Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

จากครอบครัวที่เคยไม่ชอบ Apple’s Product ถึงขั้น “Anti”, ปัจจุบันสมาชิกทั้ง 4 มี iPhone คนละเครื่อง…

เริ่มจากตัวผมที่หิ้ว iPhone 6 จาก Apple Store 5th Avenue กลับไทย ตอน Backpack ไป New York

ต่อด้วยคุณน้องสาวที่ย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่น และซื้อ iPhone 6 ใน Apple Store Ginza

และคุณพี่สาวกับคุณแม่ที่ใช้ iPhone 5 ทั้งคู่ [คุณแม่ผมเคยใช้ iPhone 4S และย้ำเลยว่าถ้าซื้อมือถือใหม่ให้ ก็ขอเป็น “iPhone Only”, ทั้งที่แต่ก่อนเคยกลัว Technology และมือถือจอ Touch Screen มาก !]

นี่คือ 4 เหตุผลว่าทำไม การใช้ iPhone จึงให้ “คุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า” มือถือทุก Brands…

paper-by-facebook-app-news-review-cookiecoffee-iphone-6-plus-ios-only

1. Apple’s Product & iPhone มาพร้อมประกันทั่วโลก

สำหรับบางคนอาจบอกว่า “แล้วยังไง ไม่เห็นจำเป็น”

แต่ผมคิดว่า ในเมื่อพักหลังมือถือ Brands อื่นๆ ก็ตั้งราคาตัวเองสูงขึ้นเท่าๆ กับ iPhone 6, แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ Samsung / Sony / HTC / LG ไม่มีประกันแบบ “Worldwide” เหมือนที่ Apple’s iPhone มีให้ ?

และสำหรับผมที่หิ้ว iPhone 6 กลับมาจาก New York หรือคุณน้องสาวผมที่ไปทำงานในญี่ปุ่น

การที่ iPhone 6 ของเรา มี “ประกันทั่วโลก” คือความสบายใจ ในคุณภาพชีวิตที่ Apple มีให้

ผมหิ้ว iPhone 6 Plus เครื่องแรกกลับมาจาก Tokyo, Check แล้วว่าเข้าศูนย์ Apple Store USA ได้

และคุณเพื่อนผมก็เคย Claim ในไทยแล้ว, ทั้งที่ซื้อ iPhone 5 จาก Apple Store UK

apple-store-5th-avenue-night-new-york-usa-cartier-box-glass-iphone-6-plus

2. Update พร้อม USA / UK / Japan และประเทศโลกที่ 1

เพราะว่าจำนวน Model ของ iPhone ต่อปีมันมีแค่ 1 – 2 รุ่น

ดังนั้น Apple Inc จึงไม่ต้องคอยพัฒนา Software & Firmware แยกย่อยมากมาย

ผลที่ได้ก็คือ iPhone ทั้งโลกอยู่บน Software ตัวเดียวกันโดยสมบูรณ์

ไม่ว่าผมจะหิ้ว iPhone 6 เครื่องนี้กลับมาจาก New York หรือใช้ iPhone 6 Plus ที่ซื้อจาก Apple Store Japan รวมไปถึงคนที่ใช้ iPhone 6 อยู่ในเมืองไทย, ก็มั่นใจได้ว่าเราทุกคนอยู่บน Standard เดียวกันของ Apple

ไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวล ว่า iPhone ในไทยจะถูกลอยแพ

ไร้พรมแดนแห่งเชื้อชาติ สีผิวและภาษา

 iphone-6-plus-camera-review-apple-store-ginza-japan-queue-how-to-buy

3. ได้ Games ใหม่ก่อนระบบไหน / ได้ใช้ App คุณภาพสูงสุดเสมอ

เพราะจำนวนรุ่น iPhone น้อยอีกเช่นกัน

ทำให้ App & Game Developer สามารถทำ App ออกมาครั้งเดียวจบ, ไม่ต้องกังวลเหมือนฝั่ง Android ว่าบางรุ่นจอใหญ่จอเล็ก มี CPU & RAM หลายขนาด ดังนั้น Developer ย่อมเลือก iOS ก่อน

แน่นอนว่าไม่เพียงแต่ได้ App ใหม่ก่อนระบบไหนๆ

App & Games บน iOS ยังมีคุณภาพสูงสุดเสมอ

เพราะลูกค้า iPhone มีกำลังซื้อสูงกว่า, การขาย App บน Apple App Store ก็ทำรายได้ให้ Developer มากกว่า

กลไกที่วนกลับไปมา ทำให้ App ของ iPhone ยิ่งมีคุณภาพสูงขึ้นไปอีก

germany-munich-backpack-apple-store-marienplatz-frauen-kirche-iphone-6-air

4. Compatible กับ Products / Devices ทุกอย่างในโลก

น่าอายมากที่ Galaxy S4 DoCoMo ของผมไม่สามารถ Pair กับ Wireless Printer ของ Epson และรถ BMW ได้, ทั้งที่ iPhone 4 รุ่นเก่าของคุณแม่ผมทำงานร่วมกับ Epson & BMW ได้ทันที

เหตุผลก็เช่นเดียวกับข้อ 3, คือจำนวน Model ต่อปีของ iPhone มันน้อย

ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถหรือ Printer, ต่างก็ต้องสร้างอุปกรณ์ของตนให้ Compatible กับ iPhone ก่อนเสมอ

แค่เปิด Bluetooth ก็รู้จักกัน

หรือเสียบสายแล้วไม่ต้องติดตั้ง Driver ใดๆ

ไม่ว่าผมจะ Backpack ไปไหน, ก็ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่พบเจอข้างหน้าได้ตลอดเวลา

apple-store-covent-garden-rain-uk-london-backpack-how-to-iphone-7-prada

และผมยังอยากเพิ่มข้อ 5.

คุณภาพชีวิตสูงสุดในไทยเพราะ Apple Store ใช้มาตรฐานหนึ่งเดียวทั่วโลก

แต่ก่อน, ผมรวมทั้งคุณน้องสาวต่างก็ไม่ชอบ Apple ในฐานะ Brand

จนกระทั่งวันที่ iPhone 5 อายุ 11 เดือนของคุณน้องสาวมีปัญหาเรื่องปุ่ม Home กดไม่ลง จนต้องส่งเข้าศูนย์และผลก็คือ “Apple Inc เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ภายใน 15 นาที” โดยไม่มีการถามรายละเอียดใดๆ เลย

ข้อ 5 คือ “Thailand Only เพราะปัญหานี้อาจไม่เกิดกับ Samsung เกาหลีหรือ Sony ในญี่ปุ่น

แต่ศูนย์บริการบ้านเราไม่ใส่ใจในสิทธิและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค…

[ลองอ่าน Blog เก่าเรื่อง “Xperia Z DoCoMo กับปัญหาฝุ่นในกล้อง ลอง Claim ที่ Tokyo” เพิ่มเติม]

xperia-z-dust-in-camera-problem-claim-fix-docomo-japan-replacement

สังเกตไหมครับว่าจนถึงบรรทัดนี้, ผมก็ยังไม่มีพูดเรื่อง Spec หรือเลข Pixels กล้องเลย…

ทั้งหมดใน Blog นี้ คือ “คุณภาพชีวิต”

ที่ Apple’s iPhone ให้ได้, ในขณะที่มือถือ Brands อื่นไม่มีแม้จะตั้งราคาสูงแค่ไหน

บางครั้งผมก็แปลกใจ เวลาเห็นใครๆ บอกว่า “iPhone 6 แพง !”

นี่ยังไม่รวมถึงค่า Research & Development [R&D] ที่ Apple ต้องจ้างทั้ง Engineer & Designer มา, ในขณะที่ Brand อื่นแค่ “Copy” หน้าตาของ iPhone ไป และไม่มี Team ดูแลเรื่องศูนย์บริการหรือประกันทั่วโลกเลย

เราซื้อมือถือราคาเท่าฝรั่งและคนญี่ปุ่นจ่ายแต่ในไทย, ไม่มี Brand ไหนให้มูลค่าชีวิตเราสูงเท่า Apple

คุณเองต่างหาก, ที่ตีมูลค่าชีวิตตัวเองไว้ถูกเกินไปรึเปล่า ?

iphone-6-plus-apple-store-5th-avenue-usa-new-york-pick-up-staffs-unbox