Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

“ผ่านมา 2 ปี แต่ที่เขต Ishinomaki เหนือ Sendai ขึ้นไปชั่วโมงเศษๆ ยังคงมีการค้นหาศพผู้เสียชีวิตอยู่ มองไปทางไหนก็ยังเห็นซากของบ้านเรือน เด็กๆ ก็ไม่มีที่อยู่, ต้องใช้สวนสาธารณะเป็นทั้งที่พัก ที่สอนหนังสือและดูแลซึ่งกันและกัน”

เป็นสิ่งที่ Mayumi, Volunteer สาวจาก Kyoto เล่าให้ผมฟังใน Hostel ใกล้ๆ สถานีรถไฟ Sendai

เธอจาก Kyoto บ้านเกิดมาเมื่อสองปีก่อน, เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ครั้งใหญ่

การ Backpack มาญี่ปุ่นรอบนี้ของผม, 1 ใน 3 ของสิ่งที่อยากทำก็คือมาดู Sendai ด้วยตาตัวเอง

ผมยืมจักรยานแม่บ้านปั่นจาก Hostel ออกมาที่ชายหาด Sendai ทางด้านตะวันออกและ Sendai Airport

 ปั่นมาสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าคิดผิด, เพราะ Sendai Airport มันห่างจากสถานีรถไฟไปกลับรวมๆ น่าจะ 50 Km ได้ แถมตอนขากลับช่วงสักทุ่มกว่าๆ ถนนก็ปิดไฟมืดหมด [ไม่เคยหาข้อมูล คราวก่อนหลงป่าบน Fuji ตอนตีสองก็ยังไม่เข็ด – -*]

ช่วงที่ผมปั่นจักรยานอยู่ในเขตเมือง Sendai, อะไรๆ ก็ดูปรกติไปหมดครับ ~

ตึกรามบ้านช่องทุกอย่างสวยงามและสะอาด

Starbucks / Tsutaya / Family Mart และร้านอื่นๆ ก็คืนสู่สภาพเดิมหมดแล้ว

จริงๆ Sendai ในเขตตัวเมืองชั้นในก็ไม่ได้รับผลจาก Tsunami โดยตรงเท่าไร

แต่ความหมายของผมคือ ไม่มีป้ายจำพวก “Ganbatte Sendai” หรือ “สู้เค้านะ ชาว Sendai” เหมือนตอนเกิดเหตุการณ์ Tsunami ใหม่ๆ แต่สิ่งที่มีเพียบเลยก็คือ “Musubimaru” ที่เป็น Mascot ของเมือง ^^”  

 

Sendai เป็นเมืองใหญ่แต่สงบ, เมื่อเทียบกับ Tokyo & Osaka

จะมีวุ่นวายบ้างก็แค่ตรงกลางเมืองจริงๆ ที่เป็นสถานีรถไฟใหญ่, ผมเองก็นั่ง Shinkansen มาลงที่ Sendai Station นี้ และวันถัดมาก็ยังขึ้น Loople Bus ชมเมือง Sendai ชั้นในจากสถานีนี้ด้วยครับ เหมาทั้งวัน 600 Yen :)

วันสุดท้ายก่อนกลับ Tokyo, ผมก็นัดเจอ Mayumi ที่ Starbucks ใน Sendai Sation ด้วย ~

แต่พอขยับออกจาก Zone ชั้นใน, ก็จะเป็นตึกไม่สูงกับบ้านสองชั้นที่เรียงรายบนถนน

ผมก็ปั่นจักรยานออกมาเรื่อยๆ, อากาศกำลังดีที่สิบองศา c นิดๆ

พอเริ่มๆ ใกล้จะถึงชายฝั่งด้านตะวันออก, ก็จะเห็นถนนที่พัง ทรุดตัวลงไปใต้พื้นดิน และก็เจอเขตห้ามคนเข้าเป็นระยะๆ

พวกป้าย “Ganbatte Japan” ที่แขวนตามตู้กดน้ำอัตโนมัติและซากบ้านเก่าๆ ก็เริ่มมีให้เห็น…

มีอยู่ Zone นึงที่เดิมเป็น Park อะไรสักอย่างแต่ตอนนี้เอารั้วมากั้นและมียามยืนเฝ้า

ตอนที่ผมปั่นเข้าไปใกล้ๆ, เค้าก็รีบวิ่งมาตะโกนใส่ว่าจากตรงนี้ถึงชายฝั่งห้ามเข้าไป !

ผมเลยลงจากจักรยาน, บอกเค้าว่าผมไม่ใช่คนญี่ปุ่น แต่มา Sendai เพราะตามข่าว Tsunami มาตั้งแต่สองปีก่อน และประทับใจมากกับการผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายของชาวญี่ปุ่น ผมจึงอยากมาเห็นด้วยตัวเอง

คุณลุงยามแกก็เลยคุยกับผมอยู่ราว 10 นาที, ว่าพื้นที่ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็คือที่ๆ ถูก Tsunami ซัดถล่ม

ใต้พื้นดินก็มีศพที่ถูกเก็บไป, ปัจจุบันไม่มีใครอยู่ เพราะสร้างอะไรใหม่แทนที่ไม่ได้แล้ว

ก่อนจะโบกมือลา, แกก็ถามผมว่ามาจากไหน ?

ผมบอกว่า “เมืองไทย” และบอกเค้าทิ้งท้ายว่า “Ganbatte Japan”

แกถอดหมวกออกแล้วฝากผมมาบอกว่า “ขอบคุณมากคนไทย”

 จากนั้น ผมก็ปั่นจักรยานแม่บ้านสีฟ้าที่เบรคมือไม่ค่อยดีต่อไปตามทาง ~

[เวลากลับมาไทยแล้วคิดย้อนไปถึงเรื่องที่ทำตอน Backpack, มักจะคิดว่าทำไปได้ไงทุกที – -]

ส่วนบริเวณ Sendai Airport นั้น ถ้าใครจำกันได้, ตอนที่เกิด Tsunami มันก็ถูกถล่มจนไม่เหลือซากครับ เพราะว่าตัว Airport อยู่ใกล้ๆ กับชายหาด แต่ตอนนี้ เครื่องบินสามารถขึ้นลงได้ตามปรกติ

ใครที่จะมา Sendai ทั้งจากในและนอกประเทศก็สามารถบินมาลงได้โดยตรง

แต่ความจริงแล้ว, มีแค่ในสนามบินเท่านั้นที่ทุกอย่างดูปรกติ…

ส่วนบริเวณรอบนอกก็ยังเป็นแบบที่เห็นในภาพข้างบน, คือไม่สามารถซ่อมแซมอะไรได้ในเวลานี้ มีแค่ซากปรักหักพัง

 

ไปกลับชายหาด Sendai & Sendai Airport รวมๆ ก็ 50 Km ได้, ด้วยจักรยานแม่บ้านขึ้นสนิทในภาพ…

กลับมาถึง Hostel, Mayumi ถามว่าไปปั่นจักรยานเล่นแถวไหน หายไปตั้ง 6 ชั่วโมง

พอผมเอาภาพให้ดู, ก็เลยโดนเธอถล่มใส่ชุดใหญ่ว่า ไม่มีใครเค้าเอาจักรยานแม่บ้านปั่นไปขนาดนั้นหรอกนะ ผมคิดอะไรของผมอยู่เนี่ย นึกว่าเอาไปปั่นเล่นเข้า Sendai Station หาอะไรทานแบบนักท่องเที่ยวคนอื่นเค้าทำกัน o_O!!!

แต่ก็เพราะเรื่องนี้, ทำให้ผมได้นั่งคุย ได้รู้จักกับ Mayumi มากขึ้น…

เธอเล่าว่า จริงๆ แล้วเธอไม่ใช่คน Sendai, แต่มาจาก Kyoto ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางตะวันตก

แต่เมื่อสองปีก่อน, เธอมา Sendai ในฐานะ Volunteer หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว Magnitude 9 ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น จนถึงตอนนี้ มียอดผู้เสียรวมเกิน 15000 คน

และยังมีการค้นหาศพอยู่เรื่อยๆ ในเขต Ishinomaki ทางเหนือของ Sendai, ซึ่งเป็นที่ๆ ทุกวัน เธอออกไปสอนหนังสือเด็กกำพร้าในสวนสาธารณะ ก่อนจะกลับมาทำงานดูแล Hostel ต่อในตอนกลางคืน

ผมบอกเธอว่าใน Sendai, ทุกอย่างดูปรกติแล้ว

แต่คำตอบของเธอคือ ที่ Ishinomaki และรอบเมือง Sendai ยังไม่ใช่

พื้นดินที่ถูก Tsunami ซัด รวมทั้งบ้านที่พังไป ไม่สามารถสร้างอะไรใหม่ขึ้นแทนได้ ดังนั้น ทุกคนจึงต้องพักอาศัยในบ้านชั่วคราวตามสวนสาธารณะ, และก็ใช้เป็นที่สอนหนังสือเด็กๆ เวลาที่พ่อแม่ออกไปทำงาน

วันนี้เธอกับเด็กๆ ก็ไปช่วยกันวาดรูปบนกำแพงสวน เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นโรงเรียนชั่วคราวสำหรับพวกเค้า

จากนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร, เพื่อให้ Sendai กลับไปเป็น Sendai แบบที่เคยเป็นมาก่อน…

 

 แต่มี 2 เรื่องที่ผมได้ยินมาช่วงเกิด Tsunami ที่ Sendai น่าสนใจ

เรื่องแรกคือมีคนญี่ปุ่นจำนวนมากนำเงินที่เก็บได้ตามข้างถนน รวมทั้งตู้ Safe ที่หลุดออกมาจากบ้านคนอื่นตอนคลื่นซัดมาไปส่งสถานีตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ แทนที่จะขโมยเงินไปใช้หรือหาทางพังตู้ Safe

กับอีกเรื่องคือ มีพนักงานบริษัทจำนวนไม่น้อยใน Tokyo และเมืองอื่นๆ ขอหยุดงานช่วง Tsunami

คือยอมทิ้งเงินเดือนและชีวิตที่สุขสบายในเขตปลอดภัย…

เพื่อมาเป็น Volunteer, ล้างห้องน้ำสำหรับผู้ประสบภัยและสำหรับ Volunteer คนอื่นๆ

เรื่องแรกนี่ออกข่าวไปทั่วโลก, ส่วนเรื่องหลังผมฟังจากผู้บริหารชาวญี่ปุ่นท่านนึง

ซึ่งผมก็เชื่อว่าจริง, เพราะผมได้พบกับ Mayumi ที่ Hostel แห่งนี้

สำหรับใครที่อยากลองมาดู Sendai ด้วยตาตัวเอง, ผมคิดว่า Zone ตัวเมือง Sendai นั้นปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วครับ ผมเองได้ทานลิ้นวัว [Gyutan] กับสับปะรดทะเล [Hoya] ของขึ้นชื่อที่นี่แล้วก็ยังไม่ตาย :D

Sendai ไม่ไกลจาก Tokyo, นั่ง Shinkansen ออกมาราคาหมื่นเยน ใช้เวลาแค่ 91 นาทีเท่านั้นเอง :)

 

 

 

 

 

 

 

PS. ส่วนเรื่องผมกับ Mayumi, อ่านต่อได้ที่นี่ ~ Love in Sendai