web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

BMW Welt Museum : เยี่ยมชมหอศิลป์แห่งโลกยนตรกรรม

i3, รถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบคันแรกของ BMW คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นที่สุดในการมา Backpack เยอรมันครั้งนี้ หลังจากที่เคยอ่านเรื่องราวของมันมาแล้วสั้นๆ ใน Mail ข่าวการเปิดตัว Galaxy Gear ที่ทำตลาดร่วมกันกับ BMW i3

ฐานใหญ่สุดของ BMW อยู่ที่ Munich, ก่อตั้งขึ้นในปี 1916

ชื่อ BMW ย่อมาจาก Bayerische Motoren Werke หรือก็คือ Bavarian Motor Works ในภาษาอังกฤษ

ปัจจุบัน BMW ก็ยังเจ้าของ Mini & Rolls Royce ด้วย

หลังจากตามรอยเท้าสิงห์แห่งเยอรมัน ณ โรงเบียร์ Lowenbrau, ผมก็นั่งรถไฟใต้ดินมาต่อที่ BMW Welt Museum

bmw-welt-museum-munich-germany-history-travel-yourself-map-metro

bmw-welt-museum-munich-germany-map-metro-station-olympia-review

bmw-welt-museum-munich-germany-map-metro-thai-entrace-welcome

จาก Munich Airport หรือจากสถานีใจกลางเมืองอย่าง Marienplatz, สามารถนั่งรถไฟใต้ดินมายังสถานี Olympiazentrum ได้ในเวลาไม่กี่นาที แล้วเดินต่ออีกนิด ก็จะเห็น BMW Welt Museum

พร้อมคำทักทายสารพัดชาติ รวมทั้งภาษาไทย [ที่ดูแล้วรู้เลยว่าไม่ตั้งใจทำ – -]

ค่าเข้า BMW Welt Museum คือ “ฟรี”

ตราบใดที่ไม่ทำรถเขาพังหรือซื้อขับกลับบ้าน :)

BMW Welt Museum จะแบ่งง่ายๆ เป็นสองฝั่ง คือ Welt & Museum

ด้านหนึ่งมีอดีตของ BMW และอีกด้านคืออนาคต

ส่วนตัวผมเองไม่ได้มีความรู้เรื่องรถมากนัก, ก็เน้นเดินชมไปเรื่อยๆ ~

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-world-war-mini-history

ส่วนตัวที่สะดุดตาที่สุดใน BMW Welt Museum ก็คือ BMW Classic คันนี้, ที่เกิดขึ้นมาในเยอรมันแพ้สงครามโลก จนต้องพัฒนารถคันเล็กๆ ใช้้เชื้อเพลิงน้อยๆ ที่นั่งแคบๆ เพื่อรัดเข็มขัด…

ใช่ว่าตำนานยนตรกรรมของ BMW จะเกิดมาอย่างหรูหรายิ่งใหญ่เสมอไป

อายุของ BMW เกือบร้อยปี, ก็ต้องผ่านวันเวลาที่โหดร้ายของเยอรมันมาเช่นกัน

รถยนต์เก่าๆ พวกนี้ บอกเล่าเรืองราวในประวัติศาสตร์ได้มากมาก

กว่าจะมาเป็น BMW ในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่าย

รถแต่ละคันก็จะมีป้ายเล่าประวัติความเป็นมาและแรงบันดาลใจใจการออกแบบ

พร้อมกับ Background สั้นๆ ของยุคสมัยนั้นๆ

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-world-war-history

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-history-cabriolet

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-super-sport-history

bmw-welt-museum-munich-isetta-classic-car-world-war-mini-history

ในช่วงเวลาไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา, มนุษย์เราเปลี่ยนไปได้มากจริงๆ

ดูจากสิ่งที่ถูกออกแบบสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันก็จะเห็น

ทำไม BMW Super Car ในยุคหนึ่งถึงหน้าตาแบบนี้ ?

และทำไมจึงมี BMW คันเล็กๆ อย่าง Isetta ?

[อย่าลืมว่าค่าเฉลี่ยความสูงคนเยอรมันคือ 181 cm, เป็นชาติที่สูงอันดับสองของโลก]

ทั้งหมดเป็นเรื่องที่น่ารู้สำหรับผม

เพราะการเข้าใจอดีตทำให้เราทราบถึงที่มาของตัวเรา, ผ่านการเล่าเรื่องใน BMW Welt Museum ที่ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ จนมาถึงรถแห่งปัจจุบันและอนาคต :)

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-history-timeline-series

bmw-welt-museum-munich-germany-classic-car-history-007-james-bond

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-m6-gran-coupe

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-m6-535-gran-turismo

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-m6-530-series-review

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-license-how-to

แต่ละคันแต่ละ Model, จอดไว้ให้คนเข้าไปนั่งดูได้ และถ้าใครอยากทดลองขับก็สามารถลงชื่อขอ Test Drive ในลานรูปวงกลมตรงกลาง BMW Welt Museum ได้เลยด้วย

แต่ BMW ที่นี่เป็นรถพวงมาลัยซ้าย…

และต้องมีใบขับขี่สากลถึงจะ Test Drive ได้

ผมว่าไม่ดีกว่า, กลัวว่าจะกลายเป็นคนไทยคนแรกที่มาพังรถเค้าถึง Munich :D

แต่ที่นี่เดินดูรถแล้วสบายใจจริงๆ

เพราะ BMW Welt Museum ไม่หวงรถ, จะเด็กหรือจะวัยรุ่นก็ปีนก็รื้อรถดูได้ตามใจ

โดยมี Staff & Engineer ยืนอยู่ข้างๆ คอยตอบเรื่องเครื่องยนต์และข้อมูลรถแต่ละคัน

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-i3-driver-less-car-auto

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-i3-driver-less-car-review-2

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-i3-driver-less-car-review

นอกจากพวก Super Car รุ่นใหม่ๆ, ก็มี BMW i3 คันกลมๆ นี่ละครับที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ทีแรกผมก็นึกไม่ออกหรอกว่ารถยนต์ไร้คนขับมันดีตรงไหน ?

จนได้อ่านที่มาของ BMW i3, จากข่าวเปิดตัว Galaxy Gear

เมื่อ BMW i3 ขับเคลื่อนด้วยสมองกล, แม้แต่คนพิการหรือคนชราก็สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุบัติเหตุ และยังลดปัญหาการจราจรติดขัด เพราะรถทุกคันจะปฏิบัติตามกฏหมาย

นอกจากนี้, รถยนต์ไร้คนขับยังจะ Sync เรื่องไฟแดงไฟเขียวกับระบบส่วนกลางของเมือง

รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไรในการไปถึงจุดหมาย, รู้กระทั่งที่จอดรถตรงไหนว่างหรือไม่

และ BMW i3 คันนี้ก็คือรถต้นแบบที่ว่า, พลังงานที่ใช้ก็เป็นไฟฟ้าด้วยครับ :)

bmw-welt-museum-munich-germany-electronic-i3-driver-less-car-review

bmw-welt-museum-munich-electric-test-drive-motorrad-bike-review

นอกจากรถยนต์ที่เราคนไทยคุ้นตากันดี, BMW ก็ยังมีรถ Big Bike

และปัจจุบัน, ทั้ง Mini & Rolls Royce ก็เป็นของ BMW แล้วด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ใน BMW Welt Museum ก็จะมี Zone ของ Rolls Royce & Mini แยกไปอีกที่

แรกเริ่มเดิมที, ทั้ง Mini และ Rolls Royce เป็น Brand รถของอังกฤษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในแง่การตลาดยุคหลังๆ จึงถูกเปลี่ยนมือมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็กลายเป็นของ BMW แห่งเยอรมันไป

ทว่า Mini มีทั้งกลุ่มลูกค้าเฉพาะตัวและมี Character ที่ชัดเจน, บวกกับการที่ BMW ไม่มีรถประเภทนี้

ทำให้ Mini ใต้การดูแลของ BMW กลายเป็นหนึ่งใน Segment รถที่ประสบความสำเร็จมากมาย

และระหว่างที่ผมเดินดู Mini by BMW อยู่, ก็เจออะไรน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-mini-be-history-review

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-mini-new-2014-ad-review

bmw-welt-museum-munich-test-drive-mini-new-2014-ios-iphone-6-air

bmw-welt-museum-munich-germany-test-drive-mini-limited-review

คือมีคนพิการท่อนล่างนั่ง Wheelchair ไฟฟ้าเข้ามาดู Mini สีเหลืองคันในภาพนี้

สงสัยเหมือนผมไหมครับว่าแล้วคนพิการมาดูรถทำไม ?

ผมจึงทำเป็นยืนถ่ายรูปรถหลายๆ มุม แต่จริงๆ แอบฟังและสังเกตว่าพนักงาน BMW Welt Museum จะ Take Care คนพิการคนนี้อย่างไร [ถ้าว่ากันตรงๆ ก็คือผมเสียมารยาทพอควร]

แต่สองคนนี้ ไม่มีการคุยกันเรื่อง “ความพิการ” ครับ

ทั้งคู่สนทนากันเรื่อง Design และเครื่องยนต์ เหมือนกับคนปรกติคุยกันเวลาสนใจรถสักคัน

พนักงาน BMW Welt Museum ไม่ได้คุยในเชิงที่ว่าลูกค้าคนนี้พิการ, ต้องได้รับความสงสารหรือความเห็นใจ

จนกว่าลูกค้าจะออกปากถามเรื่องความพิการของตน, พนักงานไม่จำเป็นต้องเริ่มบทสนทนาเรื่องนี้

bmw-welt-museum-munich-disabled-test-drive-mini-wheelchair-review

และถ้าว่ากันตามตรง, โอกาสที่คนพิการจะซื้อรถขับก็คงมีน้อยกว่าคนปรกติ แต่พนักงาน BMW Welt Museum ก็ยังตอบคำถามอย่างใส่ใจ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ทั้งกับ Mini และกับ BMW

เพราะมันคือการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน, ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียวครับ

ส่วนฝั่ง Rolls Royce นี่ตรงกันข้าม

คือมีพนักงานน้อยมากและทุกคนจะยืนห่างๆ ไม่ค่อยสนใจเรา

แต่คิดอีกที, ผมว่านั่นคือสิ่งที่ BMW Welt Museum คิดมาแล้ว

เพราะ Rolls Royce มันคือรถระดับมหาแพง, ถ้ามีพนักงานมายืนข้างๆ รถกดดัน เราคงไม่กล้าดูเข้าไปใหญ่

ทว่า การที่พนักงานน้อยๆ และยืนห่างๆ, ทำให้การเดินดูประวัติแห่ง Rolls Royce ทำได้อย่างสบายๆ

bmw-welt-museum-munich-rolls-royce-history-founder-car-review

bmw-welt-museum-munich-rolls-royce-history-founder-car-review-2

bmw-welt-museum-munich-rolls-royce-history-advert-noise-clock

ที่ดีใจสุดๆ ก็คือผมได้เห็น Ad โฆษณาในตำนานของ Rolls Royce

“ที่ความเร็ว 100 kmph, เสียงที่ดังที่สุดในรถ Rolls Royce คือเสียงนาฬิกา”

ผมเคยอ่านเจอประโยคนี้ในหนังสือแนว Marketing ตั้งแต่สมัยเด็กๆ และประทับใจมากกับการนำเสนอของ Rolls Royce ที่ไม่ได้บอกตรงๆ ว่า รถเราเงียบแค่ไหน แต่เปรียบกับสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้

[แม้สุดท้าย Rolls Royce เองก็มาถึงกาลอวสาน, กลายเป็นส่วนหนึ่งของ BMW จนได้]

แต่ก็เพิ่งจะรู้นี่ละครับว่าแรกเริ่มเดิมที, Rolls Royce เป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินมาก่อน :)

การมา BMW Welt Museum ครั้งนี้, มันสอนอะไรผมได้เยอะจริงๆ

โดยเฉพาะการได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปในช่วงเวลา 100 ปีที่ผ่านมา

prague-czech-backpack-travel-yourself-bmw-wedding-clock-castle

แม้แต่ Brand รถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมันและของโลกเองก็ยังเคยต้องผ่านยุคสมัยที่เลวร้ายมา, กว่าจะเป็น BMW ดังที่เห็นเช่นทุกวันนี้  ในขณะที่ Brand รถอีกหลายรายล้มตายไป ไม่มีใครจดจำ

ตำนานใช่ว่าจะสร้างขึ้นได้ในชั่วข้ามปี และนี่ก็คือ BMW Welt Museum แห่ง Munich ครับ