Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

หม่ำๆ Stone Baguette แข็งโป๊กที่หน้า Stonehenge ~ ^^)

ตอนที่ผม Backpack มาถึง UK วันแรก< เจ้าหน้าที่ตม. ที่ London ถามผมว่า “มา UK อยากไปที่ไหน ?”

และคำตอบแรกของผมก็คือ “Stonehenge !!!” [ที่ 2 คือ Manchester :D]

การมา Stonehenge ไม่ยาก, ขึ้นรถไฟจาก London [ขึ้นได้หลายสถานี แต่ผมขึ้นที่ Waterloo] ใช้เวลาราวๆ 90 นาที มาถึงเมือง Salisbury แล้วต่อ Bus ออกไปอีก 40 นาที ก็จะมาถึง Stonehenge – -v

แต่เอาเข้าจริง, Stonehenge ไม่ประทับใจเท่าไร… เพราะเค้าล้อมรั้วไว้ ไม่ให้แตะ :(

Blog นี้จึงอยู่ในหัวข้อ “ครัวมือถือ” ละกัน ;P

อากาศที่ Stonehenge วันนี้ Cloudy ครับ, 7 c แต่ลมแรงเลยค่อนข้างหนาว ~

Bus ที่ออกจากสถานีรถไฟ Salisbury Railway Station นั้น มีแบบจ่ายเหมา, 20 ปอนด์ สามารถขึ้นลงตรงไหนก็ได้ ทั้ง Stonehenge / Bus Station / Railway Station และอีก 2 – 3 จุด

ผมก็ขึ้นแล้วไปลง Stonehenge ก่อนเลย ~ จากนั้นก็ไปดูซากเมืองเก่า Sarum

แต่ทว่า… พอออกจาก Sarum, กว่ารถ Bus จะมาก็ต้องรอ 40 นาที

ผมเลยเดินเข้าเมืองเอง, 2 Miles ~ แน่นอนว่าหลงทางตามสูตร – -*

แต่การหลงทางก็ทำให้ได้เห็นตัวเมืองเอง ~ – -v

 

เจอโบสถ์ใหญ่แห่งนึง, มีมาตั้งร้านขายหนังสือเก่าเล่มละปอนด์เดียว ~ ผมก็เลยได้มาเล่มนึง ;)

ตอนที่หลงอยู่ตรง Market Street, เจอแผงขายดอกไม้ + ขายผลไม้น่ารักดี คนขายเป็นลุงท่าทางฮาๆ สองคน

พอผมยก PRADA 3.0 ขึ้นมาถ่าย, แกรีบวิ่งมากอดคอกันชูสองนิ้วให้ผม ^^v

เลยไปนิดนึง, ไปผิดทาง… มันตัน ก็มีลุงอีกคนเข้ามาทัก แล้วพาผมเดินมาเกือบครึ่งกินโลเพื่อมาส่งถึงแยกที่เลี้ยวไป Railway Station o_O!!!

แกบอกว่าแกไม่ใช่คนเมืองนี้หรอก, แกเกิดที่ Manchester !

ก็เลยคุยกันว่าผมน่ะ เพิ่งไป Manchester เมื่อวานเอง ~ คนที่นั่นน่ารักมากๆ เหมือนลุงเลย ;)

ผมก็เดินมาเรื่อยๆ จนถึงใจกลางเมือง, Market Street Square ~ มีร้านกาแฟกับ Pubs น่ารักๆ

 

 ที่ Salisbury มีอีกอย่างที่เด่นคือคลองลัดเลาะไปตามตัวเมือง ~ มีนก มีหงส์ [รึห่าน รึเค้าเรียกตัวอะไรหว่า ?] ว่ายน้ำกันแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ ดูเป็นเมืองที่กาลเวลาหยุดนิ่งมากมาย… ผู้คนสบายๆ ยิ้มแย้มทักทายผมเป็นระยะๆ

ยิ่งมา Backpack ฝั่ง Eu มากเท่าไร…

ก็ยิ่งได้เห็นว่า “ฝรั่ง” ในความเข้าใจคนไทยส่วนใหญ่มันผิด…

พวกเค้าเป็นมิตร บ้านเมืองก็สวย สะอาด ปลอดภัย ต่างจากาภาพ “เมืองฝรั่ง” ที่เราถูกสอน ถูกหลอกว่าแล้งน้ำใจ

[PS. ระหว่างเขียน Blog นี้ในร้านกาแฟ, น้องหมาสีขาวหน้าร้านมันทักผม เลยคุยกันอยู่ – -v]

 Salisbury นี่ไม่มี Metro / Tram หรืออะไรทั้งนั้นครับ… มีแค่ Bus วิ่งไม่กี่สาย

ผมก็เดินมาจนถึงข้างๆ Railway Station อีกครั้ง, แวะร้านกาแฟเขียน Blog สั้นๆ [แอบชาร์จไฟเช่นเคย ;)]

เตรียมตัวนั่งรถไฟกลับไป London ~ รวมระยะทางเดินที่ควรจะเป็นก็ 2 Miles บวกกับที่หลงทางวนไปวนมาและยังออกนอกเส้นทาง เดินวนเป็นวงกลมเพื่อดูนั่นโน่นนี่อีกก็น่าจะ… 5 Miles ได้ละมั้ง :)

ผมเป็นคนชอบเดิน, มากกว่านั่ง Bus 2 ชั้นหรือลง Underground ~

เพราะการเดินทำให้เราได้เห็นคน ได้เห็นวิถีชีวิต ได้ยิ้ม ได้ทักทาย ได้มองเห็นสิ่งต่างๆ มากกว่าความมืดในอุโมงค์

เวลาที่เรารู้สึกว่าไม่ไหว, เดินต่อไปไม่ได้แล้ว… แต่เราก็ยังก้าวไปทีละนิดๆ

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง, เราก็จะพบว่าเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเล็กๆ ของตัวเอง… อย่างยิ่งใหญ่  

ฟังดูมีสาระจัง ~ ^^”

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย PRADA 3.0, @ Salisbury ในวันฟ้าครึ้มของอังกฤษนะครับ :)

 

PS. เรื่องแย่ๆ ของการมา Stonehenge ครั้งนี้ก็มีเหมือนกันเช่น ผมหิวข้าวมาก… ตอนนั่ง Bus เนี่ย, ท้องร้องตลอดเวลา จนได้กิน Baguette ที่เห็นในภาพแบบรวดเดียวหมดอันเลย [แข็งโป๊กๆ – -*]

PS.2 เรื่องแย่อีกอย่างคือผมไม่เจอคุณมนุษย์ต่างดาวน่ะครับ – –

 

Comments are closed.