เมื่อการขับ Uber เริ่มไม่พอกิน : ทำอย่างไรต่อไปดีในปี 2018 | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

เมื่อการขับ Uber เริ่มไม่พอกิน : ทำอย่างไรต่อไปดีในปี 2018

Blog นี้ยังคงเขียนที่ Tokyo, หนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ Uber ตี Taxi ท้องถิ่นไม่ได้

ส่วนตัวผมอยู่ฝ่าย “เชียร์ Uber” อย่างออกนอกหน้าตั้งแต่สมัยที่มันเข้ามาใหม่ๆ เมื่อสามสี่ปีก่อน [และรหัสนั่งฟรี “ayq3j” ก็ยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้] เพราะช่วงแรกๆ รายได้จากการขับ Uber Black มัน “ดีมาก”, เนื่องจากจำนวนคนขับยังน้อย…

แต่พักหลังอาจเริ่มไม่, หลายครั้งที่ผมนั่ง Uber แล้วเจอคนขับที่ “ก่นด่าชีวิตและการงาน” คล้ายกับ Taxi

และ Research ครั้งนี้จาก MIT ก็เผยให้เห็นถึง “dark truth”, ความจริงเบื้องหลังที่ดำมืดของการขับ Uber

เมื่อคนขับหลายรายได้เงินแทบไม่พอยาไส้, เริ่มเรียกร้อง Tips และถึงขั้นต้องเอาของกินมา “ขายพ่วง” บนรถ !

uber-lyft-failed-driver-review-how-to-money-lower-than-minimum-wage-usa-bad-economy

“Stop assuming we do not need tips because Uber pays so well, they do not !”

“อย่าคิดว่าไม่ต้องให้ทิปเราเพราะ Uber เขาจ่ายดี, ที่จริงไม่ใช่เลย !”

คือคำยืนยันจากผู้ขับ Uber ใน USA, ประเทศที่ต้องจ่ายค่า Tips ในทุกจังหวะของชีวิต

และ Research ของ MIT ก็ระบุถึงขั้นว่า “การขับ Uber ได้เงินน้อยยิ่งกว่าค่าแรงขั้นต่ำ”

[Minimum Wage ของ USA อยู่ที่ 10 USD ต่อชั่วโมง, แต่คนขับ Uber มีรายได้เฉลี่ยแค่ 3.4 USD ต่อชั่วโมงเท่านั้น]

ซึ่งก็ตรงกับการลงพื้นที่ของ The Business Insider, คนขับบางรายถึงกับกล่าวว่า “Sometimes it is low as 4 USD a day and that is before wear and tear / gas / routine maintenance and now regularly replacing my brakes”

แปลไทยก็ “บางวันได้แค่ร้อยกว่าบาท, ยังไม่ได้หักค่าแกซ / ค่าเสื่อม / ค่าซ่อมและนี่ก็ต้องเปลี่ยนเบรคใหม่อีก”

[ฟังแล้วนึกถึง Taxi ในประเทศแถวนี้ชอบกล…]

uber-cargo-food-snack-in-car-taxi-lower-than-wage-minimum-driver-startup-thai

กำเนิด Startup ใหม่ : เครื่องขายขนมบนรถ Uber !

แวบแรกที่อ่านข่าว, ผมรู้สึกว่ามัน “โคตรบ้า” 

แต่ก็นั่นแลฯ, คนที่สามารถเปลี่ยน​ “ความบรรลัย” ให้เป็น “โอกาส” ย่อมจะรวยก่อนเสมอ

Cargo เป็น Startup เกิดใหม่แห่ง NYC ที่ล่าสุดเพิ่งจะได้รับเงินสนับสนุนไปกว่า 2 ร้อยล้านบาท, แนวคิดของ Cargo นั้นก็ “ง่ายมาก” ด้วยการให้คนขับ Uber [หรือรถอื่นๆ] มาลงชื่อเพื่อติด “กล่องขายขนม” ใสๆ ดังภาพด้านบนไว้ในรถของตน

คนขับก็สามารถขายขนมเพื่อเพิ่มรายได้, โดยขนมบางส่วนก็ฟรีจาก Cargo หรือไม่ก็ได้ในราคาพิเศษ

ส่วน Cargo ก็จะไปต่อรองขอขนมจากผู้ผลิตมาฟรีๆ เพราะถือว่าช่วยสร้าง Brand [Cargo makes deals with companies to distribute free snacks to passengers as a way to build brand awareness for the snack company]

amazon-cafe-take-over-wholefoods-supermarket-uber-yellow-cab-new-york-online-shopping-grocery

สำหรับเมืองไทย, ผมก็เริ่มๆ เห็นคนขับ Uber ที่เอาน้ำเอาขนมขึ้นมาขายบนรถแล้วเหมือนกันแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะกำไรสักแค่ไหนเพราะมันมี “ต้นทุน”, ต่างจาก Idea ของ Cargo ที่ช่วย Subsidize ตรงนี้ไปในฐานะ “ตัวกลาง” ที่มีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตขนม

[ส่วนตัวผมก็ไม่อยากให้คนขับถูกบีบจนอยู่ไม่ได้, สุดท้ายก็ต้องบ่นต้องด่าชีวิตให้ลูกค้าฟังเหมือนสมัยนั่ง Taxi]