Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ผมกำลังนั่งอ่านการ์ตูนผิดลิขสิทธิ์อยู่ใน Starbucks

ใครที่อ่าน Blog เป็นประจำคงทราบว่าผม Serious มากเรื่องลิขสิทธิ์ [เพราะตัวเองถูกละเมิดประจำ…], ทุกสิ่งในชีวิตคือ “ซื้อของแท้” ตั้งแต่ Software & Application / กระเป๋า / รองเท้า / เสื้อผ้า / เพลงและแน่นอนว่า “หนังสือ” ก็เช่นกัน

ถึงแม้ตัวผมจะชอบการอ่านหนังสือแบบรูปเล่มมากกว่า

แต่ปัจจุบันก็เริ่ม [ถูกบังคับให้] หันมาอ่านบนมือถือและ Applications, ถึงขั้น “สมัครสมาชิกรายเดือน” แล้ว

ปัญหาคือการ์ตูนญี่ปุ่นจำนวนมาก [ในแนวที่ผมชอบ] ไม่มีการทำตลาดนอกประเทศ, ในไทยก็ไม่มีใครซื้อมาแปล

shinya-shokudo-izakaya-manga-movie-review-za-watami-menu-inspiration-japan-style-food-bar-salary-man-thai

จากรูปเล่มเริ่มกลายเป็น App และสุดท้ายก็ผิดลิขสิทธิ์ 

ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะการ์ตูนแนวที่ผมชอบมันน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่แคบมาก,

ถึง “ซื้อลิขสิทธิ์” มาแปลก็คงเจ๊งอยู่ดี [เช่น Shinya Shokudo ที่เป็นเรื่องของพ่อครัวหน้าโหดในร้านเหล้าญี่ปุ่นเล็กๆ แถว Golden Gai ใน Shinjuku ที่ไม่มี Menu ให้แต่จะทำทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ, พร้อมกับรับฟังปัญหาก่นด่าชีวิต…]

ในไทยไม่มีให้อ่านและญี่ปุ่นก็ไม่ขายนอกประเทศ, ขนาด App ฝรั่งแบบจ่ายตังค์ก็ยังไม่แปล

สุดท้ายผมก็ต้องไปนั่ง Googling หาฉบับ “ผิดลิขสิทธิ์” และสิ่งหนึ่งที่ค้นพบก็คือ “ผมเริ่มชิน”

กับการอ่านหนังสือบนมือถือ [ที่ยิ่งวันก็ยิ่งปรับ Layout ให้เข้ากับรูปแบบ Mobile View มากขึ้นเรื่อยๆ]

ขนาดผมเป็นคน Gen Y วัยสามสิบยังเริ่ม “ชิน”, วันนี้ผมก็เลยลองถามเด็กๆ ที่นั่งโต๊ะติดกันใน Starbucks ว่า…

shinya-shokudo-thonglor-bangkok-review-midnight-diner-24-hr-manga-japan

ชอบอ่านหนังสือบนมือถือหรือฉบับจริงมากกว่ากัน ?

เชื่อหรือไม่ว่าคำตอบส่วนใหญ่คือ “มือถือสิ !”

ด้วยเหตุผลสารพันตั้งแต่หมึกไม่เปื้อนมือ / พกได้หลายเล่มโดยไม่หนักขึ้น [หรือจริงๆ คือไม่จำกัดจำนวน] / ส่งต่อให้เพื่อนอ่านได้ / Save ภาพลงในเครื่องได้ทันที / หาซื้อง่ายถึงขั้นที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปเจอแดดร้อนๆ และอื่นๆ อีกมากมาย…

คำตอบที่ว่า “มือถือไม่มีวันแทนที่สัมผัสของหนังสือจริงได้ !” คือสิ่งที่ “คนรุ่นเก่า” คิดเอาเอง

และก็ “เฝ้าถาม” คนรุ่นเดียวกัน, ไม่ใช่เพื่อคำตอบ

แต่เพื่อ “คำยืนยันความสบายใจ

ว่า “ไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่คิดแบบนี้”

shokuking-manga-read-online-free-chef-restaurant-help-food-fighter-vol-1-english-donburi

ไม่ใช่ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแต่ไม่อยากจะมองมัน

ปัจจุบันคุณแม่ผมก็เป็นอีกคนที่หันมาอ่านทุกสิ่งบนมือถือ [จริงๆ คือ iPad], ไม่คิดเหมือนกันว่าคนแก่อายุ 70 ปีที่เคยกลัว Technology มากถึงขั้น “ไม่กล้าแตะมือถือจอสัมผัส” และจบแค่ชั้นประถมจะกลายเป็นคนที่ติด iPad ที่สุดในบ้าน !

กระทั่งคนอายุ 70 ปียังเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิต

แต่บางคนก็ยังเชื่อว่า “มือถือจะไม่มีวันแทนที่หนังสือได้” อยู่

ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไปที, ว่าอีกเหตุผลที่บรรดา Magazines จะล้มตายไม่ใช่แค่ “ขาดทุน” จากยอดขาย

แต่เพราะ Sponsor ใหญ่ๆ จะ “ถอนตัวจากการลงโฆษณา” ซึ่งถือว่าเป็น “กำไรส่วนใหญ่” ของสิ่งพิมพ์

หนังสือที่จะอยู่ได้คงต้อง “เฉพาะทาง” หรือ “เฉพาะกลุ่ม” จริงๆ

thai-sex-girl-prostitute-porn-free-magazine-edamame-nagiya-japan-expat-thonglor-iphone-7

ผมเคยเจอคนขับ Uber คนหนึ่งเป็นผู้หญิงอายุสามสิบเศษๆ ที่เพิ่งจะถูกให้ออกจากงานเพราะ Magazine สายบันเทิงที่เธอสังกัดอยู่มันปิดตัวลงแต่สิ่งที่เธอทำก็คือ “หางานใหม่ในสายสิ่งพิมพ์เช่นเดิม”, ซึ่งก็แน่นอนว่ายิ่งวันจะยิ่งแคบลงไปเรื่อยๆ

“มือถือแทนที่สิ่งพิมพ์ไม่ได้” อาจกลายเป็น “ความจริง” ของอดีต, แต่ไม่ใช่อนาคตอีกต่อไปแล้ว