ Admin คนเก่าเขา “ศรัทธาในจำนวน Likes” อย่างมากจึงใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ Likes มาโดยไม่สนใจว่า “ผู้กด Like” เป็นใครและใช่ Target ของโรงแรมหรือไม่

ผลคือปัจจุบัน, เล่น Game แจกรางวัลเท่าไรก็ได้แต่เด็กแวนซ์มา

และก็เพราะเงื่อนไขของการได้รางวัลส่วนใหญ่ก็คือ “ต้อง Comment แล้วกด Share”

กลายเป็นว่าเด็กแวนซ์ก็ยิ่งลากเพื่อนที่เป็นแวนซ์ด้วยกันเข้ามา Like ทางโรงแรมเพิ่มเข้าไปอีก !

และเมื่อกลุ่มที่กด Like ไว้ไม่ใช่ Target Group จริง, เวลา Admin เขียน Content ลงไปก็ไม่มีคนสนใจ

เพราะมันคือสิ่งที่ไม่ตรงกับ Life Style ของพวกเขาเลยสักนิด, สุดท้ายก็ต้องจ่ายเงินยิง Facebook Ad เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

facebook-fanpage-disaster-new-2018-algorithm-newsless-explore-feed-smes-brand-die

แน่นอนว่านี่คือ “การยกตัวอย่าง” 

ถ้าใครทำ Facebook ส่วนตัวเพราะ “อยากดัง” หรือขายสินค้าที่เจาะตลาด Mass มากๆ คงไม่มีปัญหา, การมี Like & Followers เยอะๆ โดยไม่เกี่ยงว่าใครเป็นใครอาจยัง Ok แต่ถ้า Brand ไหนยิ่งขายสินค้าแบบ Niche หรือเน้นตลาดบน…

การมี Like ที่ “ไม่ใช่” อาจไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆ, แถมยังเพิ่มภาระให้ Admin โดยไม่จำเป็น

และ Case Study นี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของโลก Online, เพราะมันทำให้ผมนึกถึงห้าง Central

“ชิดลม” คือ “สาขาที่สร้างรายได้สูงสุด” ด้วยลูกค้าที่มีกำลังซื้อมาก, แม้จำนวนคนเดินจะไม่เท่าสาขาลาดพร้าว

เป็นการยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่อง “ยอด Like ยังมีค่าแค่ไหน ?” โดยไม่ต้องอ้างทฤษฏี

[และสาระก็จบเท่านี้, ขออนุญาตแวนซ์ไป Central Chidlom แป๊บ (#´ー´)旦]

facebook-cut-clickbait-engagement-like-share-comment-2018-organic-reach-explore-feed