web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

เหนือกว่า Nfc คือ Apple Pay : ใครได้ใครเสียในการจ่ายเงิน

เพราะ Apple Pay ไม่ใช่ NFC แต่ “Apple Pay คือ Apple Pay

หลังจากที่ Tim Cook เปิดให้ใช้งาน Apple Pay ใน USA, ชาว American ก็พากันไปลองจนร้านค้าแทบถล่ม

ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ Apple Pay จะ Success ก็เพราะ “Apple คือศาสนา”, ทุกคนพร้อมเปิดประตูออกไป Starbucks แล้วสั่งอะไรบ้าบอที่จริงๆ ก็ไม่ได้อยากกิน เพื่อยืน iPhone 6 ออกไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “Apple Pay

ในขณะที่ทุกวันนี้ น่าจะมีไม่ถึง 1% ของคนที่ใช้ Android แล้วรู้ว่า NFC คืออะไรหรือใช้อย่างไร

แต่รู้ไหมครับว่าแล้วใครมีรายได้หรือใครเสียอะไรในการจ่ายเงินด้วย Apple Pay บ้าง ?

apple-pay-iphone-6-plus-credit-how-to-add-card-thailand-true-move-starbucks

1. Apple Inc, ผู้ชนะตลอดกาล

ทุกครั้งที่มีการจ่ายผ่าน Apple Pay, Tim Cook จะได้ไป 0.15%

ฟังดูไม่มาก แต่นักวิเคราะห์ออกมาประเมินตัวเลขแล้วว่า Apple Pay น่าจะทำรายได้ให้ Apple Inc กว่า 1500 ล้านเหรียญภายในปีสามปี, นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่าถ้า iPhone 7 ขายดีกว่า iPhone 6 ขึ้นไปอีก

และสิ่งที่ Tim Cook มองอยู่ซึ่งเหนือกว่าเรื่อง Spec หรือ CPU ของฝั่ง Android ก็คือ

ทันทีที่ User ติดการใช้งาน Apple Pay

จะไม่มีวันย้ายหนีจาก iOS ได้ชั่วชีวิต

มันไม่ใช่เรื่อง “Wow หรือไม่ Wow !” อีกแล้ว แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ครับ

apple-store-5th-avenue-night-new-york-usa-queue-box-steps-iphone-6-plus

2. Banks, จ่ายอย่างเดียวเพื่ออนาคต

Tim Cook ไม่ผลักภาระ 0.15% ไปให้ลูกค้า เพราะรู้ว่าคงไม่มีใครอยากจ่ายเพิ่ม

แต่ Banks ต้องจ่ายแทน

โดย Banks ใหญ่แห่ง USA ทั้ง 6 รายคาดว่า Apple Pay จะ Success ในระยะยาว, ซึ่งนั่นก็แปลว่าผู้คนจะทิ้งเงินสดแล้วจับจ่ายใช้สอยอยู่บน Networks ของ Banks ทั้งการเดินไปซื้อแบบ Offline และสั่งของ Online

Banks ไหนที่รองรับ Apple Pay ก็จะมีช่องทางให้คนเข้าถึงมากขึ้น

และ Apple Pay ยังแสดงถึง Vision แห่งอนาคตที่ Bank มี, เป็น Image ที่ดี

เมื่อบ่ายวันนี้ มี Banks ใน USA อีก 200 แห่งประกาศเข้าร่วม Apple Pay เพิ่มอีกครับ

krungsri-first-choice-iphone-6-plus-personal-loan-bank-15-month-deal

3. Visa / Master Card / American Express, ความมั่นคงแห่งธุรกิจ

บริษัทบัตร Credit เองก็คาดหวังแบบเดียวกับ Banks ครับ

ว่าลูกค้าจะจ่ายผ่านบัตรของตนได้ง่ายขึ้น

และเมื่อไรที่ Apple Pay กางปีกออกไปสู่ตลาดโลก, Credits Card รายไหนที่ติดไปกับ Apple Pay ก็จะเพิ่มอำนาจเหนือกว่าบัตรใบอื่น [แต่ ณ ตอนนี้ รายใหญ่ทั้ง 3 ก็พร้อมสำหรับ Apple Pay เท่าๆ กัน]

ถ้า Visa ทำได้, Master Card ก็ต้องได้และ AMEX ก็เช่นกัน นี่คือการคานอำนาจกันเอง

นอกจากนั้น, Apple Pay ยังเป็นตัวช่วยการันตีว่าการจ่ายผ่านบัตร Credit จะยังมีตัวตนต่อไป

ในขณะที่เริ่มมีการพัฒนาวิธีจ่ายเงินรูปแบบใหม่ๆ อย่าง “CurrentC” ที่ปฏิเสธบัตร Credit

apple-pay-passbook-iphone-6-plus-credit-card-tim-cook-purse-how-to-use

4. Starbucks / McDonald’s และพ่อค้า, ความง่ายในการจ่าย

ที่ USA แทบไม่มีใครใช้เงินสดซื้อของกันแล้วครับ

เพราะเศษเหรียญเป็นเรื่องน่ารำคาญและราคาสินค้าที่เห็นตามร้านก็ต้องคิดภาษีเพิ่มอีกทีตอนจ่ายเงิน

ถ้า Apple Pay เข้ามาลดเวลาการจ่ายเงิน, ตัดขั้นตอนการเปิดเก๊ะ หยิบเงินทอน นับเศษสตางค์และการจ้างพนักงานลงไปได้มากเท่าไร ก็แปลว่า Starbucks จะได้ลูกค้าหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

ในสามวันแรกที่ Apple Pay เปิดให้ใช้บริการ, ลูกค้าจำนวนมหาศาลก็พุ่งเข้าร้าน

“ความเป็นศาสนา” ของ Apple ทำให้ User พร้อมจะลองใช้ Service ใหม่เพื่อนำไปอวดใครๆ

Trend ใหม่นี้จะเกิดอีกทีเป็นระลอกสองตอนขยายออกไปสู่ตลาดโลก

apple-pay-passbook-iphone-6-plus-ios-8-1-starbucks-card-usa-how-to-use-2

แม้มือถือ Brands อื่นจะหัวเราะเยาะว่า “Apple Pay ก็แค่ NFC” แต่สิ่ความจริงคือ มือถือที่รองรับ “แค่ NFC” จะไม่สามารถเข้ามาร่วมในวงของ Apple Pay ได้และไม่มีส่วนในกำไรมหาศาลของ Tim Cook แม้แต่ Cent เดียว

ข้อมูลจาก TIME Magazine ประจำวันที่ 22 Oct 2014 ครับ