Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

ไม่ใช่แค่คนไทยที่สั่งเครื่องดื่มใน Starbucks ไม่เป็น…

หากลอง Googling ด้วยคำว่า “How to order + Starbucks“, จะพบผลลัพธ์ทั้งหมด 89.4 ล้านวิธี

แปลว่ามันยากและซับซ้อนจริง แต่ Starbucks ไม่คิดจะแก้ไขให้วิธีการสั่งมันง่ายขึ้นแน่

เพราะมันมีการวิจัยออกมาแล้วว่า ความยากในการสั่งเครื่องดื่มของ Starbucks กลับให้ผลที่ดี, คือลูกค้าจะรู้สึกว่ากาแฟ Brand นี้มีค่าและเป็นสิ่งที่พิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละคน [นิยามคำเดียวสั้นๆ ก็คือ “Craftsmanship”]

ก่อนอื่นก็ต้องดูรายการอาหารก่อน ที่ > Starbucks Menu 2014 : ราคาชากาแฟ เครื่องดื่มและวิธีสั่ง

Starbucks London UK Manchester Girl Barista Menu How to Order

มีมุขตลกฝรั่งอันนึงผมชอบมาก ว่าด้วยกาแฟ

Menu ในปี 1970 : Black Coffee with Sugar or Milk

Menu ในปี 2014 : Espresso / Caffe Latte / Cappuccino / Mocha / Misto / Americano / Flat White / Lungo / Long Black / Affogato / Ristretto / Cafe Au Lait / Frappuccino ~

~ French Press / Fresh Brewed / Con Panna / Melange / Viennese Caffe / Cafe Con Leche /

และเวลาเข้า Starbucks ก็ต้อง “Double Tall No Vanilla Syrup Light Whipped Cream Green Tea Cream Frappuccino Blended Beverage”, อันนี้ Menu ของผมเอง :)

โลกเราจะไม่วุ่นวายได้อย่างไร ในเมื่อแค่จะสั่งกาแฟยังลำบากมากมาย, นี่ยังไม่รวมชาและน้ำผลไม้ ~

starbucks-thailand-menu-coffee-tea-frappuccino-price-how-to-order-2014-5

แต่จริงๆ แล้ว วิธีสั่งเครื่องดื่มใน Starbucks และร้านกาแฟทั่วโลกมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น

ลอง Click ไปดู Menu ด้านบน แล้วชี้เอาเลยก็ได้ :)

สิ่งที่ Starbucks เพิ่มเข้ามาแล้วสร้างความลำบากเป็นพิเศษก็คือขนาดแก้วมากกว่า

ส่วนประเภทของและความหมายของชื่อกาแฟแต่ละชนิด, ถ้าใครเข้าร้านกาแฟฝรั่งบ่อยๆ ก็จะเริ่มชินและจำได้ อย่าง Espresso นี่ก็คือกาแฟดำเข้มข้นที่สุด ใส่มาในถ้วย Shot ขนาดจิ๋ว เพื่อซดอึกเดียวแล้วไปได้เลย

[Espresso เป็นภาษา Italian, แปลว่า Express ที่หมายถึง “ด่วน” นั่นเอง]

เมื่อเติมน้ำร้อนใส่ Espresso, ก็จะกลายเป็น Americano

แต่ถ้าเราเติมนมแทนน้ำ, ก็เรียกว่า Flat White

coffee-kind-variety-mean-basic-espresso-latte-starbucks-how-to-order

แต่ถ้าเป็น Espresso ที่ใส่ทั้งนมและมีฟองนมด้านบนด้วย, ก็จะเรียกว่า Caffe Latte & Cappuccino โดยกาแฟ 2 ชื่อนี้จะต่างกันนิดหน่อยในอัตราส่วนของนม / ฟองและกาแฟ

และ Macchiato ก็คือ Espresso ที่ผสมกับฟองนมครับ

พื้นฐานของกาแฟมีเท่านี้

ผมว่าดูแล้วก็สนุกดี

มันคือการที่เราเล่นกับกาแฟดำ Espresso นั่นเอง

มีคำกล่าวว่า “วัฒนธรรม” ของมนุษย์เราก็เกิดจาก “ความฟุ่มเฟือย”

เมื่อมีอาหารเหลือเฟือ มีเงินเหลือใช้, เราก็มีเวลาไปสร้างความซับซ้อนของกาแฟเพิ่มเติมอีก

coffee-kind-variety-mean-basic-espresso-latte-starbucks-how-to-order-2

coffee-kind-variety-mean-basic-espresso-latte-starbucks-how-to-order-4

Mocha ก็เกิดมาจากตรงนี้, ด้วยการที่เราเอา Chocolate ใส่ลงไปในกาแฟ

ดังนั้น ถ้าเพิ่มฟองนมเข้าไปแบบ Cappuccino, ก็จะเรียก Menu นี้ว่า Mochaccino

ส่วน Con Panna ก็มาจากการเติม Whipped Cream ไว้ด้านบนของ Espresso

แต่ถ้าใครที่ชอบ Culture การดื่มกาแฟฝั่ง Europe ของแท้, โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเยอรมัน / Austria / Italy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ถึงขั้นครองโลกละก็ จะต้องเพิ่มชนิดกาแฟเข้าไปอีก

Shakerato คือ Espresso ที่ใส่น้ำแข็ง [บางคนเรียกมันว่า Espresso เย็น :)]

Viennese Coffee ซึ่งเป็นกาแฟโปรดผม ก็จะมีอบเชย [Cinnamon] เพิ่มมาอีกอย่าง

สำหรับพวก Corretto / Lungo / Ristretto อะไรพวกนี้จะไม่ค่อยเจอครับ ถ้าไม่ได้ไปดื่มที่ Europe

coffee-kind-variety-mean-basic-espresso-italy-starbucks-how-to-order

ความหลากหลายของกาแฟแต่ละชนิด, ถ้าคิดดีๆ มันก็คือการปรับให้เข้ากับอากาศ / อาหารและสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศนั่นเอง ดังนั้น ใน Zone ฝรั่งจึงมักจะดื่ม “กาแฟร้อน” มากกว่า “กาแฟเย็น”

และกาแฟในเขตหนาวจัดอย่าง Scandinavia จึงเข้มมาก

ขนาดที่ Starbucks เข้าไปทำตลาดใน Norway & Sweden แล้วพับเสื่อกลับ USA แทบไม่ทัน

ส่วนคนไทยเราชอบกาแฟเย็น ใส่น้ำแข็งและนมข้นหวาน

Coffee Master บางคนจึง “เหยียด” ว่ามันเสียรสกาแฟที่แท้จริงไป

แต่ผมไม่คิดแบบนั้นและไม่ดูถูก Menu กาแฟไทย

Singapore มีการดื่มกาแฟผสมชาหรือ Irish Coffee ก็คือกาแฟใส่เหล้า

robin-hood-irish-pub-ira-ireland-car-bomb-guinness-baileys-jameson

แล้ววันหนึ่ง, Starbucks ก็ประดิษฐ์คำใหม่เพิ่มขึ้นมา ด้วยการเอาคำว่า “Frappe” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงการคนกาแฟ ต่อท้ายด้วย “uccino” ที่ให้ความรู้สึกถึงกาแฟแบ Italian

กลายเป็น Frappuccino

แถมยังไปจด Trademark คำนี้เอาไว้, ทำให้ร้านกาแฟอื่นๆ ทั่วโลกไม่มีสิทธิใช้ครับ

จากนั้น Starbucks ก็เอากาแฟแต่ละตัวที่เคยดื่มกันร้อนๆ มาทำให้เย็นแล้วก็ “ปั่น”

รวมทั้งพวกผลไม้ / Chocolate และชา ไปจนกระทั่งชาเขียว

ทั้งหมดนี้ละครับคือ Menu เครื่องดื่มใน Starbucks

วิธีสั่งที่ง่ายที่สุดก็คือเดินเข้าไปชี้เลย ~

japan-no-visa-starbucks-1st-branch-store-ginza-bike-xperia-z-4g-docomo

แล้วก็เลือกขนาดจากทั้ง 4 Sizes, ตั้งแต่ Short / Tall / Grande และ Venti ซึ่งก็คือ 8 / 12 / 16 และ 20 Oz [Grande 16 Oz เท่ากับ 473 ml หรือก็คือครึ่งลิตรนั่นเอง]

ดื่มกาแฟเสร็จแล้วก็อย่าลืมยกถาดไปเก็บ ถือแก้วไปทิ้งด้วยนะครับ :)

Comments are closed.