Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ที่น่าสนใจคือการจัดอันดับครั้งนี้มีเพิ่มหัวข้อ “พื้นที่สีเขียว” ด้วย :)

โดย HK ขึ้นมาจากอันดับ 10, กลายเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลก… รัฐบาลจีนคงดีใจ ?

ใน Top 10, ญี่ปุ่นติดอันดับ 2 เมือง คือ Osaka [No.3] และ Tokyo [No.10]

Germany ก็ติด 2 อันดับคือ Berlin [No.7] และ Munich [No.9]

นอกนั้นก็มี Amsterdam / Paris / Sydney / Stockholm [ผมชอบเมืองหลวงของ Sweden มากเลย ^^)] แต่ที่ผมสงสัยใน Article นี้ก็คือเรื่องของ HK ว่าทำไม UK ถึงยอมยกเค้าคืนให้กับจีน ?

เลยลองนั่ง Search ดูใน Google,

เดิมที Hong Kong เป็นแค่เกาะเล็กๆ ไม่มีค่าอะไรจนถึงช่วงที่อังกฤษออกล่าอาณานิคม

เริ่มจากการที่ UK ทำสงครามฝิ่นกับจีนสมัยนั้นที่อ่อนแอ [กว่าสมัยนี้] และแน่นอนว่าจีนก็แพ้ราบคาบ, UK จึงทำสัญญาขอเช่าเกาะ HK เป็นเวลา 99 ปี เพื่อทำเป็นท่าเรือและที่ปล่อยของ… ซึ่งก็คือฝิ่นนั่นเอง

อันนี้ทุกคนคงรู้อยู่แล้วมั้ง ~

แต่ที่ผมเพิ่งรู้ก็คือทาง UK, โดย Margaret Thatcher ได้มีการขอต่อสัญญาเช่าเกาะ HK ต่ออีกหลายครั้ง

แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมให้เช่าแล้ว ~ และรัฐบาล UK ก็คงไม่สามารถยกกองเรือมายึดจีนได้ง่ายๆ เหมือนสมัยก่อน :P

ในที่สุด ณ วันที่ 1 July 1997, HK ก็กลับไปอยู่ใต้การปกครองของจีน

 

โดยมีเงื่อนไขว่ารัฐบาลจีนจะต้องให้สิทธิ HK ในการปกครองตนเองไปอีก 50 ปี…

จำได้อย่างนึงว่าตอนที่ UK จะยก HK กลับไปให้จีนนั้น, ชาว Hong Kong บางส่วนไม่ค่อยอยากลับไปรวมประเทศสักเท่าไร… อันนี้คงคล้ายๆ กับ Taiwan ที่คนของเค้าก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นส่วนนึงของ China Mainland หรอก

ผมได้ไป Backpack @ Taipei มาเองแล้ว, นั่งคุยกับป้าเจ้าของ Hostel เป็นวันๆ ~

พอสนิทกัน, ป้าแกก็บอกว่าคน Taipei ไม่ชอบคนจีน Mainland นัก เพราะไร้วินัย ชอบแซงคิว ขี้โวยวาย

  แต่การที่ The Economist จาก UK ยกให้ HK เป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกก็ทำให้ผมแปลกใจอยู่ดี

ส่วนตัวผมไป HK มาหลายที แต่ไม่ยักชอบเมืองนี้มากเท่ากับ Macau / Taipei

[ทีแรกที่ไป Taiwan, ผมนึกว่าคนประเทศนี้ต้องพูดอังกฤษเป็นไฟแบบคน HK แน่เลย ~

~ ผมบอกป้าเจ้าของ Hostel ไปแบบนั้น ว่าผมมา Taipei เพราะเคยฟังเพลง “Lost Taipei” ของ Joanna Wang ที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษนี่นา… ป้าแกหัวเราะผมใหญ่ – -*]

จบ Blog ~ ผมเขียนเรื่องไรอยู่หว่า – –

 

Comments are closed.