Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เมื่อวาน ผมคุยกับสาวใน Blog คนนึง, เพิ่งแต่งงานกับคุณหมอ ~ มีงานอดิเรกคือซื้อขาย Condo และก็เพิ่งซื้อ Condo ตรงทองหล่อ – เอกมัย ให้ญี่ปุ่นเช่า [เป็นความฝันของผมอย่างนึงเลยนะเนี่ย ;)]

เค้าบอกว่าอิจฉาชีวิตผมมาก, เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ ผมไป Backpack อังกฤษ ทั้งที่เพิ่งไป Taiwan เมื่อ Week ที่แล้ว

เค้าอิจฉาตรงที่ผมใช้ชีวิตคุ้ม, อยู่กับปัจจุบันแบบสุดๆ ของสุดๆ ~ วันนึงข้างหน้าจะได้ไม่เสียดาย…

ผมเห็นด้วยกับเค้านะ ~ ผมใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันสุดๆ จริงๆ ^^)

แต่ผมก็บอกเค้าว่า ผมเองน่ะอิจฉาเค้า น่าจะมากเท่าๆ กับที่เค้าอิจฉาผม, เพราะเค้ามีอนาคต ซึ่งผมยังไม่มี ~

 แน่นอนว่าเค้าอาจไม่เคยไป Backpack และอาจไม่เคยไป UK

แต่ที่แน่นอนอีกอย่างก็คือ 5 ปีนับจากนี้ไป, เค้าจะมี Condo ตรงทองหล่อของเค้าเอง ในขณะที่ผมอาจกลายเป็น Homeless นอนห่อหนังสือพิมพ์อยู่ตรงสวนเบญจสิริ ติดรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ :D

ถ้าสมมติว่าวันนี้ผมถูก Lottery สามล้าน, มั่นใจได้ว่าผมจะหายหน้าจากเมืองไทยไปอย่างน้อยก็ปีนึงเต็มๆ

[อาจจะเจอผมเป็นระยะๆ ที่ Airport สุวรรณภูมิ ;P]

แต่ถ้าคุณสาวคนนี้ถูก Lottery 3 ล้าน, ภายใน 5 ปีข้างหน้า เค้าอาจมี Condo แถวเพลินจิตอีกสักห้องนึง ~

 ผมทราบดีเลยละว่ามีคนอิจฉาชีวิตผมเยอะ ~ มีคนค้น Profile ผมใน Google บ่อยๆ

และก็มีคนบอกว่าผมเป็น Idol, มี Life Style ในฝันแบบที่พวกเค้าอยากมี

 

[Life Style แบบ Homeless o_O?]

เวลาผมบอกใครที่เพิ่งรู้จักกันว่าชีวิตผมน่ะ, ผ่านความตายมาหลายครั้ง… คนมักจะทำหน้างง ~ ไม่เชื่อว่าคนหน้าตาแบ๊วๆ แบบผม ท่าทางพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เอ๋อไปวันๆ จะใช้ชีวิตแบบที่มันเสี่ยงตายมาหลายที

มาถึงจุดๆ นึง ผมเริ่มรู้สึกว่าความตายเนี่ย มันใกล้ตัวเรามาก,… และผมก็กลัวมากด้วย

เป็นการกลัวว่าถ้าวันพรุ่งนี้ผมตาย, แล้วความฝันที่จะปีนภูเขา Fuji ให้ถึงยอดเพื่อซดเบียร์ Asahi ละ ?

เกิดผมตื่นมาบนสวรรค์ [หรือนรก – -], แล้วที่นั่นไม่มี Fuji ให้ปีนละ… ก็อดตลอดกาลเลยสิ o_O!!!  

 การตายโดยที่ยังมีสิ่งมากมายอยากทำ เป็นเรื่องที่ผมกลัว…

และถ้าผมไม่ตาย, ผมก็กลัวการที่ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ จะกลายเป็นอดีตที่น่าเบื่อ ในวันนึงที่ผมมองกลับมาจากอนาคต

 

ตอนไป Backpack ที่ Sweden, ผมเช่าจักรยานปั่นรอบ Stockholm กว่า 50 km ในวันเดียว ~ ถ้าวันนั้นไม่ได้ทำ… แม้อีก 10 ปีข้างหน้า ผมมีเงินร้อยล้านในมือ ก็คงไม่มีแรงจะปั่น ไม่มีแรงจะแบกเป้หนัก 20 kg ขึ้นหลังเดินตะลอนๆ แล้ว

ที่จริง ชีวิตผมมันก็ไม่ได้น่าอิจฉาเท่าไร…

ผมอยู่กับปัจจุบันมากๆ อาจเพราะความกลัวว่าปัจจุบันกำลังจะหายไป, กลายเป็นอดีตก็เป็นได้

ส่วนสาวคนนั้น เค้าอาจฉลาดกว่าผม, รู้ว่าปัจจุบันกำลังเดินทางไปสู่อนาคต

การเผื่อสถานที่แห่งอนาคตเอาไว้ ทั้งที่ตัวเค้ามีอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นเส้นทางที่ดี

 ผมมักจะดีใจ เวลาที่เห็นใครสักคนกำลังเดินก้าวไปสู่อนาคต

อ่านสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจกันแล้ว,… อิจฉาคนแบบไหนมากกว่ากันรึครับ ;)

 

Comments are closed.