Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

HTC HD2 + Laptop + 3G = Mobile Office ของผม ~ ว่าแล้วก็ออกไปหาร้านกาแฟนั่ง เขียน Blog ทำงานดีกว่า แต่เอ๊ะ ร้านไหนบ้างนะที่มีปลั๊กและ Free Wi-Fi ให้ใช้ จะได้ไปยึดร้านทำงาน ^^)

เรื่อง Mobile Office ที่ร้านกาแฟนี่, เคยมีป้าคนนึงใน webboard ที่ผมเล่นสมัยก่อนเค้าตั้งกระทู้ด่าผมว่า หน้าด้านเข้าไปใช้ปลั๊กไฟเค้า ! ผมก็ถามเค้ากลับแบบงงๆ ว่า อ้าว… ถ้าเค้าไม่ได้มีปลั๊กให้ลูกค้าใช้ แล้วเค้าวางปลั๊กทั่วร้านให้ใคร ?

เค้าตอบว่า… ให้ฝรั่งใช้เสียบ Laptop ! มันเป็นชีวิตเค้า ไม่ได้ให้คนไทยขี้งกใช้ !

เป็นคำตอบที่คาดไม่ถึงจริงๆ เหนือโลกมาก จำไว้นะครับ ฝรั่งเท่านั้น, ทหารแตงโมกับตำรวจมะเขือเทศก็ห้ามใช้ปลั๊กนะ :P

ว่าแล้วก็จะขอเขียนถึงร้านกาแฟมีปลั๊ก + Wi-Fi ที่ผมไปบ่อยๆ ละกัน บางร้านมีทั้งสองอย่างฟรี บางร้านมีอย่างใดอย่างหนึ่ง เดี๋ยวจะเขียนบอกไว้ให้หมดจ้า พร้อมราคาคร่าวๆ ด้วย ;)

เริ่มกัน…

ด้วย

ร้านไหนดี ~

 

 

 

 

 

ร้านแรก, เป็น Office เจ้าประจำของผมเลย มันคือ Starbucks, แทบจะเป็นบ้านหลังที่ 2 แล้ว

ข้อดี : บรรยากาศดีมาก / ปลั๊กเพียบ [ถ้าปลั๊กเต็ม ขอปลั๊กรางได้เลย] / เปิดเพลงดีเยี่ยม เน้น Jazz / พนักงานสุภาพสุดๆ / กาแฟปรับแต่งเองได้หลากหลายตามต้องการ / สาวๆ ที่มานั่งมักจะดูดี น่าจีบ :D

ข้อเสีย : ราคากาแฟเฉลี่ยค่อนข้างแพงสำหรับค่าครองชีพไทย [Starbucks ราคาใกล้เคียงกันทั่วโลก] พวก Mocha ขนาดกลาง [Grande] ตกแก้วละ 100 – 120 บาท / ไม่มี Free Wi-Fi ต้องซื้อเพิ่ม

   สาขาที่แนะนำ, Starbucks ทองหล่อ และ Starbucks Future รังสิตครับ สวยและกว้าง นั่งสบาย

PS : ถ้านำแก้วส่วนตัว แก้วอะไรก็ได้ครับไปใส่กาแฟ, ลดแก้วละ 10 บาท เพื่อลดโลกร้อน

 

อันดับ 2, ร้านนี้ผมเชียร์สุดๆ กาแฟไม่แพง มีทั้งปลั๊กและ Free Wi-Fi แถมเมนูชาอร่อยสุดๆ !

มันคือ… Cafe Kaldi นี่เอง เป็นร้านกาแฟ Brand ญี่ปุ่น ~

ข้อดี : ฟรีหมดทั้งปลั๊กและ Wi-Fi / ชาเขียวและชา Royal Milk Tea อร่อยมาก เหมือนกินที่ญี่ปุ่นเลย ;) แก้วนึง 60 – 70 บาทเอง

ข้อเสีย : คนเยอะ [แน่นอนครับ ฟรีทั้ง 2 อย่างนี่นา] / ร้านค่อนข้างเล็ก / ร้านติดกระจก วิวสวยแต่เที่ยงๆ ก็ร้อน  

 สาขาที่แนะนำ, Kaldi the Esplanade คือร้านที่ว่าครับ ผมเคยไปสาขานี้ที่เดียว :P

 PS : ความเร็ว Wi-Fi ก็ขึ้นกับจำนวนคนละครับ บางทีมันก็เลยช้าๆ แล้วแต่ดวง ~

 

ร้านที่ 3, เป็น Brand กาแฟไทยแท้สูตรล้มช้างครับ, บ้านใร่กาแฟนั่นเอง ;)

สาขาใหญ่อยู่ BTS เอกมัย ใหญ่มาก โต๊ะน่าจะเกือบร้อยมั้ง ปลั๊กเพียบ มีขายอาหารด้วย ไปมาสะดวก นัดประชุมสบาย

ข้อดี : ปลั๊กเยอะจริงๆ มี 2 ชั้นด้วย / มีห้องประชุม / กาแฟแรงมาก แต่แก้วละ 70 – 80 บาทเท่านั้น / นั่ง BTS มาได้เลย / เปิด 24 Hr o_O!!!

ข้อเสีย : ไม่มี Free Wi-Fi / ดึกๆ ยุงเยอะ เพราะในร้านมีต้นไม้มาก / เก้าอี้นั่งไม่สบาย แข็ง Y Y

สาขาที่แนะนำ, BTS เอกมัยครับ สาขาอื่นๆ จะเป็นร้านเล็กๆ นั่งไม่ได้ :P

PS : ก่อนสั่งกาแฟคิดดีๆ มันแรงจริงๆ ขอบอก ส่วนค่าจอดรถ ฟรีทุกๆ 1 ชั่วโมงเมื่อซื้อของในร้านทุกๆ 50 บาท

อันดับ 4, ร้านกาแฟจากเจียงใหม่เจ้า ~ กาแฟวาวี [Wawee] ของเรานี่เอง ^^)

วาวีตรง BTS อารีย์นี่สวยแบบสาวเหนือ งามแต๊ๆ แถมโกโก้อร่อยมากมาย ไปทีไรไม่ค่อยได้ทำงานหรอก ร้านมันสวยเกิน

ข้อดี : มีปลั๊ก / ร้านสวย [สาขา BTS อารีย์] / ค่ำๆ มีดนตรีสด / ติด BTS  / กาแฟไม่แพง แก้วละ 60 – 80 บาท

ข้อเสีย : คนมหาศาล เยอะกว่า Starbucks ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซะอีก ปลั๊กไม่เคยพอ / ในร้านมืด ทำงานนานๆ อาจตาบอดได้ / สาวสวยเยอะ อาจตกหลุมรักและทำให้ตาบอดได้เหมือนกัน :) / Wi-Fi จ่ายตังค์  

สาขาที่แนะนำ, BTS อารีย์ครับ เคยไปสาขาเดียว

PS : เอา Laptop ไปได้นะครับ ถ้าไปแล้วไม่มีที่ก็นั่งมองสาวแทนละกัน

 4 อันดับก่อนละกันนะครับ ~ เขียนยาวไปเดี๋ยวจะขี้เกียจอ่านกัน ;)

เดี๋ยวไว้ต่อ Blog หน้า ภาค 2 กับอีก 4 ร้านกาแฟที่ผมหนีไปนั่งทำงานบ่อยๆ

มีใครไป 4 ร้านนี้เป็นประจำรึเปล่าเอ่ย ?

เผื่อเราจะเคยเจอกันมาก่อน ^^v

ภาพถ่ายจากมือถือหลายๆ รุ่นนะครับ

ส่วนภาพบนสุด, Swensen แบบ Restaurant ที่สิงคโปร์ครับ มีปลั๊กกับ Free Wi-Fi ด้วยละ

 

Comments are closed.