Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ที่เขียนว่า “iPhone” ก็เพราะว่าที่ตัวเครื่อง iPhone มันมีแถบวัดความชื้นชัดเจนน่ะครับ… ที่ชัดสุดๆ ก็ตรงรูเสียบสาย USB, จะเป็นแถบสีขาวๆ และตรงรูหูฟัง 3.5 mm

หากแถบสีขาวเปลี่ยนเป็นชมพูหรือแดง, ศูนย์ก็จะอ้างว่า “เครื่องคุณตกน้ำมา” หรือ “โดนความชื้น”

แต่จริงๆ มือถือทุกรุ่นก็อาจเจอปัญหาความชื้นได้… ทั้งที่ไม่เคยตกน้ำเลย o_O?

อย่างใน Case ของ Laptop ที่เจ๊งเพราะโดนน้ำเนี่ย, ฝรั่งเค้า Research มาว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะกาแฟหกใส่ครับ :P

และด้วยความที่เมืองไทยเป็นเมืองร้อน, มันก็เลยมีโอกาสเกิดความชื้นเข้ามือถือได้หลายสาเหตุ

1. ใส่ Case แบบไม่เคยถอด : ขนาดผมวันๆ ไม่ค่อยมีเหงื่อ เพราะนั่งอยู่แต่ Starbucks, พอออกจากร้านก็ขับรถเปิดแอร์ แล้วก็เข้าบ้านแต่… วันก่อนลองถอด Case ออกมาดู ปรากฏว่ามีทั้งฝุ่นและความชื้น o_O!!!

2. เปียกฝน เปียกเหงื่อ : คงไม่ต้องอธิบายมาก [วันนี้ฝนตกหนักด้วย :D]

3. เกิดจากข้อ 1 + 2 : บางคนเป็นคนขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย พอคุยเสร็จ ตัวเครื่องก็เลอะเหงื่อแล้ว… ยิ่งมี Case ก็ยิ่งเก็บความชื้นเข้าไปใหญ่ แถมยังเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วขึ้นรถเมล์ [+ ข้อ 3 เข้าไปอีก]

3. เปลี่ยนอุณหภูมิและความชื้นบ่อย : พวกที่ขึ้นรถเมล์หรือ Public Transportation ต่างๆ อาจไม่เคยรู้ตัวว่าเวลาออกจาก Office หรือห้างที่แอร์เย็นๆ มาเจออากาศร้อนๆ มือจะเปียกเหงื่อ… มือถือก็เหมือนกันครับ :(

4. ชอบเอาเข้าไปเล่นในห้องน้ำ : ผมก็เป็นคนนึง จิบชาไปอาบน้ำไปอีกต่างหาก – –

 

5. ไม่รู้มีผมคนเดียวรึเปล่า… ที่ชอบเอากล้องมือถือไปถ่ายของกินใกล้ๆ ~ บางทีถ่าย Ramen ควันฉุย ยังไม่ทันจะ Focus,… กล้องก็เบลอแล้ว เพราะว่าไอน้ำมันมาเกาะที่ Lens ต้องปัดๆ ออก [แล้วก็ถ่ายต่อ ^^)]

ว่าแต่มื้อค่ำวันนี้ ทานไรดีละ ยังนึกไม่ออกเลยแต่… อยากจิบ Hoegaarden มาหลายวันแล้ว – -v

 

Comments are closed.