Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ใครที่รับข่าวสารหลักๆ จากเมืองนอกคง Get ทันที, มันคือนโยบายใหม่หลังจากที่ Starbucks โดนถล่มอย่างหนักว่าด้วยการ “เลือกปฏิบัติ” เมื่อพนักงานคนหนึ่งโทรเรียกตำรวจมา “ลากตัว” ชายผิวสีออกไปเพียงเพราะว่าเขาขอ “เข้าห้องน้ำ”

โดยที่เขายังไม่ได้สั่งกาแฟ

แต่นับจากนี้, ไม่ว่าใครก็มีสิทธิเข้ามานั่งใน Starbucks โดยไม่ต้องสั่งอาหารใดๆ และสามารถใช้ห้องน้ำฟรีได้ด้วย !

“You do not need to buy anything to hang out in our stores” คือพาดหัวข่าวจาก CNNMoney และ “Any person who enters our spaces, regardless of whether they make a purchase is Considered a Customer

starbucks-racist-black-drama-afican-brooklyn-reserved-evening-beer-wine-review-toilet-free

Starbucks กำลังจะกลายเป็นห้องน้ำสาธารณะ ?

ประเด็นนี้, Starbucks Chairman ก็กล่าวไว้เหมือนกันว่า “We don’t want to become a public bathroom

but we’re going to make the right decision 100% of the time and give people the key because we don’t want anyone at Starbucks to feel as if we are not giving access to you to the bathroom

because you are less than”

แต่ก็ไม่ทราบว่า Schultz ได้ถามบรรดาพนักงานของตนแล้วหรือยัง, กับการปล่อยให้ “ใครก็ได้มาใช้ห้องน้ำ”

เพราะ Starbucks ที่เมืองนอกมักจะเปิดร้านแบบ “นอกห้าง”, เกือบทุกสาขาจึงต้องมีห้องน้ำในตัว

แต่ส่วนใหญ่จะสงวนไว้ให้ลูกค้าเท่านั้น, ในบางประเทศ [เช่นฝั่ง Europe] อาจถึงขั้นเข้ารหัสประตู

iphone-x-plus-apple-pay-thai-starbucks-card-how-to-add-rop-miles-delta-cathay-ticket-wallet

ซึ่งก็เข้าใจได้, โดยเฉพาะในเมืองหนาวที่มักจะมี Homeless เข้ามานั่งหลับในร้านกาแฟและแอบเข้าห้องน้ำ

หรืออย่างคราวก่อนที่ผมแบกเป้ไป Germany ก็เหมือนกัน, ส่วนหนึ่งก็เพราะห้างฝั่ง Europe มักจะปิดเร็ว

พออากาศเย็นลงจัดๆ, บรรดา Homeless ก็ไม่มีที่ไปและไม่มีกระทั่งห้องน้ำจะให้เข้า

ผมเคยเจอถึงขั้นที่มีคนไร้บ้านมายืนรอ “ขอรหัสเข้าห้องน้ำฟรี” จากลูกค้าที่ถือใบเสร็จร้านกาแฟ, นั่นคือ New York !

การที่ Starbucks ประกาศว่า “ใครๆ ก็เข้ามานั่งในร้านได้ฟรี”, แถมยัง “มีสิทธิใช้ห้องน้ำได้” อาจทำให้ร้านกลายเป็นนรก

ใน Case นี้, ผมไม่แน่ใจเท่าไรว่าการตัดสินใจของ Starbucks ถูก…

อาจฟังดูไร้มนุษยธรรมแต่ลองนึกภาพว่าถ้าผมยอมจ่ายเงินค่าที่พักระดับห้าดาวคืนละสองหมื่นแต่ทางโรงแรมอนุญาตให้คนไร้บ้านเดินเข้ามานั่งๆ นอนๆ และยังสามารถใช้ห้องน้ำได้ฟรีๆ อีกต่างหาก, ผมกลับคิดว่ามันเป็นการ “เอาเปรียบคนที่จ่ายตังค์”

  common-white-girl-starter-pack-starbucks-iphone-meme-shutdown-racism-black-joke

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น, ก็คงเพราะยิ่งวัน Starbucks ยิ่งโดนสังคมกดดันอย่างหนักในฐานะ “ร้านแห่งการเลือกปฏิบัติ” สำหรับคนผิวขาว [ตีคู่มากับ Apple Retail Store…] ทั้งที่ลูกค้าเกิดใหม่ของ Starbucks ตอนนี้คือ “คนผิวสี” และ “คนผิวเหลือง” ด้วยซ้ำ

สำหรับ Starbucks เมืองไทยยังไม่มีการประกาศใดๆ, ยังคง “1 แถม 1” อย่างบ้าคลั่งจนลูกค้าประจำไม่มีที่นั่งกันต่อไป