Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

ไมได้จะบอกว่าเป็นแอร์ไม่ดี เพื่อนผมก็มีเป็นแอร์กันหลายคน ข้อดีของการมีเพื่อนเป็นแอร์คือ ขนเครื่องสำอางเกาหลีราคาถูกกว่าใน Shop 70% ได้สบายๆ :D

พอดีเมื่อวานคุยกับเพื่อนเรื่องระบบการศึกษาไทย มีหลายข้อที่ผมว่าน่าสนใจ… อย่างแรกที่ทุกคนรู้คือ เป็นครูเงินเดือนต่ำ แน่นอนว่าถ้าผมฉลาด จบมาเกรดสูง สวย ภาษาดี คงไม่เป็นครูสอนอังกฤษแน่ ไปเป็นแอร์ดีกว่า

อย่างที่บอกว่าไม่ใช่แอร์ไม่ดี เพราะนอกจากแอร์มีหน้าที่บริการคนแล้ว ยังเป็นเหมือนกระจกสะท้อน Image ที่ดีของประเทศไทยในสายตาต่างชาติด้วย [Blog นี้มีศัพท์ที่มีสาระด้วยแฮะ – -]

 my eyes

ซึ่งก็เหมือนกับอาชีพ Engineer หรืออาชีพดีๆ อื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกอาชีพมีไม่เท่ากับการเป็นครูก็คือการต่อยอดให้เด็กรุ่นใหม่ในสังคม ให้มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผมว่านี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ครูได้รับความเคารพมากในยุคก่อนๆ

ญี่ปุ่นมีคำกล่าวที่ว่า “สถาปนิกสร้างบ้านได้ 10 หลัง แต่ครูสร้างสถาปนิกได้ 10 คน”

แล้วทำไมแอร์ถึงเป็นสายงานที่ดี ? เพื่อนผมที่เป็นอดีตแอร์ [ตอนนี้แก่แล้ว – -] พูดเองว่า ลึกๆ มันเป็นปัญหาของชาติ ที่คนไทยพูดอังกฤษไม่ได้ มีแค่ 10% [ตัวเลขสมมติ] ที่พูดอังกฤษได้ในระดับสื่อสาร กลุ่มนี้มาเป็นแอร์ จึงได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าคนในชาติกลุ่มอื่น ซึ่งถามว่าจริงๆ ค่าตอบแทนก็ไม่ได้สูงอะไร เพียงแต่ค่าแรงขั้นต่ำไทยมันถูกเกินไป

ใครคิดว่าแอร์นี่โง่ๆ สวยไปวันๆ ลองมาคุยกับเพื่อนผมได้ นึกว่าคุยกับ Bob Marley :D

ถ้าไม่เชื่อ ลองดูประเทศที่พูดอังกฤษตั้งแต่เกิด อาชีพแอร์ หรือ Flight Attd ไม่ได้ค่าแรงสูงไปกว่าอาชีพอื่นเท่าไรนัก และไม่ได้ถูกกรี๊ดกร๊าดจะเป็นโดยเด็กมหา’ลัยด้วย

flight

ที่เขาบอกว่าเด็กปั๊ม Singapore พูดได้ 4 ภาษานี่จริงนะครับ และที่จริงกว่านั้นคือคนชาติอื่นมักจะพูดได้มากกว่า 2 ภาษา อาจจะ 3 – 4 – 5 – 6 – 7 – 8 – 9 – 10 [พวกหลังๆ นี่มันไม่ค่อยจะใช่คนเท่าไร = =]

มีผู้บริหารท่านหนึ่งที่ผมรู้จัก ท่านเป็นคนไทยแท้แต่จบเมืองนอกมา ภรรยาก็เช่นกัน พอมีลูกก็ตกลงกันว่า ในบ้านจะไม่ใช้ภาษาไทย… แต่ใช้ 2 ภาษาคืออังกฤษยืนพื้น กับอีกภาษาเสริม ไม่จีนก็ญี่ปุ่น แน่นอนครับ ญี่ปุ่นนี่ GDP ตอนนี้สูงมาก ส่วนจีนนี่เด่นเรื่องจำนวนประชากรและการก้าวกระโดดในพัฒนาการ

ภาษาไทยพูดไม่ได้ไม่เป็นไร หาเอาจากในชีวิตประจำวัน จากเพื่อนที่โรงเรียนหรือจากอะไรก็ได้มั่วๆ ไป ไม่สำคัญ

เพื่อนผมฟังแล้วบอกว่าเกินไป…

แต่ลองมองแบบตัดทัศนคติเรื่องชาติทิ้ง [อันนี้สมมตินะครับ]

คน Singapore เกิดมาพูดอังกฤษ คนมาเลย์ก็เอาด้วย คนอังกฤษก็ด้วย [อันนี้แหง – -] เรียกว่าร้องอุแว๊ปุ๊บ พร้อมแข่งกันคนอีก 6000000000 คนแล้ว โตขึ้นมาถ้าเก่งพอ อายุ 15 ลุยได้ทั้งโลก บนมาตรฐานภาษาเดียวกัน

beerrrr

ส่วนคนไทย อาจจะเก่งกว่าไอ้คนนี้อีก ตั้งแต่อายุ 14 แต่ไปแข่งกับโลกไม่ได้ เพราะพูดอังกฤษไม่ได้เลย…

แถมเราดันมีแนวคิดว่า “เด็กวิทย์ไม่เก่งภาษา” และ “เด็กศิลป์ไม่เก่งเลข” ดังนั้น… ทุกคนที่เก่ง Math มากๆ ก็ไปแข่งกับใครไม่ได้เลย :(

เพื่อนผมที่เป็นแอร์ หลายๆ คน ไม่เก่งสักอย่างแต่ได้ภาษา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยไม่มี จึงได้งานด้านนี้ในเงินเดือนที่สูง เป็นเรื่องที่ดีนะครับไม่ใช่ไม่ดี แต่ปัญหาคือคุณครูเงินเดือนต่ำ เราจึงได้คุณครูที่ไม่เก่งภาษาด้วย และเราก็เอาคุณครูที่อ่อนภาษาอังกฤษมาสอนเด็กที่ต้องเรียนอังกฤษเพื่อไปแข่งกับคนอีก 6000000000 คน

ใช้เวลาเรียนอังกฤษ 12 ปี จนจบ ม. 6 แต่คุยกับฝรั่งไม่ได้เลย [ผมก็ด้วย :’)]

หลังๆ ผมว่า TV ไม่นำเสนอละคอนเกี่ยวกับคุณครูแล้ว ใน 1 ปี มีไหว้วันครูไปอย่างนั้นเอง :(

คำถามว่า เมื่อไรเมืองไทยจะแข่งกับประเทศโลกที่ 1 อื่นๆ ได้ ?

ผมว่าไม่มีวันนั้นเด็ดขาด

otona_aji

ส่วนตัวผมเชื่อว่าไทยเราจะพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ช้ากว่าที่โลกพัฒนา ดังนั้นจะมี “Gap” ตรงนี้ที่กว้างขึ้น ผมหมายถึง Gap ที่เป็น International ด้วย คือความห่างชั้นกันของคุณภาพประชากรในประเทศไทยเทียบกับคุณภาพประชากรในประเทศโลกที่ 1 และประเทศที่กำลังจะขึ้นมาเป็นโลกที่ 1

และ Gap ที่เป็น Local หมายถึงภายในไทยเอง คนที่มีความรู้ภาษาและอื่นๆ ก็จะโดดไปอีกชนชั้น ถีบคนอีกกลุ่มให้กลายเป็นฐานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน นี่ผมเขียนแบบไม่รู้ศัพท์ทางด้านนี้ อ่านแล้วอย่างงนะครับ ผมก็มั่วๆ เอาตามความคิดผม – –

ผมว่าเป็นเรื่องน่าเศร้านะ เมื่อวานเพื่อนผมที่จบจาก AUS บอกว่าคนกวาดถนนที่นั่นก็กวาดไปฟัง iPod ไป [หวังว่าจะไม่ระเบิด – -] เพราะเมื่อเทียบแล้ว “Gap” ระหว่างอาชีพมันแคบ เมื่อเทียบกับคนกวาดถนนไทย หรือเทียบแอร์กับคุณครู

น่าจะมีนโยบายให้แอร์ทุกคน มาเป็นครู 1 วันใน 1 เดือน สอนเด็กๆ ให้พูดอังกฤษ แบบใช้ได้จริงในชีวิต คุณครูก็น่ารัก รักเด็กค่ะ เป็นนางฟ้า [สงครามนางฟ้า – -”’]

ฟังแล้วดูดี ผมยังอยากไปเป็นเด็กนั่งเรียนใน Class ด้วยเลย ~

 

 

 

 

มาถึงบรรทัดนี้ ผมว่าต้องมีคนอ่าน Blog ผมแล้วส่ายหน้า บอกว่าผมเป็นพวกบ้าวัตถุนิยมแน่ๆ ก็จริงครึ่งๆ นะผมว่า เหมือนประโยคที่บอกว่า “คนรวยไม่แน่ว่าจะมีความสุข” แต่ผมก็ยังเชื่อว่าคนทุกคนถ้าเลือกได้ก็ขอรวย เพราะคนรวยอาจไม่มีความสุข แต่คนจนนี่ชัวร์ๆ ว่าไม่สุขแน่ๆ หากแม้แต่ข้าวยังไม่มีกิน

Starbucks ญี่ปุ่นแก้วละ 500 Yen คิดเป็นเงินไทยก็ร้อยกว่าบาท Starbucks เมกาฯ สามเหรียญครึ่ง คิดเป็นเงินไทยก็ร้อยกว่าบาท Starbucks ไทย ร้อยกว่าบาท คิดเป็นเงินไทยก็ร้อยกว่าบาท – –

starbucks_green_tree

จากการสำรวจปี 2006 พนักงานทำความสะอาดที่ญี่ปุ่น มีเงินเดือน 2xxxxx – 3xxxxx Yen คิดเป็นเงินไทยก็ 7 หมื่น – 1 แสนบาท พอที่จะซื้อ Starbucks ซึ่งเป็นสินค้าเมกาฯ เพื่อเททิ้งลงท่อได้วันละ 5 แก้ว

พนักงานทำความสะอาดที่เมืองไทย รายได้ 7 พัน – 1 หมื่นบาท น้อยกว่าญี่ปุ่น 10 เท่า ซื้อ Starbucks วันละ 1 แก้ว ใน 1 เดือน หมดพอดี 7000 พันบาท

ปัญหาไม่ใช่ starbucks แพง แต่ทำไมคนไทยได้เงินเดือนและค่ากินอยู่ต่ำขนาดนี้ เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศในโลก [ทั้งที่เป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย]

ที่คิดนี่ไม่ได้จะด่าคนไทย ตรงข้ามด้วยซ้ำ ผมว่าคนไทยหลายคนเก่ง เพื่อนผมที่ทำงานบริษัทฝรั่งใหญ่ๆ บางคนก็ยังบอกว่าฝรั่งโง่ๆ มีเยอะมาก แต่เรามักคิดว่าฝรั่งเก่งกว่าคนไทยเสมอ ผมค่อนข้างชมญี่ปุ่นที่เป็นเอเชียแบบประหลาด ทำให้ฝรั่งล้มตายมานักต่อนัก ถึงสงครามจะเป็นเรื่องไม่ค่อยดีก็เถอะนะครับ

และน่าจะชมจีนด้วย [ละมั้ง] ที่ก๊อปแหลกจนฝรั่งหัวทิ่ม ^^”

blackberry_tv

แต่ยิ่งวันผมเห็นประเทศไทยแล้วยิ่งเศร้าลงเรื่อยๆ จริงๆ ผมว่าการศึกษาเรามันไปผิดทางโดยสิ้นเชิง ทุกคนรู้และบอกว่า “น่าจะแก้นะ” “แก้ดีกว่า” ต้องแก้ก่อนเลย” แต่… ก็ไม่แก้ – –

เราไม่ต้องมองญี่ปุ่น พวกนี้เป็นประเทศอันดับ 1

ไม่ต้องมองเกาหลี ชาตินี้ก็กำลังจะเทียบชั้นญี่ปุ่นแล้ว

ไม่ต้องมอง Singapore ที่สิบปีก่อนเราเคยพยายามแข่งด้วย เพราะเขาไปไกลจนทิ้งไม่เห็นฝุ่น

ไม่ต้องมองเวียดนามด้วย มองไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก

และไม่ต้องมองพม่า ลาว กัมพูชา เพื่อบอกตัวเองว่า ยังมีชาติที่ล้าหลังกว่าเรานี่หว่า

ทำไม Blog นี้มีสาระจัง…

 จบดีกว่า เดี๋ยวสาระเยอะ คนที่อ่าน Blog ผมมาตลอดจะตกใจ นึกว่าเข้าผิด

ที่นี่ CookieCoffee.com นะครับ

– –

 

Comments are closed.