Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ไม่ค่อยเห็นใครพูดถึงการซื้อ SIM Card ในญี่ปุ่นเท่าไร, ส่วนใหญ่จะเน้นการเช่า 4G LTE Wi – Fi Router มาปล่อยสัญญาณเชื่อมต่อกับมือถือหรือ Laptop ซะมากกว่า ซึ่งมันก็ดีนะครับแต่ผมวาไม่สะดวก…

ตรงที่ต้องมา Charge ไฟแยก, และมือถือเดี๋ยวนี้มันก็เป็น Wi – Fi Router ได้ในตัวอยู่แล้ว

พอลอง Search ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในไทย, ก็เจอ “B – Mobile 3G Visitor SIM”

ใช้งานได้ 14 วัน, ปริมาณ Data ที่ 1 GB และจำกัดความเร็ว 3G ไว้ที่ 14 MBPS ราคา 3980 Yen

มันดีตรงที่ง่ายดาย, ส่งให้ถึงโรงแรมหรือ Airport และไม่ต้องมีขั้นตอนเปิดเบอร์ [ไม่ต้อง Activate]

 ก็เป็น Choice ที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เน้นความง่ายๆ สบายๆ

แต่จริงๆ แล้ว, มันมี Sim Card แบบ Data Only อีกแบบหนึ่งของทาง B – Mobile ที่ดีกว่า ถูกกว่าและเร็วกว่าครับ

แต่ว่า SIM Card แบบนี้จะไม่สามารถสั่งซื้อ Online ได้

[ถ้าลองเข้า B – Mobile.com แล้วเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ, ข้อมูล SIM ชนิดนี้จะหายไปเลย o_O!!!]

ดังนั้น เราต้องไปซื้อที่ศูนย์ B – Mobile หรือตามร้าน IT ใหญ่ๆ เช่น Yodobashi & Big Camera เท่านั้น และเราก็ต้องทำการ Activate เบอร์ด้วยการใช้มือถือญี่ปุ่นโทรไปลงทะเบียน

พอลอง Search ดูอีกที, ก็มีคนไทยกลุ่มนึงที่นิยม SIM Card แบบนี้ หน้าตาแบบข้างล่าง

ราคา 3480 Yen, ใช้ Data ได้ 1 GB เช่นกัน แต่มีอายุ 30 วันและได้ความเร็วสูงสุด 75 MBPS [4G LTE !]

 หน้าตาของ B – Mobile 1GB Pre Paid SIM จะคล้ายกับ B – Mobile Visitor SIM มากครับ, แต่ความเร็วและอายุต่างกันเป็นเท่าตัว ลองสังเกตคำว่า “4G” บนกล่องใส่ SIM Card ได้ ~

เรื่องความเร็วก็หายห่วง เพราะจริงๆ แล้ว B – Mobile ก็ใช้เครือข่าย 4G LTE ของ NTT DoCoMo

ซึ่งเป็น Network ที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่นนั่นเอง

แต่ใช้คนละชื่อ Brand ในการทำตลาด ด้วยข้อจำกัดทางกฏหมายครับ :)

พอซื้อ SIM Card มาปุ๊บ, ก็หักใส่เครื่องเลย แล้วใช้มือถือญี่ปุ่นโทรไปเบอร์ 1860120915886

จะมีเสียงระบบอัตโนมัติ, ก็ไม่ต้องสนใจ ใส่เลขมือถือเราที่เขียนอยู่หลังกล่อง SIM Card แล้วรอ 10 นาที

[เบอร์บ้านหรือตู้สาธารณะใช้ Activate ไม่ได้นะครับ, ผมลองแล้ว :’)]

การหาใครสักคนในญี่ปุ่นโทรไป Activate เบอร์ก็คงไม่ยากมากนัก, ใครที่พักโรงแรมหรือ Hostel ก็ฝากรบกวนคุณพนักงานให้จัดการได้ครับ ด้วยการทำหน้าซื่อๆ โง่ๆ [ผมไม่ต้องทำเลย เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว :D]

หรือถ้าไม่ได้จริงๆ อย่างเช่นที่ Hostel ผม, เจ้าของเป็นคุณลุงแก่ๆ แถมกลัว Technology มาก – –

ก็ Starbucks เถอะครับ, เข้าไปนั่งทำหน้าโง่ๆ แล้วสะกิดคนข้างๆ เช่นเดิม ~

1 GB Data SIM Card แบบ 4G ของ B – Mobile อันนี้น่าสนมากสำหรับใครที่ Backpack คนเดียว

แต่ที่ผมว่าคุ้มกว่าก็คือ “Chameleon SIM” หรือ “ซิมฯ กิ้งก่า” ที่เห็นเป็นอันเล็กๆ สีเขียวรูปกิ้งก่า

อันนี้รองรับ 4G ความเร็วสูงสุดที่ 75 MBPS เช่นกัน, อายุ 21 วัน เล่น data ได้ 3GB ในราคา 5400 Yen !

[คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 17xx บาท]

 

ทั้ง B – Mobile แบบ 1GB และแบบ Chameleon ต่างก็ต้องโทรไป Activate, รองรับ 4G LTE ทั้งคู่และมีให้เลือกทั้งแบบ SIM Card ปรกติและแบบ MicroSIM [แต่ Nano SIM ยังไม่มี]

สมมติว่าถ้าใคร Backpack มาคนเดียวแบบผม, ซื้อ 1 GB SIM Card ของ B – Mobile 4G จะคุ้มกว่า 

แต่ถ้ามากันสองคนหรือสามสี่ห้าหกคน, เพิ่มงบเป็น 5800 เยนซื้อ Sim Card คุณกิ้งก่าดีกว่าครับ

ผมทดสอบวัดความเร็ว Speedtest ให้แล้วด้วย, วิ่งราว 7.x MBPS ตลอด ไม่มีล่ม

และก็ลอง Wi – Fi Hotspot / USB Tethering ให้แล้วด้วยดังภาพ

ในรถไฟใต้ดิน / JR / Tokyo Metro / Etc ใช้งานได้หมด, เร็วแบบ Stable ดี ทดสอบมาสามวันยังไม่มีล่ม ~

 [ผมใช้ Xperia V, นี่คือข้อดีของมือถือที่รองรับ 4G เพราะหลายๆ ประเทศคิดราคา 3G & 4G เท่ากัน ;)]

ก็เป็นอีก Choice นึง ซึ่งผมชอบแบบนี้มากกว่าแบบเช่า Pocket Wi – Fi ตรงที่เราซื้อขาดครับ, ไม่ต้องกะเวลาวิ่งไปคืนเครื่องและยัง Charge ไฟแค่มือถือเครื่องเดียวจบ แต่ถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน มันก็แล้วแต่คนน่ะนะ :)

เสียดายที่ผม Backpack มาตอน TrueMove H เปิด 4G พอดี, ยังไม่มีโอกาสได้ลองใช้เลย เศร้า :'(

 

Update : ปัญหาระหว่าง B-Mobile เมื่อใช้กับ iPhone 5S / iOS7 > Click !