- CookieCoffee -

- IT Blogger around the World with iPhone 6 Plus :) -

Clean Master App : แก้ปัญหา Android ช้า ดีและง่ายที่สุด

iPhone User จะไม่เจอปัญหานี้, นี่เป็นเรื่องน่าเบื่อแบบ Android Only และแม้แต่ผมเองที่ใช้ DoCoMo Galaxy S4 จากญี่ปุ่นซึ่ง Spec สูงพิเศษเหนือกว่าเครื่องศูนย์ไทย แถมลง App ไม่ถึง 1 หน้า ก็ยังหนีปัญหาที่ว่าไม่พ้น :(

เมื่อสิ้นปีก่อนผมใช้ iPhone 5S + iOS7, จะเล่น Web หรือเข้า Facebook เท่าไรก็ไม่เจออาการช้าหรือค้าง

ภาษาบ้านๆ ฝั่ง Android เขาเรียกอาการนี้ว่า “RAM เต็ม”, ซึ่งต้องแก้ด้วยการ “Clear RAM”

ซึ่งถ้าใครเป็นพวก Geek คลั่ง IT, ก็คงเข้าใจทันทีว่ามันคืออะไร ?

แต่สำหรับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป, ผมมี App ตัวนึงที่ใช้ “Clear RAM” ในแบบที่ง่ายและดีที่สุดมานำเสนอ ~

ดูจากภาพข้างบน, จะเห็นว่า ผมใช้พื้นที่ Storage ไปแค่ 31% [ใช้แค่ 7 GB จากทั้งหมด 24 GB]

แต่ RAM ซัดไปซะ 87% o_O!!!

 นี่ละครับคืออาการ “RAM เต็ม” ที่เป็นเรื่องน่าเบื่อเฉพาะตัวแบบ Android Only

ว่าแต่ RAM & Storage มันคืออะไร o_O?

ถ้าใครเป็น Blogger สายอาหาร, คำว่า RAM ก็คือเนื้อแกะตัวผู้ ^^)

แต่ในสาย IT, RAM แปลว่า Random Access Memory ที่หมายถึง A Form of Computer Data Storage ซึ่ง Allows Stored Data to be Accessed Directly in any Random Order

แปลแล้วก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี [แค่ให้ผมแปลเป็นภาษาไทยแบบมนุษย์อ่านยังยากเลย - -]

 

และปัญหาที่ตามมาก็คือ แล้ว RAM กับ Storage มันต่างกันยังไง o_O?

เอาง่ายๆ, Storage ก็คือ หน่วยความจำของเครื่องจริงๆ นั่นเอง

ถ้าเปรียบกับ Laptop, มันก็คือ Drive C ที่เอาไว้เก็บเพลง หนัง ภาพ เอกสาร และยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows [สำหรับบางคน มันคือถังขยะที่ใช้เททุกสิ่งรวมกัน :)]

เวลาเราไปซื้อมือถือแล้วร้านบอกว่า “รุ่นนี้มี Memory ในตัว 32GB” ก็หมายถึง Storage นี่เอง

เอาง่ายสุดๆ, Storage ก็คือตู้แช่เบียร์ขนาด 1000 ถังที่บ้านผม

ส่วน RAM ก็คือรถเข็นใน Supermarket

สมมติว่าผมอยากจะขนเบียร์จากร้าน EST.33 สาขา CDC มาที่บ้าน…

 

ผมก็ต้องเอาถังเบียร์อัดใส่รถเข็นแล้วก็วิ่งข้ามฟากจากเลียบทางด่วนมาสุขุมวิท โดยใช้รถเข็น Supermarket เป็นตัวกลางในการนำส่งเบียร์, ยิ่งถ้ารถเข็นคันนี้มันเล็ก ก็จะเกิดอาการ “เบียร์เต็มรถ” ได้ง่ายขึ้น - -

RAM ก็คือหน่วยความจำกลางทาง ที่เอาไว้ให้ App [ถังเบียร์] ขึ้นไปรันนั่นเอง

ถ้า RAM เต็ม, เครื่องก็จะเริ่มหนัก และผมก็จะเริ่มเข็นรถขนเบียร์ไม่ไหว – -*

สุดท้าย Android ของเราก็ดับอนาถ เช่นเดียวกับผมที่อาละวาดนอนแผ่ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอยู่ทองหล่อ  

ทั้งที่ผมมีพื้นที่ STorage ที่บ้านเยอะแยะตั้ง 1000 ถังแท้ๆ

แต่รถที่ใช้ส่งเบียร์มันดันเป็นแค่รถเข็นของ Supermarket ก็เลยใส่เบียร์ได้แค่นิดเดียวอยู่ดี

และตัวโครงสร้างของ Android มันก็ “กิน RAM” หนักกว่า iOS อยู่แล้ว

 

ใครที่ใช้ Windows คงจะคุ้นเคยดีกับการที่ Uninstall พวก App & Programme ทิ้งไปแล้วมันลบตัวเองไม่หมด, แล้วก็ตกค้างกลายเป็นขยะในระบบทำให้เครื่องรวน ช้า ค้าง อืดขึ้นทุกวันๆ

Android ก็เหมือนกัน…

แถม Widget ที่วางบนจอ Home Screen เยอะๆ ก็กิน RAM เพิ่ม

พวก Apps ที่ติดมากับเครื่องแล้วไม่ได้ใช้ก็กิน RAM อีก [แถมชอบรันตัวเองขึ้นมากิน Data และกิน Batt]

นอกจากนี้ เวลาเราเข้า Facebook / Instagram / Line App

Android ก็จะชอบเก็บข้อมูลส่วนตัวเราบันทึกไว้ในรูปแบบของ File ที่เรียกว่า “Cache”

บางทีเก็บซ่อนไว้เป็น GB โดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วก็ลากเครื่องให้อืดจนแทบจะหมุนจอไม่ไหว – -

พวก Geek มักจะบอกว่า “คนที่ใช้ Android แล้ว Clear RAM ไม่เป็นน่ะโง่”

แต่ผมว่าคนที่ไม่มีปัญญาพัฒนาระบบให้มันเข้ากับชีวิตจริงของมนุษย์น่ะสิที่โง่กว่า สร้างมาได้ยังไง – -

การนั่งไล่ปิด App ลงไปทีละตัวๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เพราะ Cache มันยังเก็บเพิ่มเรื่อยๆ

ทางออกของชีวิตวันนี้ก็คือ App ผู้ช่วยชื่อ “Clean Master !!!”

มันเป็น App ที่ง่ายจนไม่ต้อง Review, จนอยากจะจบ Blog แต่เพียงเท่านี้ - -/

เพราะมันไม่มีอะไรเลยจริงๆ ครับ นอกจากหน้า Home ของ App ที่แสดงพื้นที่ STorage & Ram เหมือนในภาพแรกสุด กับปุ่มอีก 4 ปุ่มครึ่งล่างของจอ ที่มี 4 หน้าที่ด้วยกันคือ

 

1. Junk Files : ช่วยลบ File ขยะไร้สาระในส่วนของ Storage

 2. Memory Boost : หรือก็คือการ “Clear RAM” ง่ายๆ และปลอดภัย โดยเราไม่ต้องไปรู้อะไรเลย

3. Privacy : อันนี้ลบพวกข้อมูลการโทรเข้าออกและข้อความต่างๆ [ต้องระวังนิดนึง ถ้าไม่อยากข้อมูลหายแบบไม่ได้ตั้งใจก็ข้ามมันไปได้ครับ แล้วมานั่งลบทิ้งแบบ Manual ทีหลัง :)]

4. App Manager : ก็คือการ Uninstall นั่นเอง

จบ…

ข้อดีของ Clean Master คือหน้าตา [User Interface] มันแสนจะเข้าใจง่าย

มีให้กดแค่ไม่กี่ปุ่มจึ๊กๆ แล้วก็จะมีตัวเลขพื้นที่เด้งขึ้นมาบอกว่าเรากำลังลบ File ขยะไปเท่าไร ~

เขียน Review ไปตั้งยาว, จริงๆ มันง่ายกว่าที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้เยอะครับ เพราะแม้แต่อาม่าและน้องแมวที่บ้านผมก็ยังสามารถ “Clear RAM” ได้ทันที เพียงแค่กดปุ่ม 3 จึ๊ก จบใน 12.47 วินาที – -/

จงไป Download มาใช้ฟรีในบัดดลฯ, แล้วมารายงานผลด้วยนะครับว่ามัน Clear ข้อมูลขยะกันไปคนละกี่ GB :)