Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เมื่อวานเขียน Blog เรื่อง “ทำไมราคานมไทยแพงกว่านมที่อังกฤษและ EU”… คนกด Like & Share ก็หลักร้อยอยู่ และก็ได้รับคำตอบ & Comment จากหลายๆ ท่าน มีทั้งจากสายธุรกิจและสายหมอด้วย [Blog ติงต๊องนี่เจ๋งจริง ;)]

อีกเรื่องที่ผมสงสัยพอๆ กับราคานมในไทยก็คือ…

ค่า BTS & MRT บ้านเราก็แพง… นี่ล่าสุดคิดเพิ่มในส่วนต่อขยายต้อนรับบัตรน้องกระต่าย Rabbit

ถ้านั่งไกลๆ ก็ 55 บาท… ไปกลับทำงาน 110 บาท, ถ้านั่งพี่วินมอ’ไซค์เข้าซอยอีกก็อาจจะวันละ 150 บาท o_O!!!

เมื่อตอนค่ำๆ ผมแวะไปซื้อของที่ Mega Bangna, คิดไปคิดมา… ค่าครองชีพคนไทยเนี่ย สูงกว่าฝรั่งด้วยซ้ำ

[Westminster Underground ภาพนี้ ผมให้ใครดู, ทุกคนอึ้ง… ถ่ายเองจริงเหรอ :D]

สมมติว่าครอบครัวผม 4 คนจะนั่ง BTS ไปธุระกลางเมืองแบบกลางสุดๆ อย่าง Central World, รวมราคาไปกลับตกคนละ 110 บาท x 4 = 440 บาท และต้องคิดค่าพี่วินมอ’ไซค์อีกคนละ 40 บาท x 4

รวมค่าเดินทางไปกลับ Central World เป็นเงิน 600 บาท o_O!!!

ผมขับรถไปเองดีกว่า, Central World จอดรถฟรีอยู่แล้ว 4 hr ~

กลับมาเรื่อง UK, ในฐานะประเทศที่ผมไป Backpack ล่าสุด ~ ผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวแนว Backpack นะครับ และก็ชอบไปยุ่งกับชีวิต กับ Life Style คน Local มาก [เกือบตายหลายทีละ ไปยุ่งผิดเรื่อง ^^”]

พวกร้านกาแฟ Starbucks ที่ London เค้าก็มีเปิดรับพนักงาน Part Time, ค่าจ้างชั่วโมงละ 6 ปอนด์ [300 บาท]

 

ค่ารถไฟ Underground ปรกติมักจะอยู่ราวๆ 2 – 3 ปอนด์ [100 – 150 บาท]

คิดง่ายๆ ว่าทำงาน 1 ชั่วโมง ก็นั่ง Underground ได้ 2 รอบ

ส่วนเมืองไทยนั้น, ค่าแรง Part Time ตกชั่วโมงละ 30 – 35 บาท… ขึ้น BTS ได้ไม่ถึงครึ่งทางเลย o_O?

 ถ้าบวกกับเรื่องใน Blog ที่แล้ว, ว่าด้วยเรื่องนม 450 ml ในไทยราคา 25 บาท แต่นม Waitrose 1 Pint [568 ml] ที่ UK ราคาแค่ 0.49 ปอนด์ [24.01 บาท] เข้าไปอีก…

มันไม่ได้แปลแค่ว่าราคานมในไทยแพงกว่าที่อังกฤษ [และ EU หลายประเทศ] เท่านั้น…

แต่มันแปลว่า Londoner ทำงานพิเศษ 1 ชั่วโมง, ซื้อนมได้แล้ว 6.8 ลิตร

ส่วนคนไทยทำงาน 1 ชั่วโมง, ซื้อนมในไทยเรานี่ละ… ได้แค่ 1 ลิตรเท่านั้น o_O!!!

 

ผมพูดถึง “ราคานมไทย” และ “ราคารถไฟฟ้าไทย” นะ, ไม่ได้พูดถึง Brand ราคากลางของโลกอย่าง Starbucks

ซึ่งถ้าคิดเทียบกับ Tall Caffe Latte ของ Starbucks ราคาใกล้ๆ กันทั่วโลกที่ 2 ปอนด์, พวก Londoner ทำงานพิเศษ 1 ชั่วโมง ซื้อได้ 3 แก้ว แต่คนไทยต้องทำงาน 3 ชั่วโมงเพื่อซื้อ Starbucks ได้ 1 แก้ว…

ซึ่ง Ok, ข้ามเรื่อง Starbucks ไป ปล่อยให้เค้าเป็น Brand ตลาดบนสุดในไทยไปก่อน – -/

 [ที่เกาหลี / Singapore / ญี่ปุ่น / UK + EU, Starbucks เป็นแค่ Brand กาแฟชนชั้นไพร่ :P]

คือส่วนตัวผมเป็นคนชอบขึ้น BTS เพราะปากซอยบ้านอยู่ติด BTS เลย และผมไม่ค่อยชอบขับรถหรอก

แต่วันก่อน, Honda ชวนไปงาน New Civic @ S Paragon, โดนค่า BTS ไปกลับ 110 บาท…

[เริ่มเข้าใจว่าทำไม Blogger หลายคนเรียก “ค่าตัว” เวลาไปงาน Event – -*]

 ย้อนกลับมา Asia… ก่อนจะไป BAckpack @ UK, ผม BAckpack ไป Taiwan มา และก็ได้คุยกับคน Local ของ Taipei [ฝรั่งหลายคนเคยบอกว่า U นี่มนุษย์สัมพันธ์ดีเวอร์ๆ เลยนะ ^^”]

เค้าก็บอกเหมือนกันว่าคนไทยรวยกว่าคน Taiwan มาก…

ค่าแรงรายชั่วโมงที่ Starbucks @ Taiwan จะตกราวๆ 100 TWD, ซึ่งก็คือ 100 บาทไทย

แต่ราคาข้าวข้างถนนใน Taipei Night Market เนี่ย…

มันก็เท่าๆ กับข้าวแกงในไทยจานนึงเท่านั้นเอง o_O!!!

[อร่อยไม่แพ้เยาวราชบ้านเราเลยด้วย ~ ใน Asia เนี่ย, ผมว่า Taipei คือสุดยอดเมืองอาหารคุ้มค่าแล้ว :D]

และราคา MRT ใน Taipei ก็ถูกกว่าบ้านเราอีก… คลุม Taipei ทั้งเมืองด้วย ไปได้จนถึงทะเล Dansui เลย :’)

 อาจจะขำนะครับ, แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมไป Backpack แล้วจะ Shocked กลับมามากเท่ากับการไป UK… เรื่องราคาข้าวของและค่าครองชีพ ทั้งที่ London ติด Top 20 ของเมืองที่ค่าครองชีพสูงสุดในโลก

เหตุผลหลักสุดๆ ก็คือราคานม…

และก่อนไป Backpack @ Taiwan, ผมก็ไป Backpack @ Oslo [Norway] ซึ่งติด Top 5

แต่กลายเป็นว่าพอวันนี้ ผมกลับมาไทย… ยิ่งรู้สึกว่าข้าวของในไทยทำไมแพงมากๆ o_O?

[ซึ่งแน่นอน, ผมรับเงินเป็นไทยบาท แม้จะทำงานให้บริษัทฝรั่งหลายที่ก็เถอะ :’)]

มันตลกมากตอนที่ผมกำลังจะหยิบนม 450 ml ขวดนึงใน MaxValu เมื่อคืนก่อน…

ราคา 25 บาทของนมไม่ถึงครึ่งลิตร ทำให้ผมนึกถึง Waitrose 568 ml ราคา 24.01 บาทใน London ซะงั้น

เรื่องที่ 2 ก็คือราคา BTS + MRT บ้านเรา… แค่คิดว่าไปกลับแบบเต็มๆ รวม 110 บาท มันเท่ากับค่าแรงรายชั่วโมง 4 ชั่วโมงแล้วก็ตกใจ, กลายเป็นว่าผมยิ่งรู้สึกข้าวของทุกอย่างมันแพงกว่าใน London ซะอีก

รู้สึกอยากต่อยน้องกระต่ายอัดกำแพงแบบเนเน่ในชินจังขึ้นมาเลย – -/

 

แถม, เรื่องที่ 3… ผมซื้อหนังสือเล่มนึงกลับมาจาก Salisbury ระหว่างทางไป Stonehenge

เป็นหนังสือดีๆ หนาๆ ราคา 5.99 ปอนด์, เท่ากับ Londoner โง่ๆ ทำงาน Starbucks 1 ชั่วโมงก็ซื้อได้แล้ว… [แต่ผมซื้อจากแผงขายหนังสือเก่าหน้าวัด เลยถูกลงไปอีก :P]

แต่หนังสือดีๆ ในไทยเรานั้น ตกเล่มละ 250 บาทขึ้นไป, ทำงาน 8 ชั่วโมงยังไม่แน่ว่าจะซื้อได้…

 เพราะการทำงาน “8 ชั่วโมง” มันก็หมายถึง “ทำงานทั้งวัน”

ถ้าเอาเงินจากการทำงาน 8 ชั่วโมงมาซื้อหนังสือ, ก็แปลว่าคุณไม่มีเงินเหลือกินข้าว… ถ้าผมเป็นนายกฯ สิ่งที่ผมอยากทำที่สุดก็คือสร้างห้องสมุดทุกๆ สี่แยกครับ อยากให้เด็กทุกคนได้อ่านหนังสือดีๆ เหล่านี้ฟรีๆ อย่างเท่าเทียมกัน :’)

 

Comments are closed.