Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เพิ่งกลับจาก Mugendai @ Grass ทองหล่อ…

ทานเสร็จ, ผมก็เดินไปที่รถ และหยิบหนังสือที่กำลังอ่านช่วงนี้ชื่อ A Walk to remember ขึ้นมา

นางเอกของเรื่องเป็นคนที่ชอบทำบุญกับบ้านเด็กกำพร้า และมีตอนนึงในเรื่อง, เธอฝากพระเอกไปเก็บกระป๋องที่เธอเอาไปแขวนไว้ตามร้านอาหารแพงๆ และตาม Pub หรูๆ เพื่อขอให้คนช่วยสมทบทุนจัดงานเลี้ยง X’mas ให้เด็กๆ

พระเอกเก็บมาครบ 60 กระป๋องแล้วแต่ไม่กล้าบอกนางเอกว่าเงินในนั้นมันมีแค่ไม่กี่สิบ Dollars…

ตอนอ่านถึงประโยคนี้, ผมรู้สึกคิดถึงเมื่อก่อน ช่วงที่ทำประมูลการกุศลทุกเดือนๆ

แรกๆ ก็สนุกดี… ผมไปขอมือถือรุ่นใหม่ๆ และขอเบอร์โฟร์ 4 ตัวท้ายสวยๆ มาจัดประมูลการกุศลแบบบ้านๆ [ขอบคุณ DTAC & Samsung ย้อนหลัง] ช่วงเริ่มต้นก็ได้เงินแค่หลักพัน แต่ครั้งหลังๆ บางทีก็ได้หลักแสน

ก็มีคนเตือนว่าผมต้องเริ่มระวังแล้วนะ… แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร

เพราะผมเปลี่ยนปลายทางของบุญไปเรื่อยๆ แถมไม่เคยให้คนโอนเงินเข้าบัญชีผม, ทั้งหมดโอนตรงไปที่บัญชีปลายทางเลย

 สุดท้าย ผมก็โดนข้อหาแอบเอาเงินไปหักภาษีส่วนตัว…

คนใกล้ๆ ตัวหัวเราะ… ว่าเรื่องแบบนี้ ผมน่ะไม่มีวันทำหรอก

หรือจริงๆ คือผมไม่ฉลาดพอที่จะคิดได้อยู่แล้ว เพราะวินัยทางการเงินผมน่ะต่ำมาก และถึงคิดได้ก็คงขี้เกียจ… 

แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ผมโดนไล่ออกจากงานที่ปรึกษาทั้งหมด, กลุ่มคนขี้อิจฉารวมตัวกันโทรไปใส่ร้ายผมตามบริษัท

เป็น Drama โง่ๆ ที่ทำไปก็ไม่ได้อะไรนอกจากบาปกรรม.. ก็เป็นเรื่องนึงที่ผมยังคงไม่เข้าใจพวกเค้าจนถึงทุกวันนี้

ถึงผมจะเกลียดใคร, ก็คงไม่เลือกวิธีสกปรกด้วยการเอาเงินทำบุญมาใส่ร้ายกัน

แต่วิธีสกปรกคือวิธีที่ได้ผลเสมอ…  

เพราะหลังจากนั้นมา, ผมก็ตั้งใจเลยว่าจะไม่ทำบุญใดๆ อีก มีอีกเกือบสิบที ที่มีคนนั้นโน้นนี้ติดต่อมา บอกว่าขอให้เปิดประมูลช่วยบัญชีของเค้าหน่อย… เค้ากำลังลำบากจริงๆ แต่ผมปฏิเสธหมด

เหตุผลคือ เหนื่อย…

มาอ่านเรื่อง A Walk to Remember ถึงตอนที่นางเอกเก็บกระป๋องเงินได้แค่เศษๆ ตังค์แล้วก็อืมม…

ไม่ได้แปลว่าคนที่ไปกินอาหารแพงๆ และเที่ยว Pub หรูๆ เป็นคนเลวหรอกนะครับ

ผมพยายามคิดเสมอว่าพวกเค้าอาจจะทำบุญให้เด็กยากไร้ปีละล้านอยู่แล้วก็ได้ แล้วหลังทำบุญก็เลยมาฉลองกันสักที แต่ใจนึง, ผมก็รู้สึกเสมอละครับว่ามันเป็นข้อแก้ตัวให้ใจผมสบายขึ้นมากกว่า

เคยคิดอยากกลับไปทำประมูลการกุศลอีกหลายครั้ง

แต่พบว่าตัวผมน่ะเหนื่อยเกินไป, เป็นสิ่งที่เหมือนฝันร้ายในใจ อธิบายไปก็คงไม่เห็นภาพ

ก็เคยมึคนถามอีกว่า แล้วทำไมต้องเปิดประมูลการกุศลให้ใหญ่ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากดัง ?

ผมก็ดันตอบไปตามนิสัยผมว่าครับ… ผมอยากดัง

คือให้ผมบริจาคเงียบๆ มันก็ได้แค่ไม่กี่ตังค์ แต่ถ้าดังขึ้นมา… ยอดรวมหลักล้านบาท ผมก็เคยทำได้ไม่ยากเลย  

แค่แลกกับผมซวย, โดนไล่ออกแค่นั้นเอง…

พูดไปก็เท่านั้นเนอะครับ ~ ก็เป็นเรื่องเก่าๆ ที่ ณ ตอนนี้ ก็ไม่ได้เศร้า เพราะหลังจากนั้นไม่นาน, งานผมก็กลับมาหมด และเยอะกว่าเดิมด้วย แต่บางทีลึกๆ ก็เสียดายมากกว่า ว่าถ้าเรายังอยู่ตรงนั้นต่อได้ก็คงดีนะ…

เฮ้อ… กินเบียร์ Asahi ดีกว่า ~ ภาพทั้งหมด ก็ถ่ายด้วย iPhone 4S เช่นเคยครับ :)

 

Comments are closed.