ยิ่ง Kerry คิวยาวยิ่งขายไม่ดียิ่งส่ง GrabFood เท่าไรยิ่งเจ๊ง ? | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

ยิ่ง Kerry คิวยาวยิ่งขายไม่ดียิ่งส่ง GrabFood เท่าไรยิ่งเจ๊ง ?

เห็น Kerry คิวยาวก็คิดว่าเศรษฐกิจดีแต่ที่จริงตรงข้าม !” คือ Blog เก่าของผมเมื่อเดือนก่อนที่มีคน Shared เยอะมาก, คนส่วนหนึ่ง [โดยเฉพาะใครที่ไม่ได้ทำธุรกิจ] มักจะ “งง” ว่าทำไมและวันนี้ก็มีอีก Case หนึ่งจากร้านอาหารเจ้าประจำของผมที่…

Special Promotion Post : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัว" วันนี้ฟรี Starbucks Card 450 บาท -

“หยุดขายผ่าน Apps, ทั้งบน GrabFood / LineMan / Get และ FoodPanda แล้วครับ”

เพราะยิ่งทำเท่าไรยิ่งเจ๊ง !

เช่นเคย, นี่ไม่ได้จะ Blame ว่าเป็นความผิดของ Grab / Line / Get หรือ FoodPanda

แค่เวลาเห็น Comment สั่งสอนคนทำธุรกิจว่า “ไม่รู้จักปรับตัว” หรือ “ไม่ทำ Online” ตาม Web โลกสวยแล้วมันเศร้าใจ

grabbike-food-delivery-apply-review-macbook-bmw-bigbike-red-no-parking-drama

เช่นเดียวกับที่ “ขายได้เท่าไรจ่ายให้ Kerry & FB หมด”

มนุษย์ลุงมนุษย์ป้าส่วนใหญ่ที่ชอบ Comment สั่งสอนหรือหัวเราะเยาะว่า “ไม่รู้จักปรับตัว” มักไม่ทราบจริงๆ หรอกว่าบริการ Food Delivery เหล่านี้ “หักค่าหัวคิว” จากร้านอาหารมากน้อยแค่ไหน, จากค่าข้าวหนึ่งจานที่อาจจะราคาแค่สี่ห้าสิบบาท

ทางร้านต้องจ่ายค่าหัวคิวเกือบหนึ่งในสามของราคาอาหาร !

[ขึ้นกับการแข่งขันช่วงนั้นและความใหญ่ของแต่ละเจ้าด้วย, ต่างกันไม่เกิน 5% ระหว่าง GrabFood VS FoodPanda]

นี่ยังไม่รวมค่าเช่าที่ / ค่าพนักงาน / ค่าน้ำค่าไฟ / ค่าต้นทุนอาหาร / ค่าความเสี่ยงขายไม่หมด / ค่า etc

ถ้าเดิมทีกำไรต่อจานอยู่ที่ 33%, ก็เท่ากับต้อง “ยกให้ Grab ทั้งหมด”

บางทีผมก็รู้สึก Amazing เหมือนกัน, ที่เดี๋ยวนี้ร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ในไทยต้องคอยส่งค่าหัวคิวให้บริษัทใหญ่ใน Malaysia

  sizzler-delivery-app-review-buy-1-get-2-free-spicy-chicken-steak-169-1112-menu-sauce

เพิ่มความกดดันทั้งในร้านทั้งการส่ง

นี่ก็ไม่ได้จะ Blame ว่าเป็นความผิดของ “พี่วินฯ” แต่ที่พวกเขามักจะต้อง “เร่งทำเวลา” ก็เพราะมันต้องมี “เวลาเดินทาง”, ต่างจากลูกค้าในร้านที่ “ผัดเสร็จก็ทานได้เลย” และหลายๆ ครั้งที่ “ความซวย” ตกแก่ลูกค้าที่นั่งรอเพราะอาหารไม่ได้สักที !

ผมเคยเข้าร้านตามสั่งที่มีแค่สองโต๊ะ, หารู้ไม่ว่ามี “คิวที่มองไม่เห็น” อีก 15 ห่อ…

ร้านที่คุยด้วยวันนี้ก็มีปัญหาแบบเดียวกัน, บางจังหวะมีคน Walkin เยอะ

แต่บางช่วงเวลาก็มีคนสั่งผ่าน App & Online มากกว่า

ถ้าเป็น “ร้านใหญ่” หรือพวก Franchise อาจมีแยกเป็น 2 แผนกรับงานแต่ร้านเล็กๆ ไม่สามารถทำแบบนั้นได้

สุดท้ายก็เสียลูกค้าทั้งสองฝ่าย, นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องคิดดีๆ สำหรับใครที่คิดขายอาหารผ่าน App แบบจริงจัง

หลังๆ แทบไม่มีคนสั่งผ่าน Apps, เพราะเจ้าใหญ่มันอัด Promotion หนักมาก !”

ผมรู้ว่า “จริง” เพราะเมื่อวันก่อนก็เพิ่งสั่ง Yoshinoya หนึ่งแถมหนึ่งไป, ก่อนหน้านั้นก็ Ootoya หนึ่งแถมหนึ่งและ Katsuya หนึ่งแถมหนึ่งอีกเช่นกัน [ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน “เครือ Central”] ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็ไม่ใช่ความผิดผมอยู่ดี [ที่จะงก !]

เอาเป็นว่าทุกวันนี้เวลาที่ผมเปิด Food Delivery Apps ขึ้นมา, ก็มองหา “ร้านใหญ่” ก่อน

โอกาสที่จะสั่งจากร้านเล็กๆ, มันจะต้องมี “อะไรที่พิเศษ” จริงๆ

เช่นเป็นร้านที่อยู่มานานแถวเยาวราช, มี Menu ที่แปลกประหลาดแบบหาทานไม่ได้แม้แต่ใน New York

หรือไม่ก็ “ยอมตัดราคาแบบโหดเหี้ยมสุดๆ”

ซึ่งถามว่าร้านเล็กๆ สายป่านสั้นๆ จะยอมเจ็บตัวขนาดนั้นได้นานแค่ไหน… ?

yoshinoya-review-gyudon-best-vs-food-delivery-lineman-grabfood-panda-get-price

ต้นทุนการขาย Online แพงขึ้นมากจริงๆ, ไม่ใช่สิ่งที่สายมโนจะเข้าใจ

ตาม Webboard โลกสวย, ผมยังเห็น Comments ทำนองนี้ทุกวี่วันว่า “ขึ้นไปขาย Online สิฟรีทุกอย่าง” หรือไม่ก็ “ร้านนั้นร้านนี้คิวส่งอาหารยาวเหยียดต้องกำไรดีแน่ๆ” และปิดท้ายด้วยประโยคไม้ตาย “พวกที่เจ๊งเพราะไม่รู้จักปรับตัว !”

คือผมก็ไม่ได้จะ Blame ทั้ง Grab ทั้ง Line [ทั้ง Get ทั้ง FoodPanda]

และไม่ได้จะบอกว่าการจัดส่งอาหารถึงบ้านมันไม่ดี

การที่เรามี “ช่องทาง” การขายเพิ่มมันดีอยู่แล้ว, หากสามารถควบคุมมันได้

ทั้งในเชิงการผลิต [ซึ่งก็คือการผัดข้าวให้ได้จำนวนเยอะๆ] ทั้งในเชิงต้นทุน, ซึ่งหลายคนมองข้ามไป

ลูกค้า SMEs ของผมบางราย, แค่เปิดต้นเดือนมาก็เหมือนจะเป็นหนี้ Zuckerberg กลายๆ

mark-zuckerberg-facebook-ceo-money-advert-organic-reach-down-2018-richness-class-agency

พักหลังๆ ต้องมาคอยจ่ายค่าหัวคิวให้ Grab / Get / Line / Foodpanda อีกและสังเกตอย่างว่าบริการ Food Delivery ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งเงินออกนอกประเทศ, ไม่ว่าจะเป็น Malaysia / Indonesia / S Korea ไปจนถึง Germany

สิ้นเดือนมานั่งทำบัญชี, สรุปว่าเดือนนี้เจ๊งแบบงงๆ !!!

Update : มีผู้อ่านทักมาว่า “แต่ LineMan ไม่หักค่าหัวคิวนะคะ”, ซึ่งอันนี้จริง

[Blog นี้ผมพูดในแง่รวมๆ, ไม่ใช่แค่ Food Delivery แต่หมายถึงพวกบริการ Ride Hailing ด้วย]

ในขณะที่ GrabFood หักราวหนึ่งในสี่ [26%] และ FoodPanda หักแพงสุดที่ 32%

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น, ผมยังคิดเหมือนเดิมคือไม่ได้จะไป Blame ผู้ให้บริการส่งอาหารเพราะเขาก็ทำธุรกิจเหมือนกัน

สำคัญคือเราจะเลือกใช้อย่างไรให้หักลบกลบหนี้แล้วเกิด “กำไร”, ไม่ใช่ทำไปเท่าไรเหมือนส่งเงินให้เขาใช้ฟรีๆ ครับ

grabubertaxi-first-review-free-promocode-thai-bangkok-iphone-x-plus-macbook-japan-2018cash-creditcard-pay