Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

แต่ก่อน ผมเคยคิดว่า หากเราเข้าใจคนว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้นทั้งที่มันไม่ดี เข้าใจโลกว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เราจะมีความสุข ควบคุมทุกอย่างรอบตัวได้ แก้ปัญหาใดๆ ก็ได้ ไม่มีการใส่ร้าย ไม่มีการหลอกลวง ไม่มีการโกหก ไม่มีสงคราม ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบ สันติ

แต่มาวันหนึ่ง, ผมก็สังเกตว่า ผมขี่จักรยานโดยไม่รู้กฏแรงหนีศูนย์กลางหรือ Momentum ใดๆ และคิดว่าคนที่รู้และเข้าใจกฏเรื่องนี้ ไม่ได้แปลว่าจะขี่จักรยานเป็น

icoca

แนะนำว่าอย่ากดอ่านเนื้อหาเต็มๆ เลยนะครับ ดูชื่อ Blog กับภาพประกอบก็น่าจะรู้แล้ว สาระแน่นเอี๊ยดแน่นอน – –

ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง มีนิสัยที่ [ผมว่า] แปลก คือชอบคิดและวิเคราะห์อุปนิสัย บุคลิก เหตุผล การตัดสินใจของมนุษย์ว่า ทำไมจึงทำแบบนั้นแบบนี้

เช่น… สมมติ วันหนึ่งผมเดินไปข้างนอก ขณะที่กำลังนั่งตัวอืดอยู่ใน Starbucks ก็มีผู้ชายตัวแห้งๆ หัวยุ่งๆ หน้าตาอุบาทว์คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดที่หน้าโต๊ะผม แล้วตะโกนลั่นร้านว่า “ไอ้คุกกี้มันชอบสร้างภาพเป็นคนดี ทุกคนอย่าไปเชื่อมัน !!!”

จากนั้นก็วิ่งหายไปในความมืด ไปมีชีวิตจมอยู่กับเรื่องแย่ๆ ของเขาเหมือนเดิม [ซึ่งเราจะไม่พูดถึง เพราะมันยากเกินความเข้าใจว่าทำไมมันถึงแย่]

ที่ผมจะทำก็คือ ซู้ด… ซด Starbucks Discoveries Bruxelles Dark Chocolate Mocca ของผมต่อไปอย่างมีความสุข คือส่วนตัวผมเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเอง ที่ทำดีก็เพราะทำดีแล้วมันมีความสุข ไม่ได้ทำอวดใคร มันยุ่งยากและขี้เกียจ ดังนั้น ก็อย่าพยายามทำความเข้าใจผมเลยเหมือนกันนะผมว่า

starbucks_discoveries

นักปรัชญาบางคนเขาบอกว่าการทำดีแบบนี้ที่จริงเป็นการสนองตัณหาตัวเอง เห็นแก่การสร้างความสุขตัวเองด้วยซ้ำ [พวกนักปรัชญานี่ก็อีก… ยุ่งกับผมจริงวุ้ย – -]

และแล้ว คุณเพื่อนลึกลับคนนี้ก็จะปรากฏตัวจากมุมมืด เพื่อมาวิเคราะห์ว่า เหตุผลกลใด ชายตัวแห้งหน้าตาอุบาทว์ผมยุ่งคนนี้จึงมาด่าผมว่าผมชอบสร้างภาพ

ยากไหมครับ… ?

แค่จะเริ่มคิดยังยากเลย [หรือผมโง่หว่า – -]

คือมนุษย์เรานี่ไม่เหมือนพวกเครื่องจักร ที่ตึง… หยุดเดินก็อ๋อ… เฟืองมันหัก สนิมมันเกาะ สายพานขาด

“ผู้ชายอุบาทว์นั่นคงหมั่นไส้คุณน่ะครับ” สมมติว่านี่คือประโยคแรกของเหตุผล

kapibara

คำว่าหมั่นไส้นี่ทุกคนเป็นนะครับ ผมก็เป็น เพราะผมเป็นมนุษย์ น่าจะเป็นพื้นฐานสันดานแห่งมวลมนุษยชาติ ว่าแต่ทำไมผู้ชายอุบาทว์คนนี้ต้องหมั่นไส้ผมด้วย ?

“คงเพราะคุณนั่ง Starbucks บ่อยไป” เป็นเหตุผลถัดมา

ถ้าเป็นผม ผมหยุดคิดแล้วนะ จบ… เพราะต้นตอของปัญหาคือผมชอบนั่ง Starbucks เขาจึงหมั่นไส้ ดังนั้น ทางแก้ไม่ให้เขาหมั่นไส้คือ ผมควรจะเลิกนั่ง Starbucks

คล้ายๆ กับว่า ถ้าผมหมั่นไส้คนที่ขับ Benz ทางแก้ของเขาคือขาย Benz ทิ้งแล้วไปซื้อ Toyoped รุ่นพระเจ้าเหามาขับแทน ซ่อมมันทุกๆ 200 เมตร ไอน้ำพุ่ง รถระเบิดบรึมมม… กลายเป็นโกโกครันซ์ เพื่อให้ผมหายหมั่นไส้

cocoa

แต่ตราบใดที่คุณขับ Toyoped แต่ใส่ Rolex เขาก็จะหาเรื่องมาหมั่นไส้ต่อ ดังนั้นคุณควรจะเปลี่ยนไปใส่นาฬิกาเลโก้ด้วย ถ้าคุณใช้ VAIO ตัวละแสนสอง ก็ควรจะขายทิ้ง แล้วไปใช้ PC 486 พร้อม CW [Chula Word] จะดีกว่า

ปัญหาคือถ้าผมถามต่อ “อ้าว ทำไมผมนั่ง Starbucks แล้วเขาต้องหมั่นไส้ด้วย” [ซึ่งจริงๆ ผมคงไม่ถามหรอกนะครับ]

คำตอบระดับ 3 ก็คือ “เพราะว่า Starbucks สะท้อนภาพคนในกลุ่มเมืองที่มีรสนิยมและรายได้ในระดับ B Class – A Class ซึ่งตัวผู้ชายอุบาทว์นั้นอาจะอยู่ในระดับ Z Class [ระดับเดียวกับโงกุนและเบจิต้าเลย – -]”

แล้ว.. ทางออกของปัญหานี้อยู่ไหน ?

น่าจะเป็นการให้ Starbucks พังร้านสาขาตัวเองทั้ง 37 ในกรุงเทพฯ แบบเดียวกับที่พังร้านแถวพระราชวังต้องห้ามในจีน หรือไม่ก็เปลี่ยนชื่อร้านใหม่ เพราะ Starbucks ฟังดูดีไป ให้เป็น สตาร์เบื้อก หรือ Starbooooo ขายกาแฟผสมน้ำมันหมูแทน เพื่อคนระดับ Z จะได้เข้าได้สบายๆ ขายกาแฟถ้วยละ 0.00537 บาท ไม่อิงค่าน้ำมันตลาดโลก

starbucks_berry

ไม่ใช่ครับ คำตอบของปัญหานี้คือ… ระดับ 4

“ความจริง Starbucks ไม่ใช่กาแฟระดับ Premium Grade อะไรหรอกครับ มันก็เป็นกาแฟธรรมดาๆ ที่เมืองนอกขายกัน 1.5 เหรียญ หรืออย่างที่ญี่ปุ่น Starbucks แก้วละ 450 เยน คิดแล้วก็เท่ากับ Starbucks ไทยนะครับ ร้อยกว่าบาท แต่อย่าลืมว่า Ramen ข้างทางที่ญี่ปุ่นหนึ่งชามก็ 900 เยนแล้ว ดังนั้นกาแฟ Starbucks ก็เป็นแค่ครึ่งหนึ่งของจานหลักเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ต่างจากในไทย ที่สั่งก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาทและน้ำปั่น 15 บาทเลย แต่ปัญหาคือค่าแรงขั้นต่ำของไทยนั้นต่ำกว่าสากล โดยเฉพาะประเทศกลุ่มโลกที่ 1”

เพียงเพื่อเข้าใจว่าทำไมมีผู้ชายหน้าตาอุบาทว์หัวยุ่งรุงรังจิตไม่ปรกติ เดินมาด่าผมว่าชอบสร้างภาพ เราจำเป็นต้องเข้าใจการทำ Marketing ของ Starbucks ในระดับ Local & Global นอกจากนี้ ยังควรจะต้องรู้ Rate แลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศและค่าแรงงานขั้นต่ำด้วย – –

curry_game

จริงๆ มาถึงตรงนี้ ผมลืมไปแล้วละว่า เรื่องมันเริ่มต้นมาจากไหน อ๋อ… มีคนที่ดูเหมือนคนบ้าวิ่งมาด่าผมแล้วก็วิ่งหนีไป แล้วทำไมเขาถึงด่าผมหว่า

คำตอบขั้นที่ 5 นะครับ… ของทุกๆ ปัญหาในไทย ไม่พ้นเรื่อง… ทักษิณโกงชาติ อภิสิทธิ์อ่อน เนวินปลิ้นปล้อน ระบอบอำมาตย์ การมีสถาบันฯ ระบบอุปถัมภ์ การได้รับประชาธิปไตยเร็วเกินไป ถ้าเราตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่ง แพ้ WW II บ้างคงดี ชาติพันธุ์คนไทยมันเป็นแบบนี้ แผ่นดินอุดมสมบูรณ์เกินไป etc.

คือ… ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณทักษิณแกโกงจริงรึเปล่า หรือคุณอภิสิทธิ์แกจะฉลาดมากน้อยแค่ไหน [แต่แกก็เล่น Twitter ด้วยนะ ส่วนทักษิณเล่น Facebook – -]

แต่ถึงผมจะรู้ว่า Ok… สรุปทักษิณโกงและอภิสิทธิ์ก็ไม่ฉลาดละกัน ก็ไม่ได้ทำให้ผมไปแก้ให้เขาหายโกงหรือเขาฉลาดขึ้น หรือทำให้ Starbucks พังและทำให้ผู้ชายที่สติไม่ดี วิ่งกลับมาหาแล้วบอกว่า “แฮะๆ ล้อเล่นครับ ผมนี่บ้าจัง” ได้

otona_aji

นี่ขนาดผมเข้าใจสาเหตุแห่งการด่าผมในเชิงลึกถึง 5 ขั้น ผมก็ยังแก้อะไรไม่ได้เลย คิดดู…

ผมว่ามันเหมือนๆ กับการรู้และเข้าใจทฤษฏีว่าด้วยแรงหนีศูนย์กลางและ Momentum ถึงรู้ เราก็ขี่จักรยานไม่ได้ และเราไม่สามารถสอนคนให้ขี่จักรยานได้ด้วยการบอกว่า “เด็กโง่ เอาชนะแรงหนีศูนย์กลางสิ แล้วจะขี่ได้”

หรือเหมือนการรู้สูตรทำ Pizza ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะอบ Pizza ออกมาอร่อยเท่ากับ Chef 3 ดาว ขอให้มันไม่ออกมาเป็นจานร่อนก็บุญแล้ว

ที่คุณเพื่อนวิเคราะห์มานี่เป็นแค่เหตุผลเสี้ยวเดียวที่ทำให้ผู้ชายสติไม่ดีคนนั้นด่าผม คือหมั่นไส้ แต่จริงๆ มันอาจมีเหตุผลเชิงซ้อนเช่น “บ้านเขาเพิ่งไฟไหม้” “พ่อตาย” “แฟนทิ้ง” “หน้าตาอุบาทว์ [ดังที่ได้บรรยายไว้]” “พ่ายแพ้ต่อนักรบ Z หนีกลับดาวไซย่า” “ทั้งที่รู้เรื่องแรงหนีศูนย์กลางแต่หัดขี่จักรยานมาสิบห้าปีก็ยังไม่สำเร็จ” และอื่นๆ อีกมากมาย

yokohama_fest

สมมติว่าถ้าเขาเป็นบ้าเพราะพ่อตายเนื่องจากหวัด 2009 ทางออกของปัญหานี้ก็ต้องว่ากันด้วยเรื่องระบบจัดการสุขลักษณะของเมืองไทยไม่ดี ต่อด้วยอากาศเมืองไทยมันร้อน ค่าจ้างแรงงานต่ำ ทำให้คุณภาพชีวิตต่ำ ทั้งหมดก็เพราะการเมือง รัฐเอาแต่โกงกิน คนนั้นเลวคนนี้เลว ระบอบอำมาตย์ ประชาธิปไตยได้มาเร็วไป… ระดับ 5 – -””

บางทีการพยายามเข้าใจอะไรสักอย่างผมว่ามันก็ดีนะ แต่บางครั้ง ก็ไม่รู้ว่าเข้าใจไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา โดยเฉพาะกับการเสียเวลาไปนั่งหาทางเข้าใจคนที่เป็นเหมือนคนบ้าวิ่งผ่านมาด่าแล้วก็ผ่านไป ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่แม้กระทั่งแมวตัวอ้วนที่นอนวันละ 20 ชั่วโมงในบ้านผม ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ผมควรจะใส่ใจ

คุณค่าของคนบางคน มีเท่ากับอนุภาคโปรตรอนที่เล็กแบบเล็กสุดๆ ที่กำลังจะถูกเครื่อง CERN ยิงไปชนกับโปรตรอนอีกตัว และในที่สุด CERN ก็บอกว่า เฮ้อ… เลิกยิงดีกว่า – -””

ในเมื่อคุณค่าเขาต่ำขนาดที่ CERN ยังเลิกยิง แล้วผมจะไปนั่งทำความเข้าใจทำไม และถึงเข้าใจไป มันจะทำให้ผมนั่ง Starbucks ได้นานขึ้น โดยมี Free Espresso รึก็เปล่า และก็ไม่ได้ทำให้ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ หรือโดนดักตีหัวแถวดูไบอยู่ดี 

schrodinger

จักรยานมีไว้ปั่นไปข้างหน้า ไม่ได้มีไว้ทำความเข้าใจด้วยการร่างกฏฟิสิกส์บนกระดาษ แต่ผมว่าระหว่างที่ปั่น ถ้าเรามองวิวรอบๆ ข้างแบบเพลินๆ ด้วยก็คงมีความสุขมากขึ้น

คนบ้าก็คือคนบ้า ผมปั่นจักรยานเร็วหน่อยก็ทิ้งพ้นแล้ว ไมได้มีคุณค่าใดๆ เลยสักนิด

ผมว่าคนที่นั่งอ่านผมบ่นมาจนถึงบรรทัดนี้ได้นี่สิ… ที่ต้องยอมรับในความพยายาม กรุณาเขียน Comment ทิ้งไว้ด้วยนะจะขอบคุณมาก ^^”’ 

  ขอให้นอนหลับฝันดี Sleep Whale นะครับ – –

whale

 

  

 

 

 

 

Comments are closed.