Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Kindle, ชื่อนี้คนไทยไม่ค่อยคุ้น ~ แต่ผมก็เคยเจอฝรั่งใช้ Kindle รุ่นเก่าบน BTS เหมือนกันนะ :D

และตามความรู้สึกผม, คนถือ Kindle น่ะดูดีกว่าคนถือ iPad 2 อีก ;P

แต่ Kindle นั้นจริงๆ เป็น Device สำหรับอ่าน E-Book ครับ ข้อดีคือ Battery ทนทานมาก ใช้งานอ่าน E-book ได้เป็น Week และยังถนอมสายตาเป็นพิเศษ [ผมเองก็เคยคิดจะซื้อ Kindle เหมือนกัน :)]

ตอนนี้ Amazon ได้ออก Kindle Fire ตัวใหม่ ในราคาแค่ 199 US [6 พัน o_O!!!] รันบนระบบ Android ~

Spec ก็ Dual Core CPU + จอ 7 นิ้ว + Wi-Fi Only + 8GB Internal Mem

 แน่นอนครับว่า Kindle Fire เพิ่ม MicroSD ไม่ได้ / ไม่รองรับ 3G / ไม่มีช่องใส่ SIM Card / ไม่มีกล้อง

แต่ Kindle Fire จะเน้นทำราคาต่ำๆ แล้วผูกกับ Amazon App Store & Service, เช่นการ Download เกมส์ + E-Book + App + Movie + เพลง โดยที่ในเครื่องจะไม่มี ANdroid Market ด้วย :P

[แต่ Android Browser ยังมี ไว้เล่น CookieCoffee.com ได้ – -v]

ส่วนตัวผมชอบ Brand ของ Kindle อยู่แล้ว และจริงๆ ผมเชื่อว่ามันเอามาทำตลาดในไทยได้

เปิดราคา 6000 – 8000 บาท เท่าๆ ราคา US ยิงไปที่กลุ่มเด็กนอก / เด็ก Inter / Expat / พวกรายได้ต่ำรสนิยมสูง [ผมอยู่กลุ่มนี้ละกัน :)] / พวกชอบสร้างภาพ / พวกอยากหัดอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

วาง Kindle ไว้กลุ่มตลาดบนก่อน เอาจุดที่มันใช้งานภาษาไทยไม่ได้กลับเป็นจุดแข็ง

และด้วยราคาที่ไม่สูงมาก, น่าจะทำตลาดแบบหลอกให้คนซื้อตาม Image แบบตลาดบนได้ :P

ถ้า Kindle Fire เข้ามาขายในไทย, ผมจะไปต่อคิวซื้อ ;D

หรือไม่งั้นก็ทำกลับทิศไปเลย, ให้รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เอา Kindle Fire มาแทน Tablet เพื่อการศึกษา ~ ไม่จำเป็นต้องมีกล้องหน้ากล้องหลังอะไรอยู่แล้วด้วยนี่นา และ 8GB Internal Mem ก็เหลือเฟือ ;)

 ส่วนตัวผมเองค่อนข้างเห็นด้วยอยู่แล้วกับนโยบายแนวๆ นี้ของไทยและแต่ละประเทศ

การใช้งานหนังสือ / Document / Office ในแบบไฟฟ้า จะสะดวกมากในการจัดเก็บข้อมูล + การค้นหาข้อมูล

และยังช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่ในรูปของไฟฟ้า

ถ้าวันนึงระบบ 3G + Internet ดีขึ้น ก็สามารถ Shared สิ่งเหล่านี้ถึงกันได้อีกต่างหาก

จะช้าเร็ว, ผมว่า Trend นี้ของโลกจะต้องมา ที่น่ากลัวคือเรารู้ตัวรึเปล่าว่ามันกำลังมาแล้ว

เมื่อเดือน July ผมเคยเขียนเรื่อง Borders, ร้านหนังสือ Bookstore Chain อันดับ 2 ของ USA ล้มละลายเพราะไม่ยอมปรับตัวเข้าสู่ยุค E-Book & Tablet…  

 คนรุ่นนึงอาจไม่เชื่อว่าเทปจะตาย แต่มา ณ ตอนนี้ ไม่กี่สิบปี, เทปก็ตายไปจากตลาดเพลงแล้วจริงๆ

 

Comments are closed.