Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

National Central Library, อยู่ติดกับอนุสาวรีย์เจียงไคเช็ค ~ เมื่อสายๆ ของวันนี้ ผมมาแวะเยี่ยมไหว้ท่าน และขออภัยที่สมัยประถม ผมเคยล้อชื่อท่านกับเพื่อนๆ ว่าเจี๊ยกๆ ไคเช็ค – -*

พอเสร็จจากชมทหารสวนสนามเปลี่ยนกะแล้ว, ก็แวะไปหอสมุด ~

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า หอสมุดชาติไหน, ก็สะท้อนภาพของคนชาตินั้น รวมไปถึงสะท้อนอนาคตด้วย ~ – -v

แต่หอสมุดของ Taipei นี่ผิดคาด,… ผมนึกว่าจะออกแนว Modern เหมือน Singapore ซะอีก

แต่ไม่เลย, พนักงานพูดอังกฤษไม่ได้แม้แต่นิดเดียว กว่าจะคุยกันรู้เรื่องเกือบตาย o_O!!!

[ภาพแรกนี่ผมชอบมาก, สาวญี่ปุ่นยืนมองทหาร Taiwan ระหว่างรอเปลี่ยนกะ ~]

สำหรับคนที่ไม่ใช่คน Taiwan, ต้องใช้ Passport และลงชื่อในสมุด Visitor ก่อน ซึ่ง… รายชื่อทั้งหมด เขียนเป็นภาษาจีนล้วนๆ แปลว่าไม่มีคนชาติอื่นๆ หรือฝรั่งเข้าหอสมุดนี้เลย o_O!!!

คุณพนักงานถามผมด้วยความสงสัยว่าจะเข้าหอสมุดทำไมรึ [มันแปลกมากเรอะ o_O?]

จากนั้นก็ค้นกระเป๋า พอเจอหนังสือของผมเอง, เค้าก็บอกว่าห้ามนำหนังสือใดๆ เข้าหอสมุดนะ

ต้องเดินไปฝากตู้ Locker ไว้ [ดีนะที่ใช้ Locker ฟรี – -/]

แล้วผมก็ได้บัตร Visitor Card ภาษาจีนมา 1 ใบ

หอสมุดมี 6 ชั้น, หนังสือภาษาอังกฤษน้อยมาก ~ มีแค่ตรงชั้น 1 ไม่ถึงครึ่ง

 บรรยากาศของหอสมุดที่ Taipei เงียบมาก… ทุกคนนั่งอยู่ในความสงบ

Computer สำหรับค้นหาหนังสือก็เก่าสุดๆ, ยังเป็นหน้าจอแบบตู้สี่เหลี่ยมใหญ่ๆ จอโค้งๆ อยู่เลย o_O!!!

การตกแต่งก็เป็นแนวๆ โต๊ะไม้ดูหนักๆ แต่ละคนอ่านหนังสือเงียบๆ

ไม่มี Sofa / Bean Bag / Cafe สวยๆ หรือ Art GAllery ในนี้ [มีแต่ 7 – Eleven และร้านกาแฟโบราณๆ อยู่ชั้นใต้ดิน, เป็นคนละส่วนกับหอสมุด]

เท่าที่เดินๆ ดู, เหมือนหอสมุดตามมหา’ลัยไทยครับ…

ดูเข้มงวดๆ พวกบรรณารักษ์ก็ป้าๆ ทั้งนั้น

แน่นอนว่าไม่มีการ์ตูนหรือ CD เพลงเช่นกัน ~

 

หนังสือภาษาอังกฤษที่เห็น จะเป็นแนววรรณกรรมซะมากกว่า, คือมีไว้อ่านเฉพาะในสายภาษา

ส่วนหมวดอื่นๆ แม้แต่ Science ก็แปลเป็นภาษาจีนเรียบ ~

นอกจากนี้ก็มีพื้นที่อ่านหนังสือพิมพ์และ Thesis กับตรงชั้น 4 จะเป็น Zone ที่เงียบสุดๆ ไว้เก็บหนังสือหายาก [Rare Books], ดูๆ แล้วเป็นพวกต้นฉบับเก่าสมัยก่อนน่ะครับ

ประมาณหนังสือพิมพ์ยุคแรกๆ หรือจดหมายสำคัญๆ ที่เป็นลายมือฉบับจริง

ซึ่งแน่นอนแบบสุดๆ ว่าเป็นภาษาจีนล้วนๆ แม้แต่ตู้ที่เก็บยังเขียนกำกับเป็นภาษาจีนเลย – –

ตอนผมจะออกจากหอสมุด, พนักงานที่แลกบัตร Visitor Card ถามผมว่า “Are U come back ?”

คงต้องการจะถามว่า “เดี๋ยวจะกลับมาอีกรึเปล่า” ละมั้งนะ o_O?”

สรุปว่าแปลกใจ,… กับการใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลยของคน Taiwan

แต่ก็หายแปลกใจ, เมื่อได้เห็นหอสมุดของเค้า

และก็แปลกใจแบบ Double อีกที, ที่ Taiwan ในฐานะประเทศเกือบโลกที่ 1 เนี่ย กลับใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ~ โดยรวมๆ แล้ว ผมว่าแย่กว่าคนไทยอีก ขนาดเทียบใน Taipei VS Bangkok เลยด้วยซ้ำ

เมื่อคืน, ผมนั่งคุยกับป้า Carol เจ้าของ Hostel ตั้งแต่สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนกว่าๆ

เรื่องการศึกษาของเด็ก Taiwan สมัยใหม่ที่พ่อแม่พยายามหาทางส่งไปเรียนเมืองนอก ~ แต่สุดท้ายก็กลับมาตกงาน

เพราะงานที่ใช้ภาษาอังกฤษยังหายากใน Taiwan, ตลอด 4 วันที่ผมอยู่ใจกลาง Taipei ผมเจอฝรั่งไม่ถึง 10 คน

นี่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ขนาดพื้นที่ Business District ก็แทบไม่เห็นฝรั่ง

  

 คุณ Carol เค้าพูดเรื่องการชะลอตัวของระบบ Economics ใน Taiwan อย่างหนักในช่วงหลังๆ

เพราะ “Made in Taiwan” เริ่มน้อยลง, ย้ายไป “Made in China” มากขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มคนมีการศึกษา โดยเฉพาะด้าน R&D / Engineering ก็เริ่มถูกทางเมืองจีน Main Land ซื้อตัวไปทำงานมากขึ้นๆ ด้วยเงินเดือนที่สูงกว่า Position เดียวกันใน Taiwan ราวๆ 400 – 500% o_O!!!

ภาษาอังกฤษแทบไม่มีความจำเป็น, ป้ายภาษาอังกฤษและข้อมูลภาษาอังกฤษก็ยังไม่จำเป็นต่อไป  

เป็นเรื่องตลกอย่างนึงเหมือนกัน ทั้งที่ Taipei มี Starbucks ทุกสี่แยก – –

เมื่อวาน เจอคนต่อคิว Starbucks ล้นออกมาจากตัวร้าน แล้ววนรอบร้านข้างๆ กลับไปหน้าร้านอีกที o_O!!!

แม่นแล้ว, Starbucks Buy 1 Get 1 Free @ Taipei ครับ ^^” 

Hmm… ว่าแต่เริ่มด้วยเรื่องหอสมุด แล้วทำไมมาจบด้วยเรื่อง Starbucks 1 แถม 1 ได้หว่า ~ เอาเป็นว่าหอสมุดของ Taipei / Taiwan นี่ค่อนข้างผืดคาดผมละกัน ;)

 

Comments are closed.