Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

มูลค่าของ “Lending Club” แห่ง San Francisco, บ้านเกิดเดียวกับ Uber & AirBNB พุ่งขึ้นไปที่ 6.5 พันล้านเหรียญในปี 2014 และก็กลายเป็นผู้ให้บริการเงินกู้แบบบุคคลต่อบุคคล [P2P] ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่มีกระทั่งเงินสดจริง

เช่นเดียวกับ Uber, ผู้ให้บริการรถสาธารณะรายใหญ่สุดในตอนนี้ ที่ไม่มีกระทั่งรถของตัวเอง

และ AirBNB ที่มีห้องให้เช่ามากที่สุด, โดยไม่เคยซื้อแม้สักตึก [นอกจาก Office…]

ทว่า ในปี 2014, Lending Club มีเงินหมุนในระบบให้กู้ได้รวม 7.6 พันล้านเหรียญ

ผมมองว่า Lending Club น่าสนใจไม่แพ้ Uber, จึงจะเขียนถึงไว้บน Blog สักนิดเผื่อเป็น iDea ให้ใครต่อยอด…

lending-club-app-loan-investor-borrower-bank-online-uber-style-review-safe-sharing

แนวคิดของ Lending Club ก็คล้ายกับ AirBNB & Uber ตอนก่อตั้ง

“Peer to Peer lending is an industry that matches people who have money with people who need to borrow money. The people who need money pay interest to the people who provide the loans…

…The interest rate borrowers pay corresponds with their credit history.

So The better the credit history, the lower the rate they pay with Lending Club” 

Simple as That, ง่ายๆ แค่นี้

คนหนึ่งมีเงินในมือและอีกคนอยากกู้, ใช้ App เป็นตัวกลางในการติดต่อโดยไม่ต้องพึ่ง Bank ให้ยุ่งยาก

ที่สำคัญคือ “ดอกเบี้ยถูกกว่า” เพราะว่าไม่ต้องผ่านระบบธนาคาร

k-bank-credit-card-k-wave-paywave-mcdonald-s-mc-cafe-coupon-free-review-2

[แน่นอนครับว่า Lending Club ถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่ามันผิดกฏหมายรึไม่, เช่นเดียวกับ Uber & AirBNB และทั้ง 3 Apps นี้มีบ้านเกิดที่เดียวกันคือ San Francisco ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกว่า “เมืองหลวงของ The Sharing Economy“]

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่มาใช้บริการกู้เงินของ Lending Club ก็คือ…

“A typical situation is one that a person has a need to borrow money through Lending Club at 7% in order to pay off credit cards that are charging 15%”, หรือก็คือ “เอาไปโปะหนี้บัตร Credit Card

คนกู้ [Borrower] รอดตายไปอีกเดือน, ส่วนคนปล่อยกู้ [Investor] ก็ได้ดอกเบี้ยดีกว่าฝากธนาคาร

ถามว่าแล้ว Lending Club มันปลอดภัยจริงรึเปล่า… ?

ผมว่าคล้ายกับ Uber, ในฐานะที่ผมนั่งประจำก็ต้องบอกว่าเรากำลัง “ขึ้นรถใครก็ไม่รู้” ที่ “ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ”

 airbnb-review-munich-tobi-simon-host-kitchen-room-chat-map

airbnb-review-munich-tobi-simon-host-bar-beer-room-singha-share

และตอนใช้ AirBNB in Munich ก็ยิ่งเสี่ยงหนักเพราะผมไปนอน Sofa ในห้องพักของนักศึกษาเยอรมัน 4 คน

สิ่งสำคัญคือ Profile & Credit

เวลากดเรียก Uber, เราจะเห็นก่อนเลยว่าคนขับคนนั้นมี “ดาว” ทั้งหมดกี่ดวง ?

เช่นเดียวกับเวลาเลือกห้องพักบน AirBNB, และยังมี Comments & Reviews สั้นๆ จากคนที่เคยพัก [ความลับคือคนขับ Uber ก็จะให้ “ดาว” ลูกค้าเช่นกัน แต่ถ้าไม่มี Account ในฐานะ Driver จะเข้าไปดูไม่ได้ครับ]

Lending Club ก็ไม่ต่างกัน, คนที่จะขอยืม [Borrower] จะต้องลงรายละเอียดของตนและเหตุผลที่อยากได้เงิน

จากนั้นผู้ปล่อยกู้ [Investor] ก็จะเข้าไป “เลือก” ว่าใครควรได้เงินไป

Borrower คนไหนที่กู้แล้วคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตรงเวลา, ก็จะได้ค่า Credit เพิ่มขึ้น…

lending-club-app-loan-investor-borrower-bank-online-uber-credit-debt-review-safe

หาก Investor คนไหนไม่อยากเสี่ยงมาก, ก็อาจนำเงินไปลงไว้กับ Borrower เกรดดีเหล่านี้

ถามว่าแล้วตัว Lending Club มั่นคงไหม ?

แน่นอนครับว่า Google Inc เองก็ถือหุ้นใน Lending Club อยู่, เช่นเดียวกับที่ถือหุ้นใน Uber Inc [เรื่องพวกนี้มักมี Google Inc อยู่เบื้องหลังเสมอแต่ก็ต้องยอมรับ Google ในแง่ความเปิดกว้างทาง Vision ใหม่ๆ จริงๆ]

ในแง่กฏหมาย, จะข้ามไป เพราะ USA กับ Thailand อาจไม่ตรงกันหลายอย่าง…

แต่ผมอยากเขียนถึง “Lending Club” ลงบน Blog ในเชิง “Creativity & iDea” ทางธุรกิจมากกว่า

ว่าในขณะที่เมืองไทย [และในอีกหลายประเทศ] กำลัง “Anti Uber” อย่างหนัก,

Uber กลับ Success ขั้นสุด, มูลค่าบริษัทขึ้นไปที่ 41 พันล้านเหรียญภายในเวลา5 ปี

uber-starbucks-app-maps-passbook-thonglor-somerset-free-promo-code-cookie

ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นเพราะ “Uber รู้ว่าลึกๆ คนต้องการอะไร”

ชีวิตที่ง่าย, จบบน “Mobile”

และทุกฝ่ายได้ประโยชน์แบบ Win Win

หากมองว่ามัน “ผิดกฏหมาย” รึไม่… ?

ผมโชคดีเพราะตัวเองคือ “iT Backpacker” ที่ผ่านโลกมากว่า 30 ประเทศโดยมองสองมุมพร้อมๆ กันคือทั้ง “Backpack” และ “iT”, จึงได้เห็นทั้ง “Life Style” และ “Technology” ก็เกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา…

“หรือว่ากฏหมายต่างหากที่ไล่ตามธุรกิจไม่ทัน ?”

[ซึ่งผมก็ไม่ได้จะบอกว่าฝ่ายไหนผิดแต่ธุรกิจเช่นนี้ก็กำลังทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ]

trans-siberian-railway-russia-korea-japan-ferry-busan-fukuoka-ticket-price-review

ครั้งแรกที่เห็น “Lending Club” ใน USA, ผมนึกถึงการ “เปียแชร์” ของไทยที่ให้คน 10 คนมาลงเงินกองกลางแล้วปล่อยกู้ให้กับคนที่เสนอดอกเบี้ยมากที่สุด [ซึ่งการเปียแชร์เองก็ดำๆ เทาๆ เช่นกันในแง่กฏหมายไทย]

และพรุ่งนี้ผมก็จะไป Backpack เปิดโลกใหม่บนทางรถไฟ Trans Siberian, เริ่มด้วยการนั่งเรือจากญี่ปุ่นสู่เกาหลีครับ