web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

Share ข้อดีข้อเสียหลังเปลี่ยน Vaio เป็น Macbook 59 วัน !

Vaio ล่มสลาย, นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนมาลอง Macbook หลังจากที่ใช้ Vaio ติดกันมา 3 เครื่อง…

ทีแรกก็ยังลังเลพอสมควรเพราะในชีวิตนี้ผมใช้ Laptop มา 5 ตัว, ทุกเครื่องก็คือ Windows OS

แต่พอดี VAIO ที่ใช้ปัจจุบันมัน “พัง” ตอนผม Backpack มาญี่ปุ่น, พร้อมๆ กับไปเจอ Promotion ลดราคา Macbook Air ลง 10% [ราคานี้ยังลดเพิ่มอีก 5% เมื่อจ่ายผ่านบัตร Visa Credit Card และสามารถขอคืนภาษีได้อีก 8% !]

ยิ่งเมื่อพนักงานบอกว่า “ถ้าคุณบินรอบโลกบ่อยๆ, มีแค่ Apple เท่านั้นที่กล้าให้ประกันทั่วโลก !”

ผมเลยตัดสินใจหิ้ว Macbook Air พร้อม Keyboard ญี่ปุ่นกลับไทยด้วยความหวั่นใจ, และเวลาก็ผ่านมา 59 วัน

why-sony-vaio-failed-japan-it-brand-vs-apple-macbook-air-review-better

[ขอลงภาพ Vaio ทั้งสามตัวเอาไว้, เพื่อให้ผู้อ่าน Blog ไว้ใจได้ว่าทีแรกผมไม่ได้อยากจะย้ายมาใช้ Macbook Air ขนาดนั้นแต่เพราะ Sony เลิกทำ Vaio และ Laptop ในไทยตอนนี้ก็มีแต่ Brand จีนที่ผมไม่ไว้ใจหิ้วบินไปไหนมาไหนด้วยเลย]

ว่ากันตามตรง, ผมต้องปรับตัวพอสมควรในการใช้งาน Macbook Air

เพราะ Layout ของ Keyboard ไม่ตรงกับ Macbook ของไทยและของประเทศอื่นทั่วโลก

[แต่ในส่วนของ OS นั้นไม่มีปัญหา, สามารถอ่านและ “Add Thai Keyboard” ได้ฟรีเช่นเดียวกับ iOS ใน iPhone]

Programme & Software เองก็ต้องเปลี่ยนใหม่, จาก Microsoft Office ก็ย้ายมาลองใช้ iWork

แต่เมื่อเวลาผ่านมาราว 59 วัน, ผมมั่นใจเลยว่า “คงไม่กลับไปใช้ Windows OS Laptop อีกแล้ว !”

ถามว่า “ทำไม ?”, ก่อนอื่นก็ขอ Share ลักษณะการใช้งานและ Life Styles ส่วนตัวของผมก่อน…

apple-pay-wallet-macbook-japan-starbucks-card-delta-cathay-office-mobile

Blogger & iT Backpacker around the World on Macbook !

ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา, ผมมีบินไปประชุมงานที่ญี่ปุ่น 3 หน / Taiwan 1 ครั้ง / Vietnam 1 ที / Hong Kong 1 รอบและ USA อีก 1 เดือนเต็ม [บางครั้งไม่ได้กลับไทยยาวอย่างเช่นตอนไป Hokkaido 7 วันแล้วบินตรงไป New York ต่อเลย]

Macbook Air ตอบโจทย์มากตรงน้ำหนักที่เบาเพียง 1.08 Kg แต่ Battery ทนมากขนาดใช้ต่อเนื่องได้ 8 Hr จริง

ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการที่สุดเพราะบางครั้งมันต้องข้ามประเทศไปมากว่า 15 ชั่วโมงหรือทำงานด่วนใน Starbucks

แต่ในส่วนของ Software, บอกเลยว่าผมไม่ได้ใช้อะไรมากไปกว่า Web Browser / Social Network / WordPress

และการใช้งานด้านเอกสารก็มักจะเน้นอ่านหรือไม่ก็ Edit พวก Word & Excel ง่ายๆ, ไม่ได้สร้าง Presentation ใหญ่ๆ

Games ก็ไม่ได้เล่น, สรุปคือไม่ได้เน้น Spec ว่าต้องแรงมากมายแต่ขอให้ถือขึ้นเครื่องบินสะดวกในทุกสถานการณ์

cookie-backpacker-selfie-iphone-6s-se-japan-scarf-coke-case-bottle-how-to-travel

ข้อดีใน Macbook Air ที่เหนือกว่า Vaio / Windows OS Laptop

ประกันทั่วโลก : ข้อนี้คงไม่ต้องบรรยายให้มากเพราะไม่มี Brand ไหนกล้าให้คุณภาพชีวิตสูงระดับนี้ในราคาเท่ากัน

Battery : ทนทานมากอย่างมหัศจรรย์, 8 – 9 ชั่วโมงต่อเนื่องแบบต่อ Internet เล่น www และเขียน Blog ทำได้แบบสบายๆ จนผมแทบไม่ต้องพกสาย Charger เวลาออกไปไหนช่วงที่ใช้งานในเมืองไทย [เวลาบินไปบินมาก็สบายใจมาก]

Material & Design : โลหะทั้งตัวแบบไร้รอยต่อ, ให้สัมผัสที่หรูหราเกินราคาแต่มาพร้อมกับความแข็งแรง

[ผมเสียบ Macbook Air แบบไม่ใส่ Case ลงเป้ Backpack แล้วแบกขึ้นเครื่องบินได้เลย]

และ Macbook ก็คิดมาเพื่อชีวิตมนุษย์ในทุกรายละเอียด, เช่นจุดศูนย์ถ่วงที่ดีเพื่อให้เปิดฝาพับด้วยมือเดียวได้

สรุปว่าในด้าน Hadrware ภายนอกและ Performance, Macbook Air ไร้ข้อเสียและ Perfect 100% สำหรับผม

starbucks-mug-new-york-macbook-air-iphone-6s-black-coffee

และข้อเสียของ Macbook Air หลังใช้งานมา 59 วัน…

Office & Document : เลวร้ายกว่าที่คิดมาก, ขนาดเผื่อใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วและทั้งที่ผมไม่ได้ใช้งาน Excel หรือ Powerpoint ในระดับ Advance เลยแต่ไม่อยากเชื่อว่าแค่เปิดตาราง [Spreadsheet] ง่ายๆ บน iWork ยังเละ !

เพราะ Font ก็ไม่มี / การเรียงตารางก็ไม่ตรง / Layout ของหน้ากระดาษยังไม่เท่ากันเลย…

การสร้างเอกสารใหม่บนเครื่องทำได้สบายแต่ปัญหามันอยู่ที่เวลาคนส่ง File มาให้เรา Recheck นี่ละ

Lack of Softwares : Bit Torrent App เดิมที่ผมใช้ก็ไม่มี, Programme แต่งภาพแบบหมูๆ ที่เคยใช้ก็ไม่รองรับ

[แน่นอนว่ามี Software ตัวอื่นที่ใกล้เคียงกันแต่มันก็ไม่สะดวกนักและบางทีเราก็ย้าย Data เดิมมาใช้ร่วมกันไม่ได้]

Compatibility : จาก 2 ข้อด้านบนนี้, มันก็ส่งผลให้ผมทำงานร่วมกับหลายๆ คนที่ยังคงใช้ Windows OS ได้ลำบาก

truecoffee-app-review-free-payment-vs-starbucks-macbook-blogger-cookiecoffee

แต่ยากที่จะบอกว่า “เปิด File เอกสารแล้วเละเทะคือข้อเสียของ Mac OS !” เพราะถ้าใครใช้ Macbook มาตั้งแต่เกิดแล้วต้องย้ายมาเป็น Windows OS Laptop, ก็คงบอกว่า “ปัญหามันอยู่ที่ Microsoft Office ต่างหาก !”

[เผอิญเมืองไทยเราใช้งาน Office ของ Microsoft เป็นหลัก, จนเรียก Document ว่า Word]

ที่แปลกคือต่อให้เราใช้ Microsoft Office for Mac, มันก็ยังแสดงผลไม่ตรงกับบน Windows OS อยู่ดี

ทางแก้ของผม 2 Choices คือเปิดบน Microsoft Office Online

หรือถ้าเป็น Mail Attachments ก็อ่านใน iPhone [ซึ่งแสดงผลสวยงามและตรงเป๊ะอย่างน่าประหลาดใจ…]

ทิ้งท้ายด้วยอีกเหตุผลพิเศษที่ทำให้ผมชอบ Macbook มาก, ก็คือตอนนี้ผมมี iPhone 6S เป็นมือถือหลัก

มัน Auto Sync ทุกสิ่งถึงกันผ่าน iCloud ได้, อะไรที่ผมเปิดไว้ใน Macbook ก็ดูต่อบน iPhone 6S ได้ตลอดเวลา !

apple-store-new-york-5th-avenue-glass-box-review-blue-sky-backpacker-iphone-6s-7

นั่นคงเป็น Part หนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “Apple Ecosystem” ที่ทำให้คนใช้ iDevice เครื่องแรกต้องค่อยๆ ซื้อ iDevice เครื่องที่สองสามสี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, ที่สำคัญคือ Apple Product ทั้งหมดมันมาพร้อม “ประกันทั่วโลก” ซึ่งมีค่าสำหรับผม

ก็เป็น Review สั้นๆ หลังเปลี่ยนจาก Vaio มาเป็น Macbook, ใครมีอะไรเพิ่มเติมกว่านี้ก็ยินดีครับ :]