Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Chibikuma แปลว่า “น้องหมี :O)”

ส่วน Shokudo แปลว่า “โรงอาหาร”

4 โมงเย็นของวันตรุษจีน, หลังจากเป็นเด็กดีพาคุณแม่ไปไหว้พระเรียบร้อยแล้วก็ขับผ่านมาทองหล่อ ~ หิวเล็กน้อย… กะจะหาร้านอาหารญี่ปุ่นแปลกๆ ใหม่ๆ ไม่เคยลอง กินรับปีใหม่ซะนิดนึง – -/

หลังจากค้นๆ Google ดู ก็เจอ “Chibikuma Shokudo” ทองหล่อ 21 แต่โทรถามแล้ว เค้าปิด 6 โมงเย็น…

จึงอืดตัวอยู่ Starbucks ก่อน… ทุ่มตรงก็เดินจากซอย 13 ไปที่ซอย 21 ในบัดดลฯ

เดิน… เจอป้าย “Thonglor Shokudo” ที่ซอยนึงตรงข้ามสน. ทองหล่อ ~ ก็น่าสนใจดี วันหลังละกัน ^^)

เดินอีก 2 นาทีถึงซอย 23… เอ๋อ ~ แล้วซอย 21 มันหายไปไหนละ o_O!!!

ย้อนกลับมาดู,… อ้าว ร้าน Thonglor Shokudo มันอยู่ซอย 21…

เดินไปถามพในร้าน ได้ความว่า… Chibikuma มันเจ๊งไป 5 ปีแล้วครับ กลายเป็น Thonglor Shokudo แทน – -*

ตอนนั้นทุ่มนิดๆ ได้, เดินเข้าทุกโต๊ะว่างหมด แต่… จองเต็มหมดแล้วค่ะ เชิญชั้นสองเท่านั้น o_O!!!

ดูภายนอก “Thonglor Shokudo” ก็บ้านๆ ตามแบบ “Shokudo” ครับ, เป็นตึกแถวเก่าๆ สองชั้น…

แต่พอเดินเข้าไปข้างในเท่านั้นละ,… มีขวดเหล้ากองเต็มไปหมด ~ มันก็คือเหล้าที่พวกผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจากบริษัทนั้นโน้นนี้มากินแล้วฝากไว้นั่นเอง เยอะแบบว่าสุดๆ เลย เป็นร้อยๆ ขวดละมั้ง o_O?

เข้าไปปุ๊บก็เจอคุณเถ้าแก่เนี้ย ใส่ชุดแบบหมี, ด้านหน้าเป็นกระเป๋าใหญ่ๆ และมีคุณลูกนอนหลับอยู่ในนั้น o_O!!!

สิ่งแรกที่เห็นในร้านแล้วสะดุดตาก็คือมีเปลเด็กขนาดใหญ่ พร้อมของเล่นกองอยู่เต็ม, ติดกับกองขวดเหล้าเลย o_O?

พอสัก 2 – 3 ทุ่ม, ได้ยินแต่เสียงตะโกน “Sawadee Ka & Irashaimase ~” ไม่หยุดครับ… และชะเง้อมองจากชั้นสองลงมา ก็เจอลูกค้าชาวญี่ปุ่นยืนกันเต็มข้างล่าง เพื่อรอคิวนั่งโต๊ะ สุดยอดเลย :D

Menu ในร้านก็เป็นแบบ Shokudo, ไม่มีพวก Sashimi & Sushi ใดๆ

ส่วนใหญ่จะเป็นกับแกล้มเหล้า, ไก่ย่าง Yakitori ไม้ละ 45 บาท มีหลายๆ แบบ / เต้าหู้เย็น / ผัดผัก / ปลาหลายๆ ชนิดย่าง / อาหารทอดก็พวกกุ้ง Tempura และก็มีอาหารจานเดียว

เป็น Yaki Udon / ข้าวแกงกะหรี่ / ข้าวปั้นสามเหลี่ยม [Onigiri] ทั้งแบบปรกติและแบบย่าง

  

ที่แจ่มแมวสุดๆ คือ Menu มี 3 ส่วน… แบบแรกเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ลายมือหวัดๆ ติดอยู่ที่โต๊ะ แบบที่สองเป็นแผ่นภาษาไทย แปลมาประหลาดๆ และมีรายชื่ออาหารไม่ครบ [ไม่มี Oden ของโปรดผมชิส์ ~]

แบบที่สามเป็น Menu พิเศษที่สลับไปมาในแต่ละวัน…

เขียนบนกระดาน Whiteboard วางกองอยู่ที่พื้น o_O!!!

ร้าน Style นี้น่ะ ผมไม่กล้าพาสาวมาหรอก เพราะมีแต่ตาลุง แถมยังหนวกหูมากมาย เวลาลูกค้าใหม่เข้ามา, เค้าก็จะตะโกนให้รับรู้กันลั่นร้าน ~ เวลาโต๊ะไหนสั่งเบียร์สด Asahi ก็จะตะโกน “Nama” แบบดังไปถึงชั้น 2 – –

แต่ถ้ากินคนเดียวหรือทานกับที่บ้าน, ผมชอบ Style นี้มากกว่าพวกร้านหรูๆ อย่าง Mugendai เยอะ – -v

เบียร์สดที่นี่มี Asahi & สิงห์, ราคาแก้วละ 100 บาท :)

อาหารจานเดียวก็ราคาไม่แพง, 95 – 160 บาท ราวๆ นี้ ~ พวกกับแกล้มก็มีตั้งแต่ 50 -250 บาทได้ ;)

ผมก็สั่งข้าวแกงกะหรี่ไก่ [95 บาท] ไป ส่วนคุณแม่สั่งผัด Yaki Udon [145 บาท]

มอง Menu หาจานกลาง ~ ทีแรก ผมอ่านฉบับภาษาไทยเลยไม่ทันสังเกตว่ามี Oden ด้วย [มีเขียนแต่ในฉบับภาษาญี่ปุ่น – -] แต่สายตาก็เหลือบไปเห็น Menu นึงตรงกำแพง, “Salmon Chan Chan Yaki” o_O?

สั่งเลย ~ ไม่เคยเห็น Menu นี้ที่ไหน แปลกดี – -v

และส่วนตัวผมก็ชอบอาหารในแบบ Shokudo มาก, มันให้รสชาติแบบ “รสมือแม่” น่ะครับ ~ เหมือนกินอาหารบ้านๆ ที่คุณแม่ทำให้ในครัว ตอนเช้าๆ ก่อนไปโรงเรียน [พูดซะเหมือนผมเป็นชินจัง :D]

Udon มาแบบเส้นหนา หนัก เหนียว นุ่ม ผัดใส่กะหล่ำปลี หัวหอม แครอท โรยด้วยปลาแห้งหอมฉุย ~

 

 แต่ที่ยกมาแล้วแปลกใจสุดๆ ก็คือ “Salmon Chan Chan Yaki” นี่ละครับ…

เป็น Salmon ย่างเนย แล้วผัดผักอย่างกะหล่ำปลี / ถั่วงอก / หัวหอมใหญ่ ใส่ลงไปในฟอยล์ห่ออาหาร… ตักใส่ปากก็รู้สึกได้ว่ามันมีกลิ่นของเนยผัด ผสมด้วยเหล้าสาเก แถมมีมะนาวโปะหน้า o_O!!!

ต้องค้น Google ในทันที… เพราะมันเหมือนไม่ใช่อาหารญี่ปุ่น

และพบว่า… มันเป็นอาหารในแถบ Hokkaido ครับ o_O?

จานนี้อร่อยมาก ~ ปลาย่างเนยมาหอมฟุ้งไปทั้งโต๊ะ ผัดผักก็ยังกรอบฉ่ำ ยิ่งได้กลิ่นเนยกับสาเกก็ยิ่งสุดยอด ^^/

หมดเรียบ… ทั้งหมดนี้ ในราคาแค่ 580 บาท [มีชาเขียว 2 แก้วและ Appetizer ฟรีคนละจานด้วย]

ผมกลับมาใหม่แน่, Thonglor Shokudo – -/

 ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย iPhone 4S ~ ในร้านมืดพอสมควรและไฟยังเป็นสีเหลืองอีก, ถ้าไม่เปิด Flash จะถ่ายไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเปิด Flash แล้วถ่ายใกล้ไป สีก็จะเพี้ยนไปเลย… ลำบากจริงน้อ – –

ร้านแบบนี้ถ้าชวนสาวไป Dinner, เค้าคงบอกว่าผมไร้ Taste น่าดู… แต่ผมชอบนี่นา และอาหารก็อร่อยด้วย :P

 

Comments are closed.