web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

3 เหตุผลที่ว่า ทำไมการตลาด Online 2014 ต้องมี Blogger

เผื่อใครอยากจะเขียน Blog แต่ยังมอง Model ในเชิงธุรกิจไม่พบ, จริงๆ Blog นี้ ผมก็อ่านมาจาก Articles ของเมืองนอกอีกทีแต่ไม่รู้จะลง Credit ยังไงเพราะมันอ่านมาจากหลายๆ ที่ผสมๆ ปนๆ กันมาสักพักใหญ่ๆ ช่วงที่ผมไป Sendai

ผมก็เป็น Blogger ไทยคนนึง, ซึ่ง Concept ของ Blog ผมคือบอกตรงๆ ว่ารับ Sponsors

แต่จะคัดเฉพาะ Brand เกรดดีที่สุด เพื่อให้เขียนถึงได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องโกหกใคร

และเงื่อนไขเพิ่มเติมคือผมต้องใช้ Product เค้าในชีวิตจริงด้วยเท่านั้น :)

 อันนี้เป็น 3 เหตุผลที่ Marketer ยุคใหม่ของเมืองนอกมองว่าทำไม Blogger น่าใช้งานในปี 2014 ครับ

 1. 76% ของผู้ที่ Search ข้อมูลด้วย Google, อ่านแค่ 3 อันดับบนสุด

และ 54% ของผู้ที่ Googling จะ Click ที่ Result แรกแล้วจบเลย

สมมติว่าผมนั่งเขียน Blog นี้ที่ Starbucks ทองหล่อ [แต่ก็นั่งเขียนอยู่จริงๆ :D], แล้วเกิดปิ๊งกับสาวโต๊ะข้างๆ อยากจะหาร้านทาน Dinner แบบสุด Romantique ตามด้วยเปิดห้องโรงแรมค้างกันสักหนึ่งคืน…

Google Search มีค่ามากกว่า Magazine หรือสื่อ Offline, เพราะในมือทุกคนมี SmartPhone 

ดังนั้นถ้าเรามีร้านเปิดใหม่ / Brand ใหม่หรือ Product ใหม่, การใช้งาน Blogger ที่ติดต่อง่าย ไม่ต้อง Deal แบบ Business มากนักจึงเป็น Choice ที่ดี เพื่อ Control ให้ Results 3 อันดับบนสุดมีเนื้อหา Positive

ลองคิดดูว่าถ้าผม Search หาร้านอาหารร้านนึงแล้วพบว่า 3 อันดับบนสุดคือด่าเละ, ผมจะไปร้านนั้นดีรึเปล่า… ?

 

2. คน 70% เชื่อในการแนะนำสินค้าจากเพื่อน

[ตัวเลขนี้เป็นของปี 2012 ของ Forrester Inc, ซึ่งเพิ่มจาก 61% ในปีก่อน] 

พูดง่ายๆ ก็คือในยุคที่สื่อโฆษณาเข้าถึงมนุษย์ได้แบบ 24 Hours / 7 Days, คนที่เราให้ความเชื่อถือมากที่สุดเวลาจะซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะ Product ที่ไม่คุ้นเคยก็คือ “เพื่อน”

Blogger ยังคงได้ Credit ค่อนข้างดีในมุมนี้, คือให้ภาพว่าไม่ขายของ ไม่ Hard Sale

[หรืออย่างผมนี่ก็บอกตรงๆ และถามได้ว่าใครคือ Sponsor, หน้าที่ผมคือคัด Brand ที่ดีมาให้ทุกคนด้วยซ้ำ ;)]

และแน่นอนว่าการที่ Product หรือ Brand เราถูกค้นพบติด Top 3 ของ Google โดยเป็นข้อมูลการ Review ของบุคคลที่ 3, ไม่ใช่การเขียนเชียร์เองโดย Brand ก็ย่อมจะให้ Image ทีดี ดูมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า

 

3. ต้นทุนต่ำ ตรวจสอบ Stat ได้ และ Edit ข้อมูลได้แบบ Real Time

 ข่าว Penthouse Magazine ล้มละลายถือเป็นข่าวใหญ่แห่งปี 2013 ของผม, ในแง่ที่ว่าสื่อ Offline ขาย Sex ระดับ No.1 ของโลกมีอันต้องล่มสลายเพราะไม่สามารถต้านทานกระแสแห่ง Online Marketing ได้

[ไม่ใช่ในแง่ที่ว่าผมเป็นลูกค้าประจำของ Penthouse แต่อย่างใด – -]

ทุกวันนี้การลง Ad ใน Magazine อาจจะต้องใช้เงินหลักแสน

แต่การใช้งาน Blogger ใช้เงิน 2 – 3 หมื่นต่อ Blog โดยที่สามารถตาม Check พวก Stat / Like / Comment / Share ได้ [ไม่ต้องถามว่าเอาข้อมูลมาจากไหน, เพราะมันคือ Rate ค่าตัวผมเอง :D]

หากข้อมูลผิดก็ Edit ได้ทันที ไม่มีพรมแดน แม้แต่ตอนที่ผมอยู่เมืองนอกก็ยังเขียน Blog ใหม่ได้เลย ~

 

 ทุกวันนี้ มีหลายๆ Brands ที่ติดต่อผมมาและน่าตกใจ

เพราะบาง Brand เน้นลูกค้าระดับบนสุดๆ, ขาย Product ในระดับราคาหลักล้าน

แต่ที่คิดไม่ถึงกว่านั้นก็คือ หลายๆ Brand เข้ามาเป็น Sponsor ผมพร้อมขอ Know How

คือมี Brand จำนวนมากที่อยากเริ่มใช้ Blog Marketing แต่ยังไม่มีความรู้ใดๆ

[ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่มี, ได้แต่แนะนำ Blogger ที่สนิทกันไม่กี่คนให้ฟรีๆ เท่านั้นเอง – -]

ผมถาม “เฮีย” ผมที่เป็นผู้บริหารเบียร์สิงห์ว่าคิดอย่างไรกับ Blogger Marketing ในปี 2014, ว่ามันถึงจุด Peak แล้วหรือยัง หรือว่ากำลังจะเป็นขาลงแล้วหรือเปล่า ?

คำตอบของเฮียแกคือ “ผมว่ามันเพิ่งเริ่มต้นนะ”

 Update : แต่ผมก็ย้ำเสมอๆ ครับว่าผู้อ่านต้องคิด มีวิจารณญาณในการอ่าน Blog มากขึ้น และผมเชื่อว่าในปี 2014 นี้, Blogger ก็คงจะถูกทวงถามถึงความเป็นกลางมากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นผมยิ่งต้องจริงใจในการเปิดเผยรายชื่อ Sponsor ของ Blog ให้ทุกคนรับทราบครับ :)