จงสร้างภาพบน Facebook เพราะมันมีผลต่องานและเงินเดือน | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

จงสร้างภาพบน Facebook เพราะมันมีผลต่องานและเงินเดือน

พอดีเมื่อวันก่อน, ไปอ่านเจองานวิจัยของ U ที่ไหนสักแห่งว่าด้วยการ “เล่น Facebook อย่างไรให้ [ไม่] ได้งาน” หลังจากที่มีอีกข่าวเรื่องการขอ US Visa จากนี้ไปต้องยอมให้สถานฑูตตรวจสอบ Social Networks ย้อนหลังอย่างน้อยห้าปี !”

ผมก็เคยเขียน Blog ถึงการหาพนักงานใหม่ไปที, บอกเลยว่าผมเข้าไปดู Facebook ของผู้สมัครทุกคน

บางรายสะดุดตา [ในแง่ลบ] ตั้งแต่การตั้งชื่อ, อาทิ “น้องเก๋งัยแล้วมึงเสือกไรใครแคร์

คงไม่ต้องถามว่ามีผลต่อการเรียกมาสัมภาษณ์แค่ไหน, แต่วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างอีกเรื่องที่ “ชัดเจนกว่า”

มีอยู่ครั้งที่ผมไปเล่นเกมส์ชิง Sunday Brunch ของโรงแรมห้าดาวและ “ผู้โชคดี” ทุกท่านมีอะไรที่คล้ายกันมาก !

  jal-japan-airlines-business-class-review-skysuite-food-meal-bento-salmon-rice

การจับรางวัลเป็นแบบ “สุ่ม” แต่แปลกที่ไม่ยักมีสกอยซ์หรือเด็กแวนซ์ได้สักคน

ไม่แน่ใจ, รู้สึกตอนนั้นจะมีทั้งหมดสามหรือสี่รางวัลนี่แลฯ

แต่ทุกโต๊ะที่มาล้วน “ดูดี” ทั้งที่ถ้าย้อนกลับไปดู Comments บน Facebook ที่เล่นเกมส์กัน, คนที่มาตอบส่วนใหญ่จะเป็นแนวๆ เด็กๆ เกรียนๆ ด้วยซ้ำ [เดาว่าน่าจะเพราะทางโรงแรมยิง Facebook Ad แบบกว้างๆ เพื่อให้เกิด Awareness]

แต่กลับไม่มีใครแวนซ์มอ’ไซค์ยกล้อเข้ามาแล้วตะโกนว่า “สัสเอ๊ยยยยยย, พากูไปที่โต๊ะหน่อยเด๊ะอีเหี้ย” สักคน

แปลกไหมครับ ?

Okay, อาจไม่เพราะ “ความบังเอิญ” ใดๆ สามารถเกิดขึ้นในโลกแสนสวยใบนี้ได้

ผมเลยเอาความสงสัยนี้ไปถามคนรู้จักที่ทำงานด้านดูแล Fanpage ให้กับ Brands ใหญ่ๆ และคำตอบก็แน่นอนว่า…

   the-gate-kaminarimon-hotel-review-asakusa-tokyo-skytree-sensoji-japan-maps-echire-butter-buffet

เรา “คัดตัว” ผู้โชคดีครับ, อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง

อาจฟังดูไม่ Fair แต่ถามว่าทำไม, ก็ลองคิดง่ายๆ

1. ถ้าปล่อยเด็กแวนซ์ขี่มอ’ไซค์ยกล้อซ้อนสกอยซ์เข้ามา, โอกาสเสี่ยงรบกวนลูกค้าท่านอื่นมันก็สูงมาก

2. เด็กแวนซ์ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย, ต่อให้มากินฟรีครั้งนี้ก็คงไม่กลับมาอีกในอนาคตอยู่ดี [และกลุ่ม Friends ของเด็กแวนซ์เองก็คงไม่ใช่ Target Group เช่นกันจึงไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อให้ตัวคนกินประทับใจกลับไปเล่าไป Share ให้ตายก็เท่านั้น]

3. ซึ่งก็ชัดเจน, เพราะผู้ได้รางวัลบางท่านก็ยอมเพิ่มเงินอีกนิดทันทีเพื่อพาครอบครัวมาทานด้วย

และยิ่งถ้าทางโรงแรมไม่ได้เล่นเกมส์แจกเองแต่ใช้ Blogger / Fanpage หรือ Influencer บุคคลที่สาม

กลุ่มคนที่มา, มันก็ “สะท้อนภาพ” ของ Blog & Fanpage นั้นๆ

cookiecoffee-company-facebook-profile-personal-blog-selfie-fanpage

ตัว Blogger ก็ไม่อยากให้เด็กแวนซ์หรือคนที่ใช้ภาษาแนว iHia / iHa / iSus ท่วม Facebook ได้รางวัลไปหรอก

แม้จะฟังดูออก Discrimination, อันนี้ผมก็ไม่ได้จะบอกว่าทางโรงแรมหรือทาง Blogger ทำถูก

แต่ขนาดแค่ “หาคนกินข้าว” ยังต้องขนาดนี้

ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสถานฑูตถึงออกกฏใหม่ให้ผู้ขอ Visa ต้องส่งข้อมูล Social networks ด้วย

และ Facebook ก็เป็นพื้นที่ที่เราแสดง​”ตัวตน” ออกมามากที่สุด, ทั้งด้วยการ Post และการ Comment ชาวบ้าน

หลังๆ ผมเริ่มเห็นเพื่อนที่ Profile ดีๆ มีอาชีพการงานในบริษัทข้ามชาติรับเงินเดือนหลักแสนต่างพากัน “เปลี่ยนแนว” การเล่น Facebook, บ้างก็แทบจะหยุด Post ไปเลยและบ้างก็ Lock ข้อมูลส่วนตัวแบบ Private [Only Me & Specific Friends]

“Facebook มีค่ายิ่งกว่า Resume ร้อยหน้า”, แม้แต่ Donald J Trump ก็ยังเห็นด้วยว่าจริง

donald-j-trump-drama-meme-vs-china-huawei-ban-thumbsup-smile-usa-president