Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

“Chinese manufacturers have stopped using Made in China labels in an effort to improve sales. Clothes are being labelled Made in PRC because customers don’t know what it stands for”

“แผนใหม่” ของพ่อค้าจีน, ที่รู้ว่า “Made in China” หมายถึงสินค้าคุณภาพต่ำ

จึงเปลี่ยนป้ายเป็น “Made in PRC” ที่ย่อมาจาก Made in The People’s Republic of China แทน

โดยเป้าหมายก็คือการเพิ่มยอดขายในญี่ปุ่น, เผื่อใครไม่ทราบว่า “PRC” คืออะไร

แต่ญี่ปุ่นก็พยายามตอบโต้ “Made in PRC” นี้ ด้วยวิธีที่คล้ายกัน

china-town-new-york-map-manhattan-backpack-canal-street-iphone-6-plus

“In response, Japan’s clothing industry is planning the new J Quality label of its own”

คือติดป้าย “J Quality” บนสินค้าที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น

เพื่อกระตุ้นให้คนในชาติเลือกใช้ Product ที่ “Made in Japan

ซึ่งแน่นอนว่ามีคุณภาพสูงกว่า “Made in China” [และ Made in PRC]

ทว่า อีกเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง “Made in PRC” ก็อาจเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น, ทั้งในแง่สังคม / การทหารและนโยบายของ Shinzo Abe ที่ค่อนข้าง Aggressive

Product จาก “China Mainland” จึงต้องปรับตัวเพื่อให้คนญี่ปุ่นเข้าใจว่า “ไม่ใช่ของจีน”

เช่นกัน, การตอบโต้ด้วยป้าย “J Quality” ก็แปลในแง่ญี่ปุ่นไม่ยอมให้คนในประเทศตนถูกหลอก

mcdonalds-world-cup-fifa-2014-special-menu-burger-menchi-lumia-1020-japan

ถ้าจำกันได้, McDonald’s Japan ก็มีปัญหาใหญ่ในปี 2014 ที่ผ่านมาเพราะว่าโรงงานที่จีนส่ง “เนื้อไก่เน่า” เข้ามาขายในญี่ปุ่น [แต่ผลสุดท้ายกลับดีต่อเราเพราะ McDonald’s เปลี่ยนมานำเข้าไก่แช่แข็งจากเมืองไทยแทน]

ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองช่วงนี้, ดูดีๆ นะครับว่าของที่เราซื้อมัน Made in อะไร :)