Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

พอดีช่วงนี้ด้วยเรื่องงาน, ทำให้ Backpacker ซำเหมามีโอกาสได้บิน Jal Business Class กับเขาบ้าง

วันก่อนก็เขียนถึง “Sakura Lounge” ฝั่ง Airport สุวรรณภูมิไปที

วันนี้มีโอกาสได้บินออกจาก Haneda มายัง Singapore Changi เพื่อประชุมต่อและก็ได้ใช้ Sakura Lounge ของทางญี่ปุ่น, ในนี้มีอะไรที่ “Amazing” แบบ “Japan Only” หลายสิ่ง [ยิ่งกว่าที่สาขาสุวรรณภูมิ…] จนอยากจะเขียนลง Blog ไว้

โดยเฉพาะป้าย “ทานเสร็จกรุณาเอาถาดมาเก็บเองด้วย [Please Return Used Cup and Plates Here]”

ทั้งที่ลูกค้าทุกคนในนี้คือระดับ Business Class (メ`ロ´)/!

Japan Airlines Sakura Lounge Review in Haneda Tokyo !

เช่นกัน, Sakura Lounge เป็น Airport Lounge สำหรับลูกค้าที่ที่ซื้อตั๋ว Business Class & First Class ของ Jal แต่ใครที่บินกับสายการบินพันธมิตรในกลุ่ม OneWorld อย่าง American Airlines / British Airways / Cathay Pacific ก็ใช้ได้

ที่ตั้งของ Sakura Lounge ก็หน้า Gate 112, ซึ่งผมก็บินจาก Gate นี้พอดีอีกต่างหาก

สิ่งที่ต้องแสดงให้คุณพนักงานดูก็แค่ Boarding Pass & Passport, แล้วก็เดินเข้า Lounge ได้ทันที

Sakura Lounge ที่ Haneda นี่ค่อนข้างใหญ่, มี 2 ชั้นให้เลือกนั่ง ψ(`∇´)ψ

ด้านล่างจะเป็น Shower Room / Dining Room [Buffet], ส่วนด้านบนจะไว้นั่งเงียบๆ พักผ่อนหรือดื่มนิดหน่อย

และแล้วก็เริ่มเห็นสิ่งที่ “Amazing” ในแบบ “Japan Only” อย่างรวดเร็ว…

นอกจากจะต้องเก็บถาดอาหารเอง : ก็มีห้องคุยโทรศัพท์แยกต่างหาก !

เหมือนบนรถไฟ Shinkansen

และพอ “กฏ” ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดโดยไม่สามารถอ้างได้ว่า “ฉันรวย” หรือ “ฉันมีตังค์” ก็ทำให้บรรยากาศใน Sakura Lounge แสนเงียบสงบ, ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นแต่ฝรั่งหรือพวก Arab เองก็ต้อง “วิ่ง” จากโต๊ะอาหารมาคุยโทรศัพท์ในห้องนี้เช่นกัน !

และใน “ห้องคุยโทรศัพท์” ที่ว่าฯ ก็มี “ปลั๊กไฟ” ให้พร้อมสำหรับใครที่ต้องการคุยธุรกิจนานๆ

ที่สำคัญคือทุกคนก็ปฏิบัติตามเป็นอย่างดี, ทั้งการโทรศัพท์และการยกถาดอาหารมาเก็บเอง

ไม่มีใคร Drama, ไม่มีใครเรียกพนักงานมาชี้หน้าด่าหรือกดหัวสั่งให้เก็บโต๊ะแต่อย่างใด

ผมชอบมาก, การที่มนุษย์เราไม่ “ต่างชั้น” กันมากเกินไปเพียงเพราะคำว่าเงิน…

Beef Curry : แกงกะหรี่ในตำนาน Sakura Lounge !

แกงกะหรี่ฝั่ง Airport สุวรรณภูมิที่ Jal ให้ Nipponkai ทำก็ว่าสุดยอดแล้วแต่เทียบไม่ได้เลยกับฝั่ง Tokyo !

ถึงขั้นที่ผมต้องไปตักเพิ่มเป็นครั้งที่สอง ψ`ー´)ノ

ข้าวสวยร้อนๆ ที่ใส่ในหม้อหุงข้าว [ย้ำอีกครั้งว่า “หม้อหุงข้าว”] ออกเหนียวนิดๆ ตามแบบญี่ปุ่น, เมื่อราดซอสแกงกะหรี่สีเข้มลงไปคลุกๆ แล้วโปะด้วย “เนื้อวัว” หั่นสี่เหลี่ยมทรงลูกเต๋าด้านบนก่อนจะโรยผักดองสีแดงไว้ข้างๆ ก็เป็นอันว่า Perfect !

ที่ผิดคาดคือนอกจากเนื้อจะนุ่มจนแทบละลาย, ตัวแกงกะหรี่ก็ยังทั้ง “เข้มข้น” ทั้ง “เผ็ด” ยิ่งกว่าฝั่ง Airport สุวรรณภูมิ !

แกล้มกับซุปหมู [Tonjiru] ร้อนๆ และบะหมี่เย็น, ขนมจีบกุ้งกรอบๆ และ Sushi Balls ปิดท้ายด้วยเหล้าบ๊วยกับสาเก

หรือจะทานอาหารฝรั่งอย่าง Sandwich Rolls คู่กับ Cocktail และ Wine & Champagne ก็สั่งได้ไม่อั้น !

 

Shower Room ระดับโรงแรมห้าดาว !

ห้องน้ำญี่ปุ่นก็คือห้องน้ำญี่ปุ่น, แต่พอเป็นของ Sakura Lounge ก็หรูเข้าไปอีกขั้น…

เพียงแค่แจ้งพนักงานว่าต้องการอาบน้ำ, Staff ก็จะส่ง “Jal Shower Card” มาให้หนึ่งอันพร้อมผ้าเช็ดตัว / ผ้าเช็ดผมและอุปกรณ์อาบน้ำสารพัดไปจนถึงแปรงสีฟันและ Body Soap & Shampoo จาก Shiseido ที่จัดเรียงรอคอยไว้อย่างสวยงามด้านใน

ค่อยๆ ใช้เวลาอาบน้ำร้อนๆ พักผ่อนเพิ่มความสดชื่นก่อนขึ้นบิน (◕‿◕✿)

เสร็จสรรพก็เดินขึ้นชั้นสองของ Sakura Lounge, ที่นี่จะยิ่งเงียบสงบยิ่งกว่าชั้นล่างและไม่มีกลิ่นอาหาร

สามารถนั่งเปิด Macbook ทำงานสบายๆ พร้อมบริการ Office อย่าง Printer และ Free Wifi

หรือถ้าอยาก Relax กว่านั้นอีกนิด, ชั้นสองก็ยังมีเครื่องกดเบียร์สด Kirin & Asahi ปิดท้ายด้วยฟองโฟมด้านบน !

jal-japan-airlines-skysuite-business-class-review-sake-drink-menu-drama-solitary-dining

พอถึงเวลา, พนักงานก็จะมาตามตัวเราไปขึ้นเครื่องบิน [ได้เวลากินต่อ (#´ー´)旦] โดยเวลาเปิดปิดของ Sakura Lounge ฝั่ง Tokyo ก็เหมือนกับบ้านเราคือ “ตามเวลาบิน” แต่เพราะที่นี่คือญี่ปุ่นจึงมี Flight ตลอดจนแทบจะเปิด 24 Hr

[พอลงสนามบิน Changi ก็มี Plaza Premium Lounge ให้เข้าฟรีต่อสำหรับผู้ถือบัตร JCB]