Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ไม่ต้อง The Esplanade ครับ เมื่อวานผมไปหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์กับ Singapore Art Museum มา, คิดถึงเมืองไทยตั้งแต่ตอนนั้น จริงๆ คือคิดถึงเด็กไทยรุ่นต่อไป รวมทั้งคิดถึงอนาคตของชาติด้วย…

เพราะเมื่อวานวันเสาร์รึเปล่าไม่รู้, ห้องสมุดแห่งชาติสิงคโปร์คนเพียบ… วันนี้ห้องสมุดใน Esplanade ที่นั่งเต็ม และเมื่อวานร้านหนังสือที่ผมไปประจำใน Wheelock ก็คนเดินชนกัน ในร้านมีที่นั่งให้อ่านหนังสือด้วย

พยายามคิดว่าอ๋อ… คงเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ใช่คนสิงคโปร์หรอก อืม,.. เด็กสิงคโปร์พูดได้คล่อง 3 ภาษาเป็นอย่างน้อย เด็กไทย… อังกฤษไม่เอาไหน ภาษาไทยยังไม่รอดเลย…

 เค้าว่ากันว่าสิ่งแรกที่ญี่ปุ่นคิดได้ว่าต้องทำหลังแพ้สงครามโลกและถูก Nuclear ถล่มไม่เหลือชิ้นดีก็คือ “ให้การศึกษา” กับเด็กรุ่นต่อไป เพื่อจะได้ไม่วนเวียนล้าหลัง และถูกเอาเปรียบ ไม่เพียงแต่จากในชาติ แต่ยังต้องต่อสู้กับชาติอื่นได้

และญี่ปุ่นก็แสดงให้โลกเห็นแล้ว แบบเดียวกับที่เกาหลีและสิงคโปร์ทำ

การศึกษาของเด็กรุ่นถัดไปคือการตัดสินอนาคตชาติ ผมก็เชื่อแบบนี้นะ

สิงคโปร์นี่ผมมาทีไรก็อิจฉาเค้าเรื่องนึงคือ ทุกคนพูดอังกฤษได้ แม้แต่แม่ค้า คนกวาดถนน มันทำให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมันเสรีเต็มร้อย อ่านสื่อเมืองนอกได้สบายๆ รับรู้เร็วเท่ากัน และสิ่งสำคัญที่สุดในมุมมองผมก็คือ…

 

 เมื่อเดือนก่อน, ผมดูการแข่งหามือชงกาแฟ [Barista] จากไทยไปแข่ง Barista โลก เรื่องงานฝีมือนี่ผมว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกนะ

วันนั้นดูสุดยอดมือแกะสลักญี่ปุ่นจาก TV Champion เค้าบอกว่ามาเรียนแกะสลักที่เมืองไทยด้วยซ้ำ :)

แต่พอเราสัมภาษณ์กลุ่มผู้ชนะเลิศ Barisra ในไทย เค้ากลับบอกว่าคนไทยเราเสียเปรียบฝรั่งมาก เพราะเราใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ พอเข้าไปแข่ง การต่อสู้ทุกอย่างก็เป็นอังกฤษหมด แค่เราฟังไม่รู้เรื่องก็จบแล้ว…

เศร้าไหมครับ ?

ลองคิดภาพเด็กไทยยุคถัดไปกับเด็กสิงคโปร์ [และชาติอื่นๆ] ยุคถัดไป

สมมติเด็กไทยคนนึง สนใจเรื่องกาแฟมาก จึงฝึกการชง หาข้อมูล แล้วเขียนเรื่องราวเป็น Blog ขึ้นบนเน็ท เป็นภาษาอังกฤษ เนื้อหาสุดยอดมาก ดังนั้น คนที่จะอ่าน Blog เค้าก็คือคน 5000000000 คน

เด็กไทยอีกคนเก่งกว่าเด็กคนแรกเท่าตัว ตีลังกาชงได้ ชงไปเลี้ยงลูกบอลไว้จนจมูกพร้อมกับเล่นเปียโน Moonlight Sonata ด้วยเท้าได้ – -* แต่เขียน Blog เป็นภาษาไทย,… คนอ่านมีเต็มที่ก็ 60000000 คน… คิดง่ายๆ ก็ต่ำกว่าคนแรก 100 เท่า

และจริงๆ คนไทย 60 ล้าน เล่นเน็ทถึง 6 ล้านรึเปล่ายังไม่รู้เลย…

การที่เด็กสิงคโปร์เกิดมาพร้อมกับภาษาอังกฤษ ก็คือการเกิดมาเพื่อพร้อมต่อสู้กับคนทั้งโลก 5 พันล้าน นี่คือสิ่งที่ผมว่าหลายชาติที่เค้ารู้ตัวแล้ว เค้าพยายามแก้ไข

นอกจากอังกฤษแล้ว เด็กสิงคโปร์ยังได้อีกอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งถึงสองภาษา มักจะมีจีนด้วย ซึ่งอาจเป็นเรื่องบังเอิญครับในตอนแรก แต่ตอนนี้, ผมว่าการที่ชาติไหนได้ทั้งอังกฤษ + จีนตั้งแต่เกิด มันทำให้คนชาตินั้นมีโอกาสเข้าแข่งในตลาดโลกสูงมากตั้งแต่เด็ก [หมายถึงโอกาสส่วนตัวของใครของมัน]

คราวก่อนที่ผมไป Siam Ocean World ฟรีจากทาง Chevrolet ผมยังบ่นๆ เลยว่าอยากให้เด็กไทยได้เข้ามาดู

จริงๆ ในไทยเราก็มีแหล่งข้อมูลความรู้ชั้นดีเยอะเลยละ ถ้าบอกว่า The Esplanade, Singapore มันเจ๋ง ผมก็ว่า TCDC The Emporium ของเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าหรอก ที่ Central World ก็มี TK Park 

 แต่…

เด็กไทยสักกี่คนที่จะได้มาเดิน TK Park & TCDC ง่ายๆ ?

รู้กันมั้ยครับว่า เวลาผมยืมหนังสือ Eng ของ TK Park นั้นต้องวางมัดจำ 1000 บาทต่อเล่มครับ…

หรืออย่าง TCDC [ไม่อยากเขียนมาก เดี๋ยวโยงเข้าเรื่องการเมืองว่าใครสร้างที่นี่ แล้วใครพยายามรื้อมัน เรื่องการศึกษาเนี่ย ปล่อยๆ วางซะมั่งก็ได้ ประเทศมันจะได้เจริญซะที] ถ้าเด็กมาดูงานแล้วหิว เดินลงไปทานที่ The Emporium สิครับ…

ผมน่ะเป็นคนโง่ศิลปะและก็ไม่ค่อยฉลาดเรื่องอื่นด้วย แต่ก็คงเพราะผมรู้ตัวว่าโง่มั้ง เวลาไปเจองานศิลปะก็เลยชอบดู จริงๆ ตอนเด็ก ผมก็ฐานะไม่ดี พวกศิลปะนี่มันเป็นสิ่งที่คนรวยถึงจะมีสิทธิ

   

ทุกวันนี้ ขนาดในกรุงเทพฯ นะ ใครฟัง Klassik นี่หรูมาก ใครฟัง Jazz [เช่นผม] ก็พอๆ กัน หรือไม่ก็จะถูกมองว่ากระแดะ ~ ทั้งที่รู้มั้ยครับว่าต้นตอของ Jazz นั้น มาจากแรงงานทาสผิวดำใน USA สมัยก่อน ที่เล่นดนตรีฝรั่งไม่เป็นเลยพยายามมั่วๆ เล่นเป็นของตัวเองขึ้นมา

ไม่รู้ว่าใครมาเริ่มตอนไหนว่าศิลปะนี้นั้น เพลงนั้นนี้คือของหรูของชั้นสูง ไว้กีดกันชนชั้น [แย่กว่าเรื่องไพร่เรื่องเจ้าที่เสื้อแดง – เสื้อเหลืองตอนนี้พูดอยู่อีก – -]

เมื่อตะกี้ ผมนั่งอยู่ใน The Esplanade มีเล่นดนตรีฟรีครับ สลับไปเรื่อยๆ มีแนว Klassik / Jazz และมีอันนึงคือ Sacred Music น่าสนใจมาก ทั้งหมด,.. ฟรี

กลับมาเมืองไทย, Ok ไม่มีเงินเข้า TK Park & TCDC ก็ไม่เป็นไร เรามีหอสมุดแห่งชาติ ท้องฟ้าจำลอง เคยเข้าไปมั้ยครับ ?

มืดๆ ทึมๆ ปิดเร็ว พนักงานบรรณารักษ์หน้าบูดตลอด หนังสือเก่าๆ โทรมๆ ไม่รู้ป่านนี้แก้แล้วรึยัง… ?

The Esplanade ประตูปิดเที่ยงคืน ทำไมในไทยเราไม่ทำบ้าง ?

ท้องฟ้าจำลอง, อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในนั้นครึ่งนึงพังแล้ว ไม่มีการซ่อม

สรุปในมุมมองผม, แหล่งความรู้ในไทยมี 2 แบบ อย่างแรกเอกชนทำ สวย ดี สุดยอดแต่แพง มีเงินมาเกี่ยวหมด แน่นอนเพราะมันคือธุรกิจ กับอีกแบบคือทำโดยรัฐ ซึ่งก็…

สมัยเด็กๆ ผมจำได้ อาจารย์สอนว่าไทยเราคือคู่แข่งอันดับ 1 ของสิงคโปร์ แย่งความเป็นหนึ่งใน SE asia และเตรียมขึ้นไปแข่งในระดับเอเชียกับญี่ปุ่น [ตอนนั้นจีน อินเดีย เกาหลียังไม่แรงเท่าไรเลยผมว่า]

ต่อมา…. ดูเหมือนไทยเราจะเงียบๆ ไป

ตอนนี้… ถ้าถามคนสิงคโปร์เค้าคงคิดเหมือนเราเป็นพม่าน่ะครับ

คือสมัยก่อน คู่แข่งสุดยอดของไทยคือพม่า ชนช้างสู้กันมาดุเดือด แต่ตอนนี้… ปล่อยรัฐบาลทหารพม่าเค้าสู้กับท่านนางอองซานฯ ต่อไปก่อนละกัน

ซึ่งก็คล้ายๆ เราเหมือนกัน นายกฯ ย้ายที่หนีไปเรื่อยๆ พอๆ กับรัฐบาลเก่าที่ทำหน้าที่อย่างเดียวคือตามจองล้างทักษิณฯ

 

 ไม่ได้อยากจะโยงเข้าการเมืองหรอกนะครับ ไม่ว่าฝ่ายไหนจะผิดก็ตาม ที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ก็คือประเทศนิ่ง… เอาเวลาและงบประมาณทั้งชาติไปสู้กับคนๆ หนึ่งเพื่อทำลายล้างให้ได้

ผมเอง ไม่ได้ชอบทักษิณในมุมมองว่าเค้าดีหรืออะไร แต่ผมมั่นใจมากว่าเค้าเก่ง เป็นนายกฯ ที่เก่งที่สุดที่ไทยเคยมีมา ผมว่าพวกเสื้อเหลืองเองลึกๆ ก็รู้ ไม่ต้องอะไร, การที่คนๆ นึงขนาดไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว ยังสามารถต่อสู้กับ “นายกรัฐมนตรี” ของประเทศนั้นๆ ที่ทุ่มงบประเทศมาสู้ได้เนี่ย… มันก็บอกชัดๆ อยู่แล้วว่าทักษิณเก่ง

อภิสิทธิ์อาจจะดี [หรือไม่ ผมก็ไม่รู้หรอก] แต่เรื่องความเก่ง ผมว่าอีกล้านปีก็สู้ทักษิณไม่ได้

ส่วนทักษิณ, จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมไม่รู้ ไม่อยากเข้าการเมือง แต่ผมว่าเค้าเป็นบุคลากรที่น่าเสียดายมาก ถ้าไทยจะเสียเค้าไป อย่างน้อยก็ในแง่การศึกษา

สุดท้ายก็รบกันเอง… เอางบประมาณประเทศไปผลาญเล่น คนไทยไม่คิดมาก แต่ถ้าคิด… งบที่เอาไปไล่ล่าทักษิณก็คือหนังสือภาษาอังกฤษดีๆ คอมพิวเตอร์สำหรับเด็กต่างจังหวัด หยูกยารักษาโรคและสวัสดิการสำหรับคนพิการ คนชรา

ตอนนี้อาจจะต้องเอามาใช้ในส่วนของทหาร ตำรวจ ซื้ออาวุธ รถกันกระสุนเพื่อให้คนกลุ่มนึงใช้ป้องกันตัวจากแผนการล่าทักษิณ

แทนที่จะเป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในท้องฟ้าจำลอง

ผมว่านี่คือเรื่องเศร้าสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้ร่ำรวย เด็กพวกนี้ไม่ได้ต้องรู้อะไรเลยว่า เสื้อแดงเลวหรือเสื้อเหลืองกันแน่ที่ผิด ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ระบอบอำมาตย์หรือการโอนหุ้นสักนิด

อาจกำลังคิดว่า…

เข้ามาผิด Blog รึเปล่าหว่า ทำไมเครียดจัง ผืด Concept ติงต๊องจากกล้องมือถือนี่นา 555+

ว่าจะเขียนเรื่อง The Esplanade สักหน่อย กลายเป็นเขียนแต่เรื่องเมืองไทย แต่ไม่เป็นไร ผมเห็นเรื่อง The Esplanade ที่ไหนๆ ก็เขียนกันไปแล้วนี่เนาะ :D

มาถึงบรรทัดนี้ อาจมีคนรู้สึกว่าผมเชิดชูสิงคโปร์เหลือเกิน ผมว่าจริง, ในหลายเรื่อง อันไหนที่เค้าดี เราก็น่าจะยอมรับ แต่จากที่ผม Backpack แบบลุยมั่วๆ เดี่ยวๆ มาสองครั้ง ผมคิดว่าผมก็เจอด้านมืดของสิงคโปร์เยอะเหมือนกัน เดี๋ยวไว้เขียนใน Blog ต่อไปละกันครับ

ภาพทั้งหมด ถ่ายด้วย BB Storm จ้า

  

 

Comments are closed.