Facebook Engagement ลดกว่าครึ่งใน 18 เดือนที่ผ่านมา ! | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

Facebook Engagement ลดกว่าครึ่งใน 18 เดือนที่ผ่านมา !

“The study analyzed more than 43 million posts from the top 20000 brands on Facebook and found that all Pages suffered more than a 50% reduction in engagement คือข่าวร้ายประจำวันจาก Forbes

โดยเฉพาะสำหรับคนที่ “ฝากชีวิตและธุรกิจ” เอาไว้ในมือ Zuckerberg

เมื่อยอด Engagement [คนเห็น / คน Like / คน Share / คน Comment และคนปฏิสัมพันธ์ใดๆ] หายไป “กว่า 50%” แล้วในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา, โดยเหตุผลที่ Facebook ให้ก็คือ “A stark increase in News Feed Competition”

หรือแปลง่ายๆ ว่า “ก็พื้นที่บน Facebook มันมีจำกัดแค่นี้ [จะให้ทำอย่างไรเล่าปัดโธ่ !]”

mark-zuckerberg-ceo-facebook-smile-reach-engagement-down-death-how-to-solve-online-shopping

ทุกคนต้องชิงพื้นที่กันเอง [แต่สุดท้ายคนที่รวยก็คือ Zuckerberg]

ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองนึกถึงการประมูลป้ายทะเบียนรถสวย

ทุกคนอยากได้เลข 9999 หรือไม่ก็ 8888 ทั้งนั้น, แต่มันมีจำนวนจำกัด

เมื่อไรที่เกิด “การแย่ง”, ก็แปลว่าเกิด “การปั่น”

คนที่ไม่เคยทำ Online อาจยังเชื่อว่า “ย้ายมาขายบน Facebook = รวยแน่ๆ” เพราะ “ไม่มีต้นทุน”

แต่ความจริงในปัจจุบันคือ “ถ้าไม่จ่ายตังค์ก็ไม่มีใครเห็น” และนั่นคือหนึ่งในสาเหตุว่าทำไม “การแข่งกันปั่น” จึงหนักขึ้นทุกวัน, เพราะหน้าใหม่ที่เข้ามาแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรให้ขายได้สุดท้ายก็ต้อง “จ่ายเงินลงโฆษณา” แล้วมันก็ “วน” ซ้ำไปมาแบบนี้เรื่อยๆ

[ยังไม่รวมการที่ Zuckerberg ปรับลดคนเห็นลงจริงๆ ด้วย, เพิ่มความสาหัสของวงจรเข้าไปอีก…]

 facebook-vs-google-blogger-influencer-fanpage-traffic-drive-reach-down-2018-seo-how-to-algorithm

Facebook Engagement ลดลงทุกที : มืออาชีพเขาแนะนำอย่างไร ?

คงเดาได้, เหมือนที่ผมบ่น ลง Blog และในสัมมนา “How to be Blogger ” บ่อยๆ ว่า “อย่าเชื่อคนพวกนี้”

แม้สิ่งที่พวกเขาพูดนั้น “จริงมากๆ” แต่ “ทำไม่ได้หรอก”

เช่น “Such a strategy requires a deep understanding of a brand’s audience and the resources necessary to create content that inspires meaningful discussions and interactions !”

“จงทำ Content ดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดการตอบสนองที่มีความหมาย !”

ครับ…

เพราะลูกค้าผมส่วนใหญ่คือ SMEs, มีงบไม่มากมายและไม่ใช่ Product อย่าง Starbucks หรือ BMW !

starbucks-planner-2018-review-free-tax-how-to-freelance-blogger-youtuber-passive-income-course

พวก “มืออาชีพ” เหล่านี้อาจ “เก่งจริง” แต่ทั้งชีวิตเคยทำให้แต่ Brands ใหญ่ๆ ระดับที่อัดเงินปีละหลายสิบหรือหลายร้อยล้านเพื่อสร้าง “Story”, ไม่เคยขายของเองสักครั้งและไม่เข้าใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดของรายย่อยคือ “ลงเงินไปต้องได้ยอดขายคืน”

ลูกค้าผมมีทั้งอาแปะอาอึ้มในกงสีที่ไม่มี “Story” อะไรจะขาย, ในธุรกิจบ้านๆ อย่างรับเทปูนและเสื้อผ้าเหมาโหล

จะให้ทำ Content อะไรเพื่อ “สร้างแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดการตอบสนองที่มีความหมาย” ก็ไม่ทราบ…

ใน Case นี้, แม้กระทั่ง Forbes ยังแนะนำว่า “มันอาจถึงเวลาที่ต้องทิ้ง Facebook แล้วจริงๆ” หากลงเงินไปแล้วไม่คุ้มทุน

หรือบางคนอาจเปลี่ยน Style การใช้งาน, ใช้ Facebook & Fanpage เป็นแค่หน้านิ่งๆ สำหรับลงว่าเรามีสินค้าอะไรบ้าง

แล้วใช้ช่องทางอื่นที่ยัง “พอจะฟรี” หรือ “เขี้ยวน้อยกว่า” อย่าง Google / Blog / Instagram / YouTube ช่วย

ระหว่างนั้นก็อยากให้ “เผื่อใจ”, ว่าถ้ายังอยากสู้ต่อไปในตลาดนี้จะต้องเครียดหนักขึ้นอีกแน่นอนในปีหน้า

facebook-2018-mark-zuckerberg-devil-laugh-facebook-organic-reach-explore-down-feed-how-to-black