70% ของธุรกิจที่พยายามปรับสู่ Digital ล้วนล้มเหลว : ทำไม | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

70% ของธุรกิจที่พยายามปรับสู่ Digital ล้วนล้มเหลว : ทำไม

Digital transformation, which is the integration of digital technology into all aspects of a business is a 1.7 trillion USD industry and yet 70% of All digital transformations FAIL” เป็น Quote สั้นๆ ที่น่าสนใจ

จากหนังสือชื่อเดียวกันโดย Tony Saldanha, อดีต Vice President ของ P&G

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในประโยคนี้ก็คือ “ไม่ใช่แค่ธุรกิจรายย่อยหรือ SMEs ที่ล้มเหลวในการขึ้นสู่โลก Online”

แต่ Brands ยักษ์ใหญ่ยุคเก่าก็เช่นกัน

มีเหตุผลหนึ่งที่อยาก Share, เพราะมันตรงกับ Case Studies ที่ผมเจอมากับตัวเองหลายต่อหลายครั้ง

au-bon-pain-non-coffee-tea-lemon-how-to-be-blogger-coach-presentation-ekamai-horizon

ใช้ Online แบบ “ไปผิดทาง”, พอล้มเหลวก็ “เข็ดกับมัน” และนั่นก็ยิ่งทำให้ล้าหลังขึ้นเรื่อยๆ

ยกตัวอย่างแบบง่ายๆ, ผมเคยรับงาน “How to be Blogger แบบนัดส่วนตัว” ให้กับ Showroom รถนำเข้าราคาแพง [มาก] เจ้าหนึ่งซึ่งอยู่มานานและแข็งแกร่งสุดๆ ในฝั่ง Offline แต่ก็อยากได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ “รวยไวทั้งที่อายุยังน้อย”

[ฐานลูกค้าเดิมของเขามาจาก “ปากต่อปาก”, คนมีตังค์มักจะคลุกคลีอยู่กับคนมีตังค์ด้วยกันอยู่แล้ว]

เริ่มต้นด้วยการทำ Facebook Fanpage, แล้วก็ยิง Ad ตามมาตรฐาน

สิ่งที่เขา [และคนส่วนใหญ่ที่เพิ่งทำ Online] เลือกยิงคือ “Interest”

เช่น “คนที่สนใจใน Porsche” หรือ “คนที่สนใจใน Supercar”

แต่ 99% ของ Comments ที่ได้กลับมากลับกลายเป็น…

bmw-welt-museum-review-old-model-history-sport-supercar-coupe-cabriolet-munich-germany

มึงกะจะขายคันเดียวรวยเลยเหรอไงไอ้สัส ?”

“ไอ้เหี้ย, นี่มันรถในฝันกู !” และอื่นๆ อีกมากมาย [ที่เลวร้ายจนเขียนลง Blog ไม่ได้]

ทางนั้นบอกผมว่า “นอกจากการยิงโฆษณา Facebook จะไม่ได้ผล, มันยังเพิ่มงานให้เขาอีก 3 เท่าเพราะต้องคอยมานั่งไล่ลบ Comments เหล่านี้ที่ทำให้ Image ของ Showroom ดูต่ำ” ทั้งที่จ่ายให้ Zuckerberg เดือนๆ หนึ่งเป็นแสน

แต่ผมบอกเขาว่า “มันเลวร้ายกว่านั้น”, เพราะการยิง Ad ครั้งนี้ได้ยอด Like & Follow เพิ่มมาอีกหมื่นห้า !!!

เป็นกลุ่มเกรียนที่ว่าล้วนๆ, ทุกคนไม่มีตังค์ซื้อสินค้าและจะกลับมา “ก่อกวน” แบบนี้ทุกครั้งที่เรา Post

เพราะทิศทางของโลกตอนนี้, กลุ่มลูกค้าที่มีการศึกษาและมีกำลังซื้อมักจะ Comment น้อยลง

และยิ่งถ้าพวกเขาเจอ Comment แนว “ไอ้เหี้ยไอ้ห่า” เมื่อไร, พวกเขาจะยิ่งไม่ตอบต่อแถมจะหนีไปทันที

Zuckerberg-mark-facebook-ceo-congress-drama-matrix-phone-water-drink-advert-trick-target-audience

ไม่ใช่การยิง Facebook Ad ไม่ดี : แต่การยิงมันยากขึ้นทุกวัน

ผมบอกเขาว่า “เพราะ Interest มันโกหกกันได้”

แปลง่ายๆ ก็คือ “คนที่กดติดตาม BMW Thailand Fanpage อาจไม่ได้ขับ BMW จริงๆ”  [ไม่อย่างนั้นแปลว่าเมืองไทยเราต้องมี BMW บนถนนล้านคัน, กับ Mercedes อีกล้านสองแสนคันและ Audi อีกห้าแสนกว่าคันวิ่งชนกันประหนึ่งอยู่ NYC]

8 ใน 10 หรืออาจจะ 9 ใน 10 [หรืออาจจะ 99 ใน 100] ของคนที่กดติดตาม BMW Fanpage,

ก็คือกลุ่มคนที่ “ไอ้เหี้ย, BMW นี่มันรถในฝันกูเลยไอ้สัส !” นั่นแลฯ

ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เขาจะชอบ BMW โดยไม่มีตังค์ซื้อ, ที่ผิดคือเราที่เลือกยิง Ad ไปหาคนกลุ่มนี้ !

เช่นกัน, การยิงโดยเลือกช่วงอายุ / การศึกษา / ฐานะ / เงินเดือนและเกือบทุก CHoices ล้วนโกหกได้ทั้งนั้น

         how-to-facebook-advert-boost-post-create-target-exclude-narrow-custom-lookalike-audience-blogger

มีบาง Tricks ที่ใช้ยิงหาคนมีกำลังซื้อจริง, แบบ​ “โกหกไม่ได้”

ประเด็นนี้ขอไม่ลงละเอียดเพราะมันเป็นสิ่งที่ผม Share ให้กับคนที่ “นัดส่วนตัว“, ถ้าเอามา Share ฟรีคงไม่ Fair

แต่ยกตัวอย่างคร่าวๆ ก็เช่นการยิง Ad ไปหา “คนที่ใช้ Macbook”, ซึ่งเป็น COmputer ราคาสูง

และ​”โกหกไม่ได้”

เพราะ Facebook เป็นคน Check เอง, ว่าคนๆ นี้เข้า FB มาด้วย “Safari Browser”

ถ้ายิงโฆษณาโดย “พ่วง” ระบบปฏิบัติการร่วมกับ Interest ใน BMW, ความแม่นยำก็จะสูงขึ้น [มาก]

หลายๆ ธุรกิจ [โดยเฉพาะ SMEs ที่มีความถนัดในสายงานของตนมากๆ แต่มักไม่รู้เรื่อง Online Marketing] ที่ผมเข้าไปเป็นที่ปรึกษามักจะ “ตกใจจนแทบหงายหลัง” กับวิธีการยิงโฆษณาแบบเน้น “พฤติกรรม [Digital Behavior]” มากกว่าเน้น “Interest”

starbucks-mug-city-new-york-yellow-cab-taxi-macbook-air-japan-keyboard-coffee

นี่เป็นตัวอย่างของการ “ไปผิดทาง” ที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการ “Go Digital”, โดยเฉพาะพวก SMEs ที่อาจไม่ได้มี Budget มากนักในการ “ทดลองยิงโฆษณาหลายๆ หนเพื่อเก็บกลุ่มตัวอย่าง” หรือ “จ้างที่ปรึกษาที่ถนัดด้าน Online จริงๆ”

คือหนึ่งในสิ่งที่ต่างกันระหว่าง 30% และ 70%, อยู่ที่เราว่าจะเลือกเป็นคนกลุ่มไหน ?