Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ผมเพิ่งซื้อ MacBook Air ที่ Apple Store Nagoya, หลังจากที่ตอนแรกตั้งใจจะมาหิ้ว iPhone SE กลับไทย [แต่ปรากฏว่าเอาเข้าจริงจอมันเล็กเกินจะรับได้] และตอนนี้ VAIO ที่ผมใช้อยู่ก็ Battery เสื่อมแถมฝาพับยังใกล้จะหักเต็มทน…

ใช้เวลาตัดสินใจอยู่ 2 วัน, เดินเข้า BicCamera & Yodobashi Camera และ Apple Store น่าจะสิบที

ระหว่างซื้อ VAIO [เป็นเครื่องที่สี่] หรือ Toshiba / NEC / Panasonic / Fujitsu และ Macbook ?

ในฐานะ Blogger สาย iT ที่เป็น Backpacker ในตัว, สุดท้ายผมก็ได้ MacBook Air 11 นิ้วมา 1 ตัว !

จากคนที่ครั้งหนึ่งเคยไม่ชอบ Apple’s Product มาก, ปัจจุบันผมใช้ทั้ง iPhone 6S และล่าสุดก็ MacBook…

macbook-pro-air-2016-12-japan-apple-store-cheapest-how-to-buy-starbucks-reserved-keyboard

1. มาพร้อมประกันทั่วโลก [International Warranty]

ในรอบสองเดือนนี้ผมบินไป 7 ประเทศ, รวมทั้งญี่ปุ่นและ USA

เมื่อคืนก่อนตอนที่เดินดู Laptop อยู่ในร้าน Yodobashi Camera สาขา Nagoya, พนักงานในส่วนของ Apple’s Product แนะนำว่า “ถ้าคุณบินบ่อยขนาดนั้นทำไมไม่ซื้อ MacBook ของเราที่รับประกันแบบทั่วโลกฟรีเป็นเวลา 1 ปีละ ?”

ในขณะที่ NEC / Fujitsu / VAIO / Toshiba, รวมทั้ง Dell / Acer / Asus / Lenovo / Samsung ในไทยให้ไม่ได้

แวบหนึ่ง, ผมรู้สึกขึ้นมาทันทีด้วยเหตุผลนี้ว่า “ที่จริง Apple’s MacBook ก็ราคาไม่ได้แพงนี่นา” 

iPhone ก็เช่นกัน, มันมาพร้อม International Warranty [ผมเคยซื้อที่ New York และเข้าศูนย์ Tokyo มาแล้ว]

มานึกๆ ดู, แล้วทำไมมือถือ Brand อื่นที่ตัดภาระต้นทุนเรื่องประกันทั่วโลกทิ้งไปถึงได้ยังขายแพงเท่า iPhone ?

apple-store-grand-central-terminal-review-idea-steve-jobs-usa-new-york-iphone-7-2016

2. Compatible กับทุกสรรพสิ่ง

เคยเล่าไปทีว่า Wireless Printer ที่บ้านไม่รู้จัก Galaxy S4 DoCoMo ซึ่งเป็นรุ่นใหม่สุดของ Samsung ในเวลานั้นแต่มันทำงานได้ไม่มีปัญหาใดๆ เมื่อสั่งพิมพ์จาก iPhone เครื่องเก่าของคุณแม่, และลองคิดว่าถ้าผมต้อง Print งานขณะเดินทาง…

หรือเมื่อเดือนก่อน, ผมบินไปงานด่วนที่ New York

สามารถดึงตั๋วเครื่องบินจาก Email ของ Delta Airlines จากใน Email มาใส่ใน Apple Pay ได้ทันที

เมื่อไปถึงสนามบินก็ทิ้ง [Drop] กระเป๋า, ใช้ Apple Pay แทน Boarding Pass ขึ้นเครื่องได้เลย !

หนึ่งในข้อดีอย่างที่สุดของ Apple’s Product ก็คือ “มีจำนวนรุ่นน้อย”, จึงไม่เกิดปัญหาแบบ Android

 ที่ซอยรุ่นออกมามหาศาลจนผู้ผลิต Printer และ Accessories อื่นๆ แยกย่อยตามไม่ทัน [และมันก็ตกรุ่นไป…]

apple-pay-wallet-delta-boarding-pass-ticket-new-york-jfk-narita-japan-tokyo-starbucks-card

 3. คุณภาพชีวิตดี + QC สูง, ทั้ง Hardware / OS และ Applications

น่าจะมีแค่ Apple’s Product ที่ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตเทียบเท่าประเทศโลกที่ 1

ตั้งแต่ “ประกันทั่วโลก [International Warranty]” ที่เขียนไว้ใน Paragraph แรก

สินค้ามีปัญหาสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ฟรีหรือคืนเงินทันทีใน 14 วัน [เมื่อสั่งผ่าน Apple Store Online] และ Apple’s Product ยังมี QC ที่สูงกว่า Brand ไหนๆ ไปจนถึงเรื่องของ Design / Material / User Interface & Experience

iPhone ไม่โดนลอยแพและ Application ก็ได้รับการ Update ใหม่ก่อน OS อื่นเสมอ

มาถึงจุดหนึ่งผมเริ่มเข้าใจว่าทำไมกลุ่มประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีจึงมียอดขาย iPhone ดีกว่า Android

ทั้งที่ญี่ปุ่น / UK และ USA

review-iphone-se-first-blogger-thai-japan-4-inch-cheapest-price-spec-problem-cookiecoffee

4. Battery ใช้งานได้ยาวนาน

มีมือถือ Brand หนึ่งพยายามทำ Ad โฆษณาบอกว่า “คนใช้ iPhone ต้องคอยวิ่งหาปลั๊กไฟ”

แต่ความจริงจาก Website ต่างประเทศที่ทดสอบใน Lab ระบุชัดว่า…

iPhone 6S เท่านั้นที่ได้คะแนนการใช้งานต่อเนื่องในขั้น “สุดยอด [Excellent]”, ด้วยความจุเพียง 1700 mAh แต่กลับทิ้งขาด Galaxy S7 [Edge] / Xperia Z5 / Nexus 5X / One M9 และ G4 ที่ใช้ Batt ระดับ 3xxx mAh แบบขาดลอย !

เหตุผลหนึ่งก็เพราะ Apple’s Product ไม่จำเป็นต้องอัด Spec ด้าน CPU ให้แรงเกินจำเป็น

แต่การพัฒนาตัวระบบปฏิบัติการ [OS] ที่มีความเสถียรสูงและกินไฟน้อยต่างหากคือคำตอบที่ดีที่สุด

ทั้ง iPad / iPhone และ MacBook ต่างก็มีจุดเด่นเรื่องนี้

 iphone-se-vs-6s-5s-plus-review-better-battery-standby-secret-4g-lte-galaxy-s7-edge-failed

failed-2016-samsung-galaxy-s7-edge-plus-lost-iphone-6s-7-battery-standby-graph-review

ถ้าใครย้อนกลับไปอ่าน Blog เก่าสัก 4 – 5 ปีก่อน, จะเห็นว่าตอนโน้นผมไม่ชอบ Apple เลย

ที่จริงกว่านั้นก็คือผมใช้ Vaio ติดกันมาสามเครื่องแล้ว

จนถึงวันที่ Sony ประกาศว่า “VAIO ขาดทุนหนักมาก” และเลิกทำตลาด Laptop

เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องหันมาสนใจ MacBook แทน, เหมือนที่ครั้งหนึ่งเพื่อนผม [ซึ่งแต่ก่อนคนนี้ก็ไม่ชอบ Apple เช่นกัน] เคยพูดติดตลกว่า “Apple คือความจริงสุดท้ายของโลก iT” เพราะ “ทุกคนที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีต้องมาจบที่มัน…

ไม่ว่าครั้งหนึ่่งจะเคยเกลียด MacBook หรือ iPhone แค่ไหนก็ตาม” 

มาวันนี้ที่ผมซื้อ MacBook ในญี่ปุ่น [มี Promotion ลด 10% + คืนภาษี 8% + จ่ายด้วยบัตร Credit Card ลดอีก 5%]

สงสัยทันทีว่าทำไม Brand อื่นไม่ให้คุณภาพชีวิตแบบนี้และไม่มี International Warranty แต่ทำไมขายแพงเท่ากัน ?

apple-store-5th-avenue-new-york-glass-blue-sky-cloud-2016-iphone-7-plus-update-usa