เมืองนอกพากันถอนตัวจาก Facebook Ad หลังสู้ราคาไม่ไหว | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

เมืองนอกพากันถอนตัวจาก Facebook Ad หลังสู้ราคาไม่ไหว

“Direct to consumer [DTC] brands are pulling back on their Facebook ad spend, some shifting as much as 30% of their ad spend away” คือข่าวจาก The Marketingland ว่าด้วยการที่ Brand พากันตัดงบสำหรับ Facebook ลง

โดยหนึ่งใน Brand ดังกล่าวถึงขั้นพูดว่า “The effectiveness for Facebook has gone down and got particularly bad in late April and early May, which is why we are shifting significant spend”

หลังจากที่ Zuckerberg ประกาศลดยอดการเห็น [Organic Reaches] ลงอย่างหนักเมื่อต้นปี 2018

และยังเพิ่มราคา Facebook Ad ขึ้นมาอีกเกือบสองเท่าในหกเดือนที่ผ่านมา !

We can not work fast enough to maintain the stability of the pricing

คือหนึ่งในเหตุผลของ Brand ที่ทำให้ตัดสินใจ “ย้ายเงิน” ออก, ถ้าแปลเป็นไทยง่ายๆ ก็ “เราไม่สามารถปรับตัวทัน [ความเอาแต่ใจของ Zuckerberg และ] การขึ้นราคาไม่หยุดของ Facebook Ad ได้อีกต่อไป” จึงเลือกที่จะ “พอแล้วดีกว่า”

ผมเองก็อยู่ใน Facebook Group กลุ่มหนึ่งที่คุยกันเรื่องการยิง Ad โฆษณา

พักหลังๆ เห็นตรงกันเรื่องหนึ่งว่า “ขายได้เท่าไร = จ่ายค่า Ad หมด”

บางคนถึงขั้น “เลิกกิจการ” ทั้งที่ค้าขายอยู่บน Facebook & Social Network มานานหลายปี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น, มีกลุ่มหนึ่งที่ยัง “ไปได้เรื่อยๆ” และเผลอๆ จะ “ยังไปได้สวย” กับการขายของบน Facebook

ในยุคที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนต่างเลือกใช้กลยุทธ์ “สงครามราคา”,

 anello-bag-tokyo-sale-preorder-new-2018-collection-mini-donki

ขายสิ่งที่ MArgin ต่อชิ้นสูง !

หรือสิ่งที่ร้านอื่นทดแทนไม่ได้ [ทำให้กำหนดราคาได้ตามใจ, ซึ่งสุดท้ายก็คือ Margin สูงนั่นแลฯ]

นี่ผมเพิ่งบินจาก Tokyo มาธุระที่ Singapore โดยหิ้ว Anello รุ่นใหม่ติดมาด้วยหนึ่งใบเป็นของขวัญวันเกิดคุณแม่ด้วยราคา 4500 Jpy [1308 บาท] แต่ที่ Amazing สุดๆ ก็คือมันมีคนขายกระเป๋าใบที่ว่านี้บน Facebook แล้วในราคา 1500 บาท !

และไม่ใช่แค่ร้านเดียว, เรียกว่า “ถล่มราคาฆ่ากันเอง แบบสุดๆ

อาจเป็นไปได้ว่าเขาคือ “มือโปรฯ” จึงหาของได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าผมนิดหน่อย [หรือไม่ก็ขาย “ของปลอม”]

แต่ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าเหลือกำไรต่อใบไม่กี่ร้อย, ไหนจะต้องจ่ายค่าเสี่ยงในการหิ้ว / ค่า STock ของเผื่อตกรุ่น / ค่าเสี่ยงในการจัดส่งแล้วหายหรือพังและยังต้องบวกค่า Facebook Ad ให้ Zuckerberg จะยัง “คุ้มเหนื่อย” ที่จะขายอยู่ไหม

thaksin-shin-vs-jack-ma-alibaba-china-big-capital-online-shopping-digital-disrupt-smes

[นี่เอาแค่ในระดับ “พ่อค้าแม่ค้าตัดราคาฆ่ากันเอง”, ยังไม่นับ “ทุนใหญ่” ที่ลงมาเล่นหนักขึ้นทุกวันๆ ด้วยอีกต่างหาก]

แต่ก็จริงอีกเช่นกันว่าปัญหาของบ้านเราคือ “คนไทยใช้แต่ Facebook” จนไม่รู้จะย้ายไปไหน, ในขณะที่เมืองนอกยังมี Social Networks ทางเลือกซึ่งอาจเหมาะกับการลงเงินมากกว่าด้วยซ้ำเพราะเป็น “แหล่งรวมคนเฉพาะกลุ่ม” ที่เป็น Target Group โดยตรงครับ