Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

Update : อยู่ใน Blue Ribbon Lounge รอกลับกรุงเทพฯ และกำลังเพิ่มเนื้อหาว่าด้วยการนั่ง CM Transit ครั้งที่ 2

ทั้งที่ “รถเมล์จากสนามบินเข้าตัวเมือง” น่าจะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยว [และคนเชียงใหม่เองก็ ?] รอคอย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, สำหรับบรรดา Backpacker อย่างผมที่ “เบื่อมาก” กับ “รถแดง” ที่ไม่รู้จะวิ่งไปทางไหนอย่างไรและปัญหาที่ตามมาก็คือ “ควบคุมเวลาไม่ได้ [หลายๆ ครั้งควบคุมราคาก็ไม่ได้] แต่ถ้าจะหันไปขึ้น Taxi ก็เสี่ยงหัวแบะเหลือเกิน

การมาถึงของ “รถเมล์เชียงใหม่” หรือ “Smart CM Transit” จึงเป็นอะไรที่ผมร้อง “ไชโย” อย่างดัง

ทันทีที่แตะพื้น Airport, ผมก็วิ่งหาป้าย “รถเมล์เข้าเมืองเชียงใหม่” และสรุปว่าหาไม่เจอ !

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-taxi

หรือคนเชียงใหม่ไม่อยากได้รถเมล์จริงๆ ?

ผมก็แปลกใจแล้วแปลกใจอีก, จนสุดท้ายก็ต้องถามพนักงานของ Airport

ได้ความว่า “เดินไปทางจุดจอด Taxi ตรงประตูทางออก 1 แล้วก็เดินต่อไป” ก็จะเจอป้ายกลมๆ เขียนว่า “ที่จอดรถประจำทาง [Bus Stop]” และ “CM Transit” กับเส้นทางการวิ่งที่มีแบบ “วนซ้าย & วนขวา”, โดยรถจะออกทุกๆ ยี่สิบนาที

เริ่มวิ่งตั้งแต่ 6 AM ยาวไปจนถึง 9 PM [เห็นว่าถ้ามีเสียงตอนรับดีจะขยายเวลาวิ่งถึงเที่ยงคืน]

ผมเลือก “วนขวา” เพราะว่าอยากจะเข้าเมือง, ลงที่ “นิมมานฯ”

ส่วน “วนซ้าย” จะไปทางวัวลาย / ประตูเชียงใหม่ / ท่าแพแล้วค่อยวกกลับมานิมมานฯ, ก่อนจะเข้า Airport

ในตัวเมืองก็จะมีป้ายคล้ายๆ กัน, “R3” คือหมายเลขของ CM Transit ที่วิ่งวนรอบเมืองโดยผ่านสนามบิน

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-macbook

รถเมล์ใหม่ / Free Wifi / รองรับ WheelChair และใช้ Rabbit Pay ได้ !

แต่ไม่ทราบว่าทำไม, บนรถที่ผมนั่งมาจึงมีผู้โดยสารแค่ “1 คน” ถ้วน [ส่วนเด็กที่เห็นคือ “ลูกคนขับ…”]

ทั้งที่ราคาค่ารถก็ไม่ได้แพง, เหมา 20 บาทตลอดสาย

และยังรองรับ Cashless Society, ด้วยการจ่ายผ่านบัตร Rabbit

ประสบการณ์ CM Transit ครั้งแรกของผมจึงออกจะ “วังเวง” ไปหน่อย, ทั้งที่เพิ่งจะสองทุ่ม

แต่ตัวรถเมล์ถือว่า “สุดยอด” เหมือนขึ้นที่เมืองนอก, ตามที่อ่านข่าวมาบอกว่ามีทั้งกล้องวงจรปิด / พื้นที่สำหรับ Wheelchair & จักรยานพับ / Free Wifi [ลองแล้วแต่ Connect ไม่ได้] และที่ผมชอบมากคือ “แยกประตูขึ้นลงออกจากกัน”

ใครจะลงต้องเดินไปที่ประตูหน้า, ที่ต่างประเทศทำแบบนี้เพราะว่า “คนขับจะได้เห็นว่าลงอย่างปลอดภัยจริงๆ ก่อนออกรถ”

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-safety

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-night

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-disable

อยากบอกชาวเชียงใหม่, ในฐานะคนต่างถิ่นที่บินมา 50 – 60 ประเทศ

ผมกลัวจริงๆ ว่า “CM Transit” จะอยู่ได้อีกไม่นาน

เพราะเท่าที่ชวนพนักงานเก็บค่าโดยสารคุย [ยังมีพนักงานแบบ “คน” อยู่, เผื่อใครไม่คุ้นกับ Cashless Society] ก็ได้ความว่า “คนใช้ CM Transit น้อยกว่าที่คิด” และก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งอาจเพราะมันยังไม่ถูกประชาสัมพันธ์มากพอ

ในฐานะ “รถเมล์เชียงใหม่” และในฐานะ “ขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

จากที่ลองนั่งวันนี้และพบว่า Free Wifi ใช้ไม่ได้, ต่อด้วยการปล่อยให้ลูกคนขับนั่งบนพื้นรถเมล์

แถมตลอดสายก็มีลูกค้าแค่ผมคนเดียว, ดูแล้วอนาคตยิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่…

และทั้งที่มัน “ดี”​ ขนาดนี้แต่ผมกลับไม่สามารถหา Review ของ CM Transit บน Google ได้, มันเป็นเพราะอะไรกัน…

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-bike

Update : ลองนั่งครั้งที่สองจากนิมมานฯ เข้าสนามบิน

อาจดูเหมือนผมช่างตื๊อไปหน่อยแต่ใครที่บินไปเมืองนอกบ่อยๆ หรืออยู่ต่างประเทศมานานคงเข้าใจว่าการมี “ขนส่งมวลชน” ดีๆ มันทำให้ชีวิตเราสะดวกขนาดไหน, ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมเวลาได้ไปจนถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

รอบนี้ผมขึ้น CM Transit ที่ป้าย “นิมมาน 3” ซึ่งอยู่ตรง “นิมมาน 10…”

[ตอนดูแผนที่กระดาษนี่งงไป 8 วิฯ, ทั้งที่ผมมีประสบการณ์แบกเป้ Backpack มาครึ่งโลกแล้วด้วยนะนั่น]

แต่คราวนี้มีผู้โดยสารร่วมทางไปกับผมรวม 5 คน, เป็นชาวญี่ปุ่นสี่และมีคนไทยอีกหนึ่ง !

ที่ Amazing สุดๆ ก็คือคุณกระเป๋ารถเมล์, เขา “ไหว้” ลูกค้าก่อนจะบอกว่า “เชิญนั่งครับ”

พอผมยื่นธนบัตร 20 บาทให้, ก็ได้ตั๋ว Single Journey กลับมาหนึ่งใบดังภาพ

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-central-red-car

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-ticket-pass-one-day

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-ticket-pass-one-day-japan

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-ticket-pass-one-day-exit

ขอสาบาน : นี่คือการนั่งรถเมล์ที่ดีที่สุดในชีวิตผมบนแผ่นดินไทย

แม้ว่าสุดท้าย CM Transit อาจอยู่ได้ไม่นาน…

เอาเป็นว่าผมได้ยิน [จริงๆ คือแอบฟัง] คนญี่ปุ่นคุยกันว่า “ดีจังเลยนะที่เชียงใหม่มีรถเมล์แบบนี้แล้ว” เพราะเท่าที่ดู, ทั้งสี่ท่านน่าจะอยู่ [หรือทำงาน] ที่นี่และวันนี้ก็มาส่งเพื่อนคนหนึ่งขึ้นเครื่องบิน [สังเกตว่ามีแค่ท่านเดียวที่ถือกระเป๋าเดินทางมาด้วย]

ย้อนกลับไปที่ Paragraph ก่อน, ทำไมผมถึงย้ำหลายทีว่า “เคยแบกเป้มาแล้วกว่าห้าสิบประเทศ”

ไม่ได้จะอวดว่าเก่งอะไร

แต่อย่างคราวก่อนที่ผม Backpack ไป Vietnam & Philippines แล้ว “โดนโกงตั้งแต่เหยียบแผ่นดิน”

มันทำให้เรารู้สึกจริงๆ ว่า “คนชาตินี้มันขี้โกง” แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเราไม่ควรเหมารวมทั้งประเทศก็ตาม

chiangmai-cm-transit-airport-bus-free-review-maps-route-to-city-fare-20-baht-nimman-stop-ticket-pass-one-day-red-taxi

เช่นเดียวกับ Taxi สนามบิน, พวกเขาควรจะรู้ตัวว่าตนมีสิทธิเป็นได้ทั้ง “ความประทับใจแรก” หรือทั้ง “ความทรงจำอันเลวร้าย” ที่คนต่างชาติจะกลับไปเล่าให้ลูกหลานฟังและ “ชัดเจน” ว่ารถเมล์เชียงใหม่ “สอบผ่าน” ในสายตาชาวญี่ปุ่นทั้งสี่ท่านนี้

[ส่วน Sticker ต่อต้านรถแดงที่เห็นนี่ก็ติดอยู่ข้างๆ ป้ายรถเมล์ CM Transit ตรงนิมมานสามนั่นแลฯ]