ต่อจาก "นักจับ BigBike" : อีกธุรกิจที่ดี๊ดีสวนทิศเศรษฐกิจ [2] | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

ต่อจาก “นักจับ BigBike” : อีกธุรกิจที่ดี๊ดีสวนทิศเศรษฐกิจ [2]

ต่อจากนักจับ Bigbike, นี่คืออีกหนึ่งธุรกิจที่ไปได้ดีสุดๆ สวนทางเศรษฐกิจเลวร้าย“​ คือ Blog ของเมื่อ Week ก่อน

ซึ่งก็เป็นภาคต่อของ ยิ่งเศรษฐกิจบรรลัย, นักจับ BigBike ยิ่งรวยและก็ด้วย “งานอดิเรกใหม่” ของผมที่เริ่มตั้งแต่เมื่อต้นปี, ทำให้ในช่วง 6 เดือนมานี้มีโอกาสได้เป็น “ที่ปรึกษา” ด้าน Online ให้ธุรกิจรายย่อย [SMEs] กว่าร้อยรายในร้อยสาขา

ต้องยอมรับว่ากว่า 90% ของบริษัทที่นัดมา, กำลังเผชิญปัญหาด้านตัวเลข

แต่ก็มีอยู่ 3 – 4 รายที่บอกว่า “ช่วงนี้ยอดขายดีมาก” หรือถึงขั้น “กำลังจะขยายกิจการ !”

หนึ่งในนั้นก็คือ “นักจับ Bigbike”, ต่อด้วย “ธุรกิจภาษาจีน” และนี่คืออีกหนึ่งที่ว่า…

uob-wealth-banking-lounge-free-review-privimiles-credit-card-aum-million-twinings-tea-rm-smes

“การศึกษาเด็ก, แบบที่จริงๆ ไม่ได้เรียนก็ไม่ตาย”

คำว่า “ไม่ได้เรียนก็ไม่ตาย”, แปลว่า Target มันไม่ได้เน้นขาย “คนจน”

หรือจริงๆ อาจไม่ใช่ “คนชั้นกลางส่วนใหญ่” ด้วยซ้ำไป

ถ้าจะนิยามแบบไทยๆ, ก็คงประมาณ Starbucks / iPhone และ Mercedes

กิน Amazon Cafe แทนได้, ใช้มือถือจีนแทนก็ได้และขับ Toyota ก็ถึงที่หมายเหมือนกันแต่ก็เพราะมัน “ไม่ได้มีไว้ขายคนจนและคนชั้นกลาง” ก็เลยยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้ยิ่งต้องหาทาง “เข้าถึงมันให้ได้” เพื่อยกระดับตัวเองในหลายๆ ความหมาย

โดยเฉพาะใน Case ที่การ “ยกระดับตัวเอง” เป็นการทำเพื่อลูกและเพื่ออนาคต

เมื่อ Week ที่แล้ว, ผมเจอ “โรงเรียนสอนเด็ก [แบบไม่ถึงหนึ่งขวบ] ว่ายน้ำ” โดยใช้ภาษาอังกฤษล้วน !

batman-kid-shirt-okinawa-kinjo-review-menu-halfprice-eatigo-izakaya-peach-airline

กำลังจะเปิด “สาขาที่ 4”, แน่นอนว่าค่าเรียนก็ไม่ได้ถูก

อีกหนึ่งท่านที่นัดผมมาก็สนใจ “โรงเรียนสอน Coding & Programming” เพื่อเตรียมพื้นฐานสำหรับเด็ก !

ซึ่งก็เช่นกัน, กลุ่มเป้าหมายของเขาไม่ใช่คนชั้นกลางส่วนใหญ่ [ที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจเลวร้าย]

ผมนึกถึงคำพูดของ Tim Cook ที่มีต่อ Trump เมื่อต้นปี 2019 ที่ว่า “Both he [Cook] and his company believe that it should be a requirement for school aged children inside the US to become proficient in coding”

และนโยบายปี 2020 ของรัฐบาล Singapore ตามข่าวจาก The ChannelnewsAsia

“Coding classes for primary school pupils to be rolled out next year”

โดยปีนี้จะเริ่มต้นด้วย “Code For Fun Programme”, เรียนการเขียน Code อย่างสนุกสนานก่อน

singapore-mtr-chinatown-station-chino-portuguese-building-street-food

ผมเคยคุยเรื่องการศึกษาเด็กกับ Boss ท่านหนึ่งที่ส่งลูกทุกคนเข้าโรงเรียน International School, วิธีการสอนหลายๆ อย่างของโรงเรียนกลุ่มนี้มัน “ต่อยอด” ให้คนที่เก่งอยู่แล้ว & รวยอยู่แล้วได้ “กระโดด” นำหน้าเด็กวัยเดียวกันไปอีกสิบก้าว

คนเก่งจะยิ่งเก่ง, คนรวยจะยิ่งรวย

มีอยู่ที, ที่อาจารย์เอารายการ “Shark Tank” มาให้เด็ก [High School] ดูในวิชาวิทย์

[มันคือรายการของฝรั่งที่ให้คนเอา Idea มานำเสนอ, อันไหนเจ๋งจริงจะมี “Investor” นั่งรอทุบโต๊ะขอซื้อไปทำ]

ผู้แข่งขันมาแบบง่ายมาก, มีที่สูบลมจักรยานกับลูกโป่งแฟบๆ หนึ่งใบ

เขามาเพื่อแก้ปัญหา “เปิด Wine แล้วดื่มไม่หมด”

ด้วยการเอาลูกโป่งใส่เข้าไปในขวดแล้วสูบลมอุดฝา, เกิดเป็นสภาวะสูญญากาศทำให้รสชาติ Wine ไม่เสื่อม !

wine-balloon-sharktank-air-cork-block-idea-investor-red-white-price-how-to-work

กรรมการทุบโต๊ะขอ “ซื้อ” ทันที

นี่คือวิชาวิทยาศาสตร์, ที่ไม่ใช่แค่มานั่งท่องจำหลักการทาง Physics

แต่วิทย์ที่ดีต้อง “แก้ปัญหาชีวิต” และ “ขายได้”

นี่คือ “วิธีสอน” ของโรงเรียนเขาและการบ้านของวันนั้นก็คือการให้เด็กกลับไปดูว่าที่บ้านมี “ปัญหาโง่ๆ [แบบที่ฝรั่งเรียกขำๆ ว่า 1St World Problem]” อะไรบ้างที่สามารถใช้วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานแก้ไขได้, แล้วเอามา Share กันใน Class หน้า

มัน “ต่าง” อย่างมากกับวิทยาศาสตร์สมัยผมเรียน

นี่คือ “Investment”, การลงทุนเพื่ออนาคตของลูก

และไม่ใช่แค่ไทยแต่เป็นทั่วโลก, ครอบครัวที่มีฐานะปานกลางถึงดีมักจะมีลูกแค่หนึ่ง [หรือเต็มที่ก็สอง]

romantic-kiss-donald-trump-tim-cook-apple-usa-vs-china-trade-war-ban-huawei-sale

การมีลูกน้อยคนยิ่งทำให้พ่อแม่ต้อง “ทุ่ม” ทุกสิ่งเพื่อ “การันตีอนาคต”, โดยเฉพาะพ่อแม่ที่พอจะมีเงินในระดับที่ไม่ต้องหาเช้ากินค่ำและไม่ต้องพะวงว่าวันนี้จะหาค่าเทอมทันไหม [ปัญหาใหญ่คือ “จะเอาค่าเทอมไปลงที่ไหน ?” มากกว่า]

ต่อจาก “นักจับ BigBike” และ “สอนภาษาจีน”, จริงๆ ผมยังมีอีก Case ที่อยากเล่าหากมีคนสนใจครับ