Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ส่วนตัวผมใช้ Uber มากว่าสามปี, พักหลังๆ นี่บอกเลยว่า Uber เปลี่ยนไปมาก” 

ตั้งแต่ตอนที่ “Uber เปลี่ยนวิธีการคิดเงินใหม่เป็นแบบเหมาจ่าย” ก็ทีหนึ่ง

หลายๆ ครั้งระบบเลือกที่จะ “วิ่งอ้อม” โดยคิดค่าทางด่วนรวมเข้าไปแต่พอเราเดินทางจริงด้วยถนนธรรมดา, Uber กลับไม่ลดราคาให้ [ใครที่ตอนกดเรียกแล้วแผนที่พาขึ้นทางด่วนแต่จริงๆ ไม่ได้ขึ้นก็อย่าลืมกด Report เพื่อขอค่าทางด่วนคืนทุกครั้ง]

และวันนี้ผมก็เพิ่งสังเกตอย่าง, ว่าทำไมค่ารถ Uber X จากเพลินจิตไปนานามันแพงเกือบจะเท่า Uber Black !

สิ่งที่หายไปจาก Uber App วันนี้ก็คือ​ “ตัวคูณ” หรือ “การแจ้งลูกค้าว่าบริเวณนั้นมีรถน้อยและจะขอคิดเงินเพิ่ม”

uber-thailand-cheat-rider-driver-upfront-flat-rate-fixed-fare-price-vs-grabcar-taxi

ตัวคูณและ Uber Surge Price ที่หายไป

เดิมที Uber ภูมิใจในแนวคิด “Surge Pricing” มากและเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “The idea behind surge pricing is to adjust prices of rides to match driver supply to rider demand at any given time”

During periods of excessive demand when there are many more riders than drivers or when there are not enough drivers on the road and customer wait times are long, Uber increases its normal fares”

หรือก็คือ “ช่วงไหนที่รถน้อย, ค่าโดยสารจะสูงขึ้น” ตามหลัก Demand & Supply

ซึ่งตรงนี้ผมและคนส่วนใหญ่คงรับได้, ตราบใดที่มีการแจ้งราคาล่วงหน้าชัดเจนเป็นตัวคูณบนหน้า App

แต่วันนี้, Uber Surge Price ได้หายไปจากหน้า Uber App แล้วและผลที่ตามมาก็คือ

uber-missed-hide-surge-price-thai-why-x-too-expensive-compare-black-bangkok-cheat-taxi

บางครั้งเราเผลอเรียก Uber ที่โดนตัวคูณหนักๆ โดยไม่รู้ตัว

เอาง่ายๆ ก็ดังภาพที่สองของ Blog, หากผมไม่เลื่อนไปดูราคา Uber Black [ซึ่งปรกติควรจะแพงกว่า Uber X ราวสองถึงสามเท่า] ก็จะไม่รู้เลยว่ากำลังโดน “ตัวคูณ [Surge Price]” อยู่และยิ่งผมเป็นคนที่เรียกใช้ Uber มาเป็นพันๆ ครั้งตลอดสามปี

ก็ยิ่งชินกับการที่ “ถ้าไม่มีตัวคูณก็แปลว่าราคาปรกติ”

พอลองย้อนกลับไปดู History ก็พบว่าผมโดน “ตัวคูณที่มองไม่เห็น” แบบนี้มานานแล้ว !

ไม่รู้เลยว่าเผลอเรียก Uber X ด้วยราคาที่แพงเกือบจะเท่า Uber Black ไปกี่สิบครั้ง

ทั้งที่ Uber เคยภูมิใจกับการแสดงให้ลูกค้าเห็นก่อนว่า “เรากำลังจะคูณค่าโดยสาร” เพราะมันหมายถึงความ “Fair”

แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ Uber จะคิดถึง “Fare” ที่แปลว่า “เงิน” มากกว่าคิดถึงลูกค้าเสียแล้วสิ…