Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เพื่อนผมคนนึงเป็น Big Fan [ตัวอ้วน] ของ Brand เครื่องสำอางหนึ่งสมัยอยู่ USA

พอกลับมาไทยก็เลยใช้มาตลอด ~ จนเป็นลูกค้าระดับ Super Dooper VIP – -/

วันดีคืนดี, ทาง Office ของ Brand นั้นก็ส่ง Voucher นวดหน้ามาให้ถึงบ้าน ^^)

และเมื่อคุณเพื่อนวิ่งไปหา BA ที่ห้าง สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาก็คือแววตาจิก… ชิส์ ~ E นี่มารับของฟรีละสิ

แน่นอน, คุณเพื่อนผมไปอยู่ USA มานาน… เมื่อจิกมา เค้าก็โทรหาใครสักคนใน Office ใหญ่ แล้วบอกว่า “ช่วย Check ให้หน่อยได้ไหมคะว่า ปีนึง ชั้นจ่ายเงินเท่าไร คุณถึงให้ Voucher 1 ใบมารับของฟรี” แล้วส่งมือถือให้ BA ฟังคำตอบ :)

บรรยากาศนรกไป 3 นาที ไม่มีมาม่า [Drama] เพราะไม่มีใคร [กล้า] เถียง ไม่มีเสียงทะเลาะ

คุณเพื่อนผมบอกว่า เป็นเรื่องแปลก, เพราะการที่ใครสักคนนึงจะถือ Voucher ไปรับของฟรี [ใน Case นี้] มันแปลว่าเค้าคือ Super Dooper VIP ที่จ่ายเงินให้ Brand นี้ไม่รู้ตั้งเท่าไร

มันคือการ “เชิญมารับของฟรี [หลังจากซื้อของไปแล้วล้านนึง]”

ไม่ใช่ “ชิส์ ~ E นี่มารับของฟรีละสิ”

แล้วคุณเพื่อนผมก็บอก BA ให้แจ้งทาง Office ด้วยเลยว่าไม่ต้องการรับของฟรีชิ้นนี้

และไม่ต้องถามด้วยว่าแล้วจะให้ทำยังไง ? เรื่องนั้นขอให้ Brand ช่วยหาคำตอบให้กับเค้าตามสมควร

ขอบคุณค่ะ

 

ไม่มีมาม่า [เอาเมียวโจ้มาให้แทนละกัน :)]

ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาสั้นๆ เรียบ… ง่าย คุณเพื่อนคนนี้มีความคิดเหมือนผมอย่างนึงว่า “อย่าถามว่าแล้วจะให้ทำยังไง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องคิด, ไม่ใช่ลูกค้า”

อยากทราบชื่อ Brand และ BA กันไหมครับ ~ ^^”

 

Comments are closed.