ต่อจากแม่น้ำคงคา [Ganges River] และป่าอิสิปตนมฤคทายวัน [Sarnath] ซึ่งเป็นที่แสดงธรรมเทศนาครั้งแรกของสิทธัตถะ, อีกหนึ่งสถานที่ที่ผมจะอยากมาสุดๆ ในการแบกเป้คนเดียวเที่ยวแถมการแสวงบุญฯ ทั่ว India ครั้งนี้ก็คือ “ย่านผู้ลี้ภัยชาวทิเบต” ที่ชื่อ “Majnu ka Tilla”

อย่าแปลกใจถ้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้เพราะเท่าที่ลอง Googling, ก็ไม่พบ Content ของ Majnu ka Tilla ในภาษาไทยเลยจริงๆ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัจจุบัน “Dalai Lama” ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของ Tibet เองก็อยู่ระหว่าง “ลี้ภัย” โดยประเทศที่ให้การพำนักก็คือ India นี่แลฯ

แต่ที่ประทับของ Dalai Lama จะอยู่ขึ้นไปทางเหนือของ India, ในเขต Dharamshala

ในขณะที่ Majnu ka Tilla อยู่แค่ชายขอบกรุง New Delhi, จึงเดินทางไปไม่ยากเท่าไรด้วยรถไฟใต้ดิน

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee

ประวัติศาสตร์ของ Majnu ka Tilla เองก็น่าสนใจ, ย่านผู้ลี้ภัย [Colony] แห่งนี้ถูกตั้งขึ้นช่วงปี 1950s ตอนที่จีนแผ่นดินใหญ่เริ่มต้นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทิเบตจนมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน [จากคำยืนยันของ Dalai Lama ซึ่งท่านใดจะเชื่อหรือไม่ก็ต้องใช้ดุลยพินิจกันเอาเอง]

ในที่สุด, Dalai Lama ก็ต้อง “ลี้ภัย” ด้วยการเดินเท้าข้ามมายังฝั่ง India

พร้อมกับประชากรอีกราว 80000 คน, ซึ่งภายหลังกระจายตัวไปทั่ว India และทั่วโลก

Majnu ka Tilla หรือ “The Little Tibet” จึงถูกเรียกว่า “ที่พึ่งพิงแห่งแรก” และอาจเป็น “ที่สุดท้าย”

เพราะจากสถานการณ์, ไม่มีทีท่าว่าชาวทิเบตจะได้แผ่นดินของตนคืน

ที่เลวร้ายสุดก็คือตัว Dalai Lama เองก็อายุปาเข้าไป 85 ปี, ว่ากันตามตรงก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน

และรัฐบาลปักกิ่งก็ประกาศแล้วว่า “อำนาจในการค้นหา Dalai Lama องค์ต่อไปอยู่ที่จีน [Beijing has said its leaders have the right to approve the Dalai Lama’s successor]”  

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องนี้, ว่า Dalai Lama องค์ปัจจุบันก็คือการกลับชาติมาเกิดของ Dalai Lama องค์ก่อน [และก็ย้อนกลับไปเรื่อยๆ จนถึงสมัยของโพธิสัตว์]

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-camp

ทันทีที่ Dalai Lama ตาย, ทาง Potala หรือ “วัง” ของทิเบตก็จะออกตามหา “เด็ก” ที่เชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดองค์ต่อไป

การที่ China Mainland ประกาศว่า “สิทธิในการค้นหา Dalai Lama องค์ต่อไปอยู่ที่ตน” ก็แปลว่าอนาคตของผู้นำสูงสุดแห่ง Tibet จะอยู่ในมือของปักกิ่ง

ซึ่งถ้าทุกอย่างเดินหน้าตามแผนการของจีน, ก็เท่ากับว่า Tibet จะสิ้นชาติอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่เกินสิบปี

และก็แปลว่าผู้ลี้ภัยทั้งหมดใน Majnu ka Tilla, ทั้งรุ่นแรกทั้งรุ่นสองจะไม่มีวันได้กลับคืนสู่แผ่นดินเกิดอีกเลย…

Okay, นั่นคือ Drama น่าเศร้าจากฝั่ง Tibetan

แต่บางคนที่ศรัทธาในจีนอาจมองว่า Tibet เคยเป็นส่วนหนึ่งของ “China” อยู่แล้วและการสืบต่ออำนาจของ Dalai Lama ก็เป็นยิ่งกว่าการปกครองแบบเบ็ดเสร็จสุดเผด็จการเช่นเดียวกับ Europe ยุคกลางที่คริสตจักรคุมทุกสิ่งทั้งศาสนาเศรษฐกิจและการเมือง

[แอบมีสาระ, เห็นหน้าเจ้าของ Blog โง่ๆ ไม่น่าเชื่อว่ามีความรู้กับเขาเหมือนกันนะนี่ !?!]

และนี่ก็คือ Majnu ka Tilla, กับประตูทางเข้าเขตผู้ลี้ภัยริมแม่น้ำยมุนาในกรุง New Delhi [ภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น New Aruna Nagar]

ทันทีที่ผ่านซุ้มประตูนี้เข้าไป, เหมือนกลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่ India…

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-china

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-lhasa-cafe

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-bell-temple

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-shop

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-hostel

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-flag

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-mantra

เป็นความเงียบสงบที่ประหลาด…

ในตรอกเล็กๆ ที่วนกลับไปมา, จะได้ยินเสียงระฆังเบาๆ แว่วจากวัดที่อยู่ใจกลางไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของ Majnu ka Tilla

ต่างจากตัวเมือง New Delhi ด้านนอกที่วุ่นวายราวกับเป็นโลกคนละใบ, มองไปทางไหนก็จะเห็น “ธงหลากสี” ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์กลายๆ ของ Tibet

แม้ Majnu ka Tilla จะอยู่มานานกว่า 70 ปี, จนคนที่นี่มีลูกหลานรุ่นสอง

แต่ย่านผู้ลี้ภัยแห่งนี้ก็ยังคงความเป็น Tibet เอาไว้ได้อย่างน่ามหัศจรรย์

อาจเพราะทุกคนที่นี่คือ “เด็กหลงทาง” ที่ยังคิดถึงกรุง Lhasa และวัง Potala, ทำให้ประชากรชาว Majnu ka Tilla มีความตั้งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะรักษาเลือดทิเบต [Residents have strong ethnic identification] เอาไว้ด้วยการ “แต่งงานกันเอง”

ทำให้ผลการทดสอบเลือดของคนที่นี่ออกมาเป็น “ทิเบตบริสุทธิ์ [one survey of young adult children of Tibetan refugees in Majnu ka tilla, all identified as 100% Tibetan]”

แม้ภายหลังจะเริ่มมีการเปิดร้านรับนักท่องเที่ยวและมีชาว Asian ตะวันออกอย่างเกาหลีญี่ปุ่นเข้ามาทำธุรกิจบ้างก็ตาม

ใครที่อยากสัมผัสความเป็นทิเบตแต่รู้สึกว่าการทำ Visa เข้าจีนมันยาก [และต้องขอใบอนุญาตผ่านไปยัง Tibet แยกต่างหากอีกชุด], การมา Majnu ka Tilla อาจจะง่ายกว่าเพราะตอนนี้ Visa เข้า India สามารถขอแบบ Online ได้และค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง

นอกจากวัดและผู้คน, ที่ Majnu ka Tilla ก็ยังมีร้านอาหารแบบทิเบตแท้ๆ อย่าง Thukpa [Tibetan Noodle] หรือว่า Tingmo [Tibetan Steamed Bun] ให้ลองชิม

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-food-thukpa

majnu-ka-tilla-india-backpack-maps-tibetan-colony-aruna-nagar-dalai-lama-refugee-metro

แผนที่ก็ตรงตาม Google Maps, ผมเลือกเดินทางด้วย Metro สายสีเหลืองจากแถว Connaught Place ไปทาง Old Delhi แล้วลงที่สถานี Vidhan Sabha จากนั้นก็เดินต่ออีก 1.6 Km

หรือจะเรียกสามล้อถีบ & Uber ก็ได้

ตัว Majnu ka Tilla ถือว่า​ “ปลอดภัยในระดับ India”, คือถ้าตอนกลางวันคงไม่ถึงกับถูกลากไปฆ่าหรือข่มขืนกันกลางตลาดแต่ตอนกลางคืนอาจอันตรายได้ในระดับหนึ่งเพราะช่วงหลังๆ มีข่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติโดนปล้นกลางดึกให้ได้ยินบ่อยๆ

แต่เจ้าหน้าที่รัฐฯ อ้าง [หรือโยน] ว่าน่าจะเพราะ “They have managed to stop the Africans coming to the colony at night but they have not been able to stop the others as Tibetans and Nepalis live in the nearby Punjabi basti and the women from northeast come from other parts of Delhi”

คือมีกรณีที่พวก Africans และชาวเนปาล [& ชาวทิเบตจากย่านผู้ลี้ภัยอื่น] เข้ามาขายตัวใน Majnu ka Tilla มากขึ้น

ซึ่งก็เกินความสามารถของทาง Majnu ka Tilla จะควบคุมได้

แต่ส่วนตัวผมว่าการเดินทางคนเดียวใน India ไม่ว่าเมืองไหนๆ ก็ต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว, ไม่เว้นแม้แต่ย่าน Central Business District อย่าง Connaught Place หรือเขตคนรวยใหม่อย่าง Hauz Khas & The Greater Kailash

ผมอยู่ India นี่วันสุดท้าย, พรุ่งนี้บินจาก New Delhi ไปไหว้พระปีใหม่ต่อที่ Tokyo ครับ

dalai-lama-book-refugee-freedom-in-exile-tibetan-review-majnu-ka-tilla