Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

มีรายงานจากทั่วโลกว่าคนเกิดความเครียด & ความกดดัน [Depression] เพิ่มขึ้นมหาศาลในช่วง Covid 19 Lockdown, โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ [และบ้านข้างๆ ที่ต้องรับผลกรรม…]

NBC รายงานเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “Not surprisingly, the number of depressed mothers has increased as moms have suddenly had to add additional job descriptions to a life”

หรือก็คือ “แม่มีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอย่างกระทันหันจนถึงขั้นเครียดจัด”

อาทิ “I am suddenly not just mom and wife at home and employee at work, but now I’m also teacher / tutor / school nurse / dietician / IT specialist / after school counselor and friend and playmate to my kids And I am highly underqualified for most of those positions.”

คงไม่ต้องบรรยายว่า “Job Description” ที่เพิ่มมามีอะไรบ้าง, แต่ที่น่าอึดอัดใจก็คือประโยคปิดท้ายที่ว่า “ฉันไม่ดีพอที่จะทำทุกอย่าง”

ยิ่งถ้าใครอยู่ใน Condo แคบๆ หรือในบ้านหลังเล็กๆ, เสียงเด็กที่อาละวาดทำลายข้าวของไปพร้อมๆ กับการที่เราต้องนั่งคิดนั่งเครียดกับงานคือ “นรก” อย่างแท้จริง

วันก่อน, บ้านผมตัดสินใจ “หนีไปทะเล”

เพิ่งรู้ว่าแค่ขับรถ 58 นาที [จาก Bitec] ก็มีชายหาดให้เราเตะน้ำ & เหยียบทราย, และมีท้องฟ้ากว้างๆ ให้สูดอากาศหายใจ

แม้ใครๆ จะบอกว่า “บางแสนทะเลไม่สวย” แต่สาบานได้ว่านี่เป็นการมาทะเลที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม, ทำให้นึกถึงเพลง “พักตรงนี้ดีกว่า” ของคุณธงไชยฯ

“ที่ตรงนี้นั้นมีต้นไม้มีร่มเงาให้นอนสบายพักผ่อน

ลมไม่แรงแสงแดดไม่ร้อน, มีฟ้าเอาไว้ห่มนอนและรักแท้จริงใจ”

อีกเหตุผลหนึ่งนอกจาก “ทะเล” ก็คือวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชลบุรี “อนุญาตให้นั่งทานอาหารในร้านได้”, จึงตั้งใจจะแวะหาร้านอาหารญี่ปุ่นฉลองวันเกิดคุณแม่และคุณพี่สาว [ที่ถูกยกยอดยาวมาหลายเดือน…]

แต่แค่ทะเลก็คุ้มแล้วจริงๆ

โชคดี, เป็นวันที่ลมไม่แรงและแสงแดดไม่ร้อนเหมือนในเพลง

บางแสนเงียบสงบมาก

จนอาจจะมากเกินไป, หากมองในแง่เศรษฐกิจ…

แต่ก็ทำให้ทะเลใส

หาดทรายไม่วุ่นวาย

มีแค่ไม่กี่ครอบครัวที่ลงเล่นน้ำ, รถที่จอดริมถนนก็มีไม่กี่คัน

แต่ละบ้านดูแล้วรู้ว่าพยายามไม่ปฏิสัมพันธ์กัน, ยืนเดินมองอยู่ห่างๆ

แต่เมื่อยิ้มให้ก็ยิ้มตอบกลับ, เป็นอีกอย่างที่มหัศจรรย์

ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกันแต่พอได้ “ยิ้ม” ออกไป, มันเหมือนสิ่งที่อึดอัดอยู่ภายในตัวเรามันเบาลง

พอได้ยิ้มสักครั้งก็ยังอยากจะยิ้มต่อไปเรื่อยๆ

จนคลับคล้ายกับว่าจำไม่ได้, กับการยิ้มจากใจครั้งสุดท้ายคือเมื่อไร…

และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรที่มันจะจบลง…

หรืออาจไม่มีวันนั้น ?

เราอาจต้องอยู่ร่วมกับ Covid 19 ไปตลอดชีวิตจริงๆ

เป็นหน้าที่ของเราเองที่จะต้องหาทาง “มีความสุข” ให้ได้แม้ในสภาวะ Pandemic แบบนี้

นอกจากน้ำกับฟ้า, อีกสิ่งที่ทำให้ยิ้มออกมาได้ก็คือน้องหมาสีขาวน้ำตาลในมุมซ้ายบนของภาพที่ครอบครัวหนึ่งพามาด้วยกัน

มันวิ่งแซงหน้าลงไปทะเลอย่างสนุกสนาน, เล่นกับเด็กเล็กๆ อีกสองคน

แข่งกันโต้คลื่นแล้วก็หงายหลัง

แต่ทุกคนในบ้านก็ขำ

เรา “หัวเราะ” ครั้งสุดท้าย

เมื่อไร…

หลังจากนั่งพักริมหาด, เทน้ำสะอาดล้างเท้า

เราก็ขับรถต่อไปยังร้านไอติมชื่อดังของบางแสน

“i Sea Cream”

เป็นส่วนหนึ่งตึกแถวสีขาวสะอาดริมหาดทราย, มีรถ Classic Car จอดอยู่ด้านหน้าและมีน้องหมาตัวใหญ่อีกสามนอนอยู่ใต้โต๊ะไม้เล็กๆ

พนักงานบอกว่า “บาง Menu ไม่มีของ” และตัวตึกที่เปิดเป็นโรงแรมชื่อ “Marina Sea View” วันนี้ก็แสนเงียบเหงา

Ice Cream แบบ Homemade & Cookie เนยน่ารักๆ รูปหัวใจ / รูปดาวและสายรุ้ง, นั่งทานในร้านได้เป็นวันสุดท้ายเช่นกัน

ลูกค้าโต๊ะข้างๆ เป็นวัยทำงานตอนต้น, ขับรถมาจากกรุงเทพฯ เพื่อถ่ายรูปไปทำ Content

โลกเปลี่ยนไปมากมายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน

ถนนหนทางในบางแสนแทบไม่มีรถ

นักท่องเที่ยวต่างชาติก็หายหมด

ที่พักไม่ต้องจอง, Walkin ได้ทันที

และเราคงจะต้องอยู่กับสภาพแบบนี้ไปอีกแสนนาน

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ, ที่บ้านก็แวะหาอาหารญี่ปุ่นทานใน J Park ศรีราชา

หลายร้านเริ่มปิด, ส่วนมากไม่มีลูกค้าแม้แต่โต๊ะเดียว

นึกไม่ออกเหมือนกันว่าธุรกิจจะอยู่รอดต่อไปอย่างไร, และพนักงานทั้งหมดจะไปอยู่ไหน ?

แต่ทุกคนก็ต้องเดินหน้าต่อไป

นึกถึงตอนขามา, ไม่น่าเชื่อว่าเรื่อง “ธรรมดา” สุดๆ อย่างการ “แวะนั่งทาน BurgerKing ในร้าน”​ จะกลายเป็นสิ่งพิเศษวันนี้

ทีแรกที่คุยกันก็ยังลังเล, ว่าอยู่ๆ จะขับรถออกจาก Bitec ตอนเที่ยงๆ เพื่อมาทะเล ?

แต่ดีที่สุดท้ายตัดสินใจมา, เป็นการเดินทางสั้นๆ แค่ห้าสิบนาทีกว่าๆ

แค่ได้ “นั่งโง่ๆ ริมทะเล” สิบห้านาที, ก็รู้สึกเหมือนชีวิตมีทางไปต่อขึ้นมาบ้าง